ข้าพเจ้าไม่เพียงแค่ฟังคำพูดของท่าน

ข้าพเจ้าไม่เพียงแค่ฟังคำพูดของท่าน
ข้าพเจ้าฟังการใช้คำ น้ำเสียงของท่าน
การเคลื่อนไหวร่างกาย ดวงตาของท่าน
การแสดงออกทางสีหน้าของท่าน

#ข้าพเจ้าตีความจากความเงียบของท่าน

#ข้าพเจ้าได้ยินทุกสิ่งที่ท่านไม่พูด..

?️? เชื่อมต่อกับทุกสิ่งแต่ไม่ติดอะไรเลย
ความผูกพันมีรากฐานมาจากความกลัว
คุณสูญเสียความกลัวที่จะสูญเสีย

#เมื่อคุณตระหนักว่าคุณสมบูรณ์แล้ว

Similar Posts

  • อย่าปล่อยให้วันเวลาและค่ามนุษย์

    อย่าปล่อยให้วันเวลาและค่ามนุษย์ลดคุณค่าในตัวคุณ #ให้สูญเปล่า ปิยะมิตรการคบกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั้นไม่#อาจจะจัดเป็นเพื่อนที่แท้จริงได้ คำว่าเพื่อนนั้นมีความหมายมากจริงๆและถ้าเราไม่เคยเพ่งพินิจในเรื่องนี้เราจะไม่ทราบเลยว่าตามความเป็นจริงแล้วในชีวิตของเรานี้เพื่อนเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงยิ่งต่อวิถีชีวิตของเราอย่างชนิดที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว #น่าเสียดายที่พวกเราในสังคมไม่ค่อยจะมีเพื่อน #เพื่อนให้ความหมายของมิตรไมตรีที่แท้ไม่ใช่เพื่อนเทียมหรือเพื่อนกิน ส่วนใหญ่เรามีคนรู้จักกันเยอะแยะแต่ไม่ค่อยมีเพื่อนพระพุทธเจ้าทรงทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้ดี ครั้งหนึ่งพระอานนท์กราบทูลขึ้นว่า #เพื่อนนี้เป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ทีเดียว  แต่พระพุทธองค์ไม่เห็นด้วยพระองค์ท่านตรัสว่าอย่าพูดเช่นนั้นอานนท์ #เพื่อนเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ทีเดียวหมายความว่าการประพฤติปฏิบัติเพื่อความสิ้นทุกข์เพื่อการบรรลุธรรม ขึ้นอยู่กับเพื่อนด้วย 100% จะบรรลุหรือไม่ก็อยู่ที่เพื่อนของแต่ละคนนั่นแหละไม่ใช่ว่าเพื่อนจะอุ้มไปส่งที่ นิพพานอะไรทำนองนั้นเพียงแต่ว่าการปฎิบัติธรรมของเราจะไม่สามารถเป็นไปได้โดยราบรื่นหากเพื่อนไม่เกื้อหนุน จากคำตรัสของพระพุทธองค์เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั่วไปในเรื่องอื่นๆได้ด้วย  ไมตรี มิตร เพื่อน สหายรักคำเหล่านี้เล็งไปที่สิ่งเดียวกันคือความสัมพันธ์อันงดงามของบุคคลสองคนหรือหลายคนและจะต้องมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ด้านบวกเท่านั้นทั้งนี้เพราะการคบกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั้นไม่อาจจะจัดเป็นเพื่อนที่แท้จริงได้จะเป็นได้ก็แต่ผู้ร่วมหุ้นส่วนผลประโยชน์กันในเชิงการค้าหากำไรจากคนอื่นเท่านั้นและ #คนพวกนี้สามารถที่จะเลิกคบกันได้อย่างเลือดเย็น หากเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งขวางทางเข้าไม่ว่าผลประโยชน์นั้นๆจะเป็นวัตถุทรัพย์สินอำนาจชื่อเสียงหรือเกียรติยศก็ตาม #ดังนั้นขอให้เรายินดีและชื่นชมกับไมตรีสองคน#หรือหลายหลายคนซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งในสังคมเมืองในปัจจุบันนี้ นานมาแล้วมีมิตรรักคู่หนึ่งคนหนึ่งมีความชำนาญในการเล่นพิณเป็นอย่างมากและอีกคนหนึ่งก็มีความชำนาญในการฟังอย่างมากเมื่อคนหนึ่งบรรเลงหรือขับร้องถึงขุนเขาอีกคนหนึ่งจะกล่าวว่า …ฉันเห็นขุนเขาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราทีเดียวล่ะ เมื่อคนหนึ่งบรรเลงถึงสายน้ำอีกคนหนึ่งฟังอยู่ก็อุทานออกมาว่า …..นี่ไงสายธารที่กำลังเลื่อนไหลแต่เมื่อมิตรซึ่งเป็นผู้ฟังได้ล้มเจ็บและสิ้นชีวิตลง มิตรคนแรกผู้ชำนาญในการบรรเลงพิณก็ได้ตัดสายพิณของเค้าเสียและไม่ยอมเล่นมันอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมาการตัดสายพิณจึงกายเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและแนบแน่นของมิตรรักทั้งหลายตลอดมา #ธรรมนั้นอยู่เหนือเกินกว่าความสามารถของภาษาที่พูดถึง #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”

    #อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ”ฝึกฝนด้วยความชื่นชมยินดีและความกระตือรือร้นและไม่ตกอยู่ในความเกียจคร้านหรือความเฉื่อยชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่าคิดว่า “ตอนนี้ก็พอแล้ว ” ผู้คนเริ่มรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองหลังจากถวายการสวดมัตตราไม่กี่พันบทและท่องบทสวดมนต์ไม่กี่แสนบท ในขณะเดียวกันก็รู้สึกไม่ลังเลเพียงเล็กน้อยที่จะฆ่าแมลง ดื่มด่ำกับความต้องการของพวกเขาทั้งหมดและทําให้แสงสว่าง การกระทําในแง่ลบของพวกเขามากมาย แม้ว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ และนั่นคือเหตุผลว่าทําไมเราถึงต้องการคําแนะนําของครูทางจิตวิญญาณมากพอๆกับที่เด็กเล็กต้องการคําแนะนําจากพ่อแม่ของเขาพยายามนําประสบการณ์ทั้งหมดของคุณมาสู่บริบทของความทุ่มเทให้กับครู ถ้าคุณสามารถเข้าใจจุดสําคัญของการปฏิบัตินี้ได้ คุณจะไม่มีอุปสรรค หากสถานการณ์ของคุณนั้นน่ารื่นรมย์และง่ายดาย จงเห็นความสุขของคุณโดยปราศจากความยึดติดใด ๆ ดังคําอวยพรของครู และดั่งความฝันภาพลวงตา และหากคุณผ่านความยากลําบากและความทุกข์ยาก #จงเห็นสิ่งนั้นด้วยดั่งคําอวยพรของครูบาอาจารย์หากคุณล้มป่วย ให้เห็นภาพครูทางจิตวิญญาณของคุณไม่ว่าอยู่ในร่างกายของคุณที่คุณรู้สึกเจ็บปวดหรือสถานที่ของโรค ตระหนักว่าความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดทําให้คุณมีโอกาสที่จะชําระตัวเองจากการกระทําในอดีตที่เป็นอันตรายและความไม่รู้แหล่งที่มาของความทุกข์ทรมาน โปรดจําไว้ว่าสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ อีกมากมายที่กําลังทุกข์ทรมานเช่นเดียวกับที่คุณเป็น และอธิษฐานขอให้ความทุกข์ของคุณซึมซับสิ่งเหล่านั้น และเพื่อพวกเขาจะได้ปลดปล่อยจากความทุกข์ทั้งหมด ด้วยวิธีนี้ โรคภัยไข้เจ็บสอนเรา และความเห็นอกเห็นใจ866จำนวนคนที่เข้าถึง122จำนวนการมีส่วนร่วมโปรโมทโพสต์

  • เงินหนี

    ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩 ๘/๑/๖๙ “เงินหนี” คือสภาวะที่ทรัพย์สินเงินทองไหลออกไปอย่างรวดเร็ว เก็บไม่อยู่ หรือมีเหตุให้ต้องจ่ายกะทันหัน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสนามพลังงานในตัวเราหรือในบ้านกำลังมีปัญหาดังนี้ ⚠️สาเหตุหลักที่ทำให้ “เงินหนี” ทางพลังงานพลังงานรั่วอย่างรุนแรง (รอยรั่วทางบุญ)เงินหนีคือผลลัพธ์ของการมีจุดรั่วไหลของพลังงานกุศลที่ใหญ่มาก สาเหตุหลักมักมาจากการที่ “#ปากเป็นพิษ” คือการพูดจาทำร้ายผู้อื่น นินทา หรือที่ร้ายแรงที่สุดคือ “การปรามาสครูบาอาจารย์” หรือผู้มีพระคุณ พลังงานลบจากคำพูดเหล่านี้จะเจาะรูรั่วในถังบุญของคุณ ทำให้บุญที่ควรจะดึงดูดเงินตราไหลออกไปหมด ⚠️ ความอกตัญญู (พลังงานยันขั้นรุนแรง)หากมีความขัดแย้ง หรือมีจิตที่อกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูผู้สอน หรือผู้มีพระคุณ จะเกิด “พลังงานยัน” ที่หนาแน่นมาก พลังงานนี้จะผลักทรัพย์สินและโอกาสดีๆ ออกจากตัวและออกจากบ้าน ทำให้เงินไม่สามารถเข้ามาหรือคงอยู่ได้ ⚠️ #จิตบันทึกความขาดแคลนและความกลัว:เมื่อเรากลัวว่าเงินจะหมด หรือรู้สึกว่าตนเอง “ขาดแคลน” อยู่เสมอ จิตของเราจะบันทึกคลื่นความถี่นี้ไว้ และส่งออกไปเป็น พลังงานสะท้อน กลับมา ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ #เงินหนีออกจากตัวเราจริง ๆ ตามกฎของแรงดึงดู ⚠️การผิดสัจจะ (ขาดความมั่นคงทางพลังงาน)การที่เราให้สัจจะไว้แล้วทำไม่ได้บ่อยๆ จะทำให้พลังงานในตัวขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีความมั่นคง ซึ่งทำให้ “เทวดาประจำตัว” ไม่สามารถหนุนนำทรัพย์มาให้ได้เต็มที่ เพราะไม่มีกำลังพลังงานที่เข้มแข็งพอ 🚩🚩🚩 วิธีแก้ไขเพื่อหยุด…

  • สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน”

    #ถึงประตูธรรม  ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน” ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องดวงพงศ์สมพงษ์ตามตำรา #แต่คือการขัดแย้งกันของ “คลื่นพลังงาน” ในมิติที่สูง #ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง ดังนี้ 1. ธาตุระหว่าง “บุคคล” (คนศีลไม่เสมอกัน) เมื่อเรายกระดับจิตใจให้ เบา สบาย และรักษาสัจจะ แต่คนรอบข้างยังอยู่ในพลังงานตกยุค (นินทา เพ่งโทษ โกรธแค้น) จะเกิดสภาวะธาตุไม่เข้ากัน ผลที่เกิด: เราจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่ายเวลาอยู่ใกล้คนเหล่านั้น #หรือเกิดการโต้เถียงกันโดยไม่มีเหตุผล วิธีแก้: #ไม่ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับพลังงานลบ แต่ให้รักษาความนิ่งและประคองใจให้เบาสบายไว้ แล้ว “#กฎแห่งการคัดกรองพลังงาน” จะผลักคนธาตุไม่ตรงกันออกไปจากชีวิตคุณเอง 2. ธาตุระหว่าง “ตัวเรากับงานหรือสถานที่” หากเราทำงานในที่ที่เต็มไปด้วยการคดโกง หรืออยู่ในสถานที่ที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น ในขณะที่ดวงจิตคุณเริ่มสะอาดขึ้น จะเกิดอาการธาตุต้านกัน ผลที่เกิด: ทำงานติดขัด ไอเดียไม่ออก (ญาณบอด) หรือเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้วิธีแก้: ให้ใช้ “น้ำสะอาด” และ “พานอธิษฐานจิต” เพื่อปรับธาตุในบริเวณนั้น หรือหากถึงเวลา “สัญญากรรมหมด” เทวดาจะเปิดทางให้เราได้เปลี่ยนเส้นทางใหม่ที่ธาตุตรงกันมากกว่า 3. ธาตุใน “กายตนเอง” (กายกับจิตไม่สัมพันธ์กัน)คนที่มีสัจจะล้มเหลว…