โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ

โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ #ศาลาภูตะนครา และให้คุณพ่อ กับ คุณแดนไตร นร.รุ่น 11ดำเนินการ ลงมือสร้าง ครูได้รับดอกบัวหลวง (จากคุณนก นร.รุ่น 46)มาลงสระ รอบศาลา อีกไม่นานคงได้ชื่นชมดอกบัวที่ตรัสรู้พ้นน้ำ?️?#ศาลาหลังนี้ครูจะใช้แสดงธรรม และใช้สวดอภิเษกมนต์ (มณีมนต์) ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาฝึกฝน#มณีมนต์มีพลังในการในการขจัดอารมณ์ด้านลบ และสามารถประสาทพรให้กับเรามากมายมหาศาลโดยที่เราไม่สามารถจินตนาการถึง ?️?#แต่มนต์บทนี้จะไม่สามารถส่งผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเราสวดภาวนาอย่างไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ภาวนาไป คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป หรือภาวนาได้สองสามคำก็หยุดทำอย่างอื่น แล้วภาวนาต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่สมบูรณ์มากนัก ต่อให้เราจะชักสายประคำรวดเร็วมากเท่าไหร่ แต่ในใจคิดฟุ้งซ่าน การภาวนาเช่นนี้จะให้ประโยชน์อะไร การภาวนาไม่ใช่เรื่องของการสะสมจำนวนครั้งให้ได้มากๆ ?️? สารัตถะที่แท้จริงแห่งการภาวนาคือการตั้งมั่น มีสมาธิ และเข้าใจในความหมายของมนต์ นี่ต่างหากคือเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ

Similar Posts

  • จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้

    จงใช้ชีวิตศึกษาและเรียนรู้กับจิตวิญญาณอย่างแท้จริงใครไม่อยากอยู่ด้วยคุณก็อยู่คนเดียวเพื่อนและความมั่งคั่งที่คุ้นเคยและวัตถุต่างๆต่างก็เย้ยหยัน#ดังนั้นจงทิ้งมันไปความทะเยอทะยานและก้าวร้าวจะเกิดหากคุณอยู่กับคนอื่นๆ#ใช้ชีวิตด้วยตัวคุณเองและฝึกฝนจิตวิญญาณ

  • การเปิดญาณบารมี

     #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิต บุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิตการเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้นหากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไปหากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผลสิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด #การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทางคือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ #ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดี ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือเป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม #ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต2. สมาธิ ผู้รับต้องมีความตั้งมั่นแห่งจิตอยู่กับกายและจิตของตน3. สติ ผู้รับต้องมีความระลึกได้ว่าตนกำลังรับพลังจิตอยู่4. ปัญญา ผู้รับต้องรู้จักการปล่อยวางความทุกข์ออกจากจิตใจในขณะนั้น5. ความขยันหมั่นเพียร การรับพลังจิตนั้นต้องรับสม่ำเสมอและให้ตั้งอยู่ในคำสอนของพุทธองค์เป็นหลัก ดังกล่าวแล้ว…

  • สื่อสารกับเทวดาประจำตัวไม่ได้ หรือท่านไม่ตอบรับคำอธิษฐาน

    #ธรรมจากประตู๑๗/๑/๖๙ #สื่อสารกับเทวดาประจำตัวไม่ได้ หรือท่านไม่ตอบรับคำอธิษฐาน ตามแนวทางของ#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ เกิดจาก “กำแพงพลังงาน” 3 ชั้น ที่กั้นเราไว้ 1. กำแพง “รอยรั่วทางบุญ” (การนินทาและเพ่งโทษ) ในปี ๒๐๒๖ พลังงานโลกละเอียดมาก หากเรายังมีนิสัย นินทาหรือเพ่งโทษผู้อื่น จิตจะสร้าง “ขยะทิพย์” ขึ้นมาปกคลุมจนเกิดสภาวะ ญาณบอด เทวดาประจำตัวท่านพยายามสื่อสาร แต่คลื่นความถี่ของขยะทิพย์บดบังจนเรารับสัญญาณไม่ได้ เหมือนวิทยุที่เต็มไปด้วยเสียงแทรก 2. กำแพง “สัจจะขาด” (พูดแล้วไม่ทำ) สัจจะคือ “เสาสัญญาณ” ระหว่างมนุษย์กับเทวดา หากเราเคยรับปากกับท่านว่าจะทำความดีแต่ไม่ทำ หรือเป็นคนพูดจาไม่เป็นสัจจะ สัญญาณการสื่อสารจะถูกตัดขาดทันที เพราะเทวดาชั้นสูงท่านสื่อสารผ่านพลังงานของสัจจะเท่านั้น 3. กำแพง “พลังงานยัน” (ความโลภและความบีบคั้น)หากเราสื่อสารกับท่านด้วยความ “อยากได้” หรือ “ความเครียด” พลังงานนี้จะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักเทวดาออกไป#ท่านจะเข้าใกล้ได้เฉพาะตอนที่ใจเรา เบา สบาย เท่านั้น วิธีเปิดช่องสื่อสารกับเทวดาประจำตัว (ฉบับปี ๒๐๒๖ ) สะสางพลังงาน (Clean…

  • จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ”

    #ถึงประตูธรรม๑๓/๒/๖๙ ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “#คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ” ที่ทำหน้าที่เก็บกระแสพลังงานสัมพันธ์ไว้ทั้งหมด โดยบุคคลที่จิตใต้สำนึกจดจำไว้แม่นยำที่สุดมีดังนี้ 1. ผู้ที่มี “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน (บุญสัมพันธ์) พ่อแม่และบรรพบุรุษ: คือสายเลือดและพลังงานต้นกำเนิดที่จิตใต้สำนึกบันทึกไว้ในรูปแบบของ ความกตัญญู หากเราทำไม่ดีหรือละเลย #พลังงานส่วนนี้จะขุ่นมัวและส่งผลต่อความเจริญในชีวิตทันที ครูบาอาจารย์: ผู้ที่เคยชี้ทางสว่างให้ในมิติจิตวิญญาณ สายใยนี้จะดึงดูดให้เรากลับมาพบเจอท่านอีกเพื่อต่อยอดปัญญา 2. ผู้ที่มี “หนี้พยาบาท” ต่อกัน (เจ้ากรรมนายเวร) คนที่เราเคยเบียดเบียน หรือคนที่เคยทำร้ายเราจนเกิดความ โกรธแค้น ลึกๆ ลักษณะการจำ: จิตใต้สำนึกไม่ได้จำหน้าได้เสมอไปในตอนแรก แต่จะจำ “ความรู้สึก” (Vibration) ได้ เมื่อเจอคนเหล่านี้ในชาตินี้ เราจะรู้สึกอึดอัด กลัว หรือหมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล 3. ผู้ที่เรา “ห่วงใย” จนเกินขอบเขต (พันธนาการ) ลูก หลาน หรือคนรักที่เรา “แบก” ไว้ในใจตลอดเวลาการจดจำ: ความห่วงคือพลังงานที่หนืดและยึดโยง จิตใต้สำนึกจะจดจำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะดูแล หรือจะรักตลอดไป ทำให้ดวงจิตถูกดึงรั้งไม่ให้เข้าสู่…

  • เร็วได้ ก็เสื่อมได้

    #ไปเร็วได้#ก็เสื่อมได้#ไม่ควรประมาท  ศึกษาเส้นทางจิตอริยะดีกว่าใช้ ทิฐิมานะ (ชนะตน)อวดดื้อถือดี ความดื้อรั้นความตะแบงทั้งที่รู้ว่าผิดแต่ไม่ยอมรับและไม่ยอมแก้ไข #วิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนา#ความรักและความเห็นอกเห็นใจ การมีชีวิตอยู่ในยุคนี้เหมือนการติดอยู่บนเกาะที่มีปีศาจกินมนุษย์ เราไม่สามารถผ่อนคลายใจของเราได้ ทุกสถานการณ์ที่เราเจอสามารถ #เปลี่ยนเป็นแหล่งความทุกข์ยากได้อย่างง่ายดาย #และใครก็ตามที่เราพบมีแนวโน้มที่จะนําเราหลงผิด สิ่งหนึ่งที่แน่นอน #มีเพียงครูทางจิตวิญญาณเท่านั้นที่สามารถให้คําแนะนําที่ถูกต้องแก่เราได้ สิ่งนี้ควรจะชัดเจนในจิตใจของเรา เนื่องจากจิตใจถูกหลอกได้อย่างง่ายดายโดยการรับรู้ที่หลอกลวงของปรากฏการณ์ทางกายภาพและพัวพันได้ง่ายจากการพูดคุยทางโลกที่หลอกลวง #มันจะไม่ดีกว่าที่จะออกไปยังสถานที่โดดเดี่ยวเพื่อวิเวกและนั่งสมาธิ? นั่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการพัฒนาความรักและความเห็นอกเห็นใจต่อสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึ