จงทำหน้าที่ของตนให้ดี

จงทำหน้าที่ของตนให้ดีให้สมกับ ชีวิตนี้ (เขาเลือกคุณ)จิตที่พัฒนาดีแล้ว จะเดินหน้าต่อไป (สู่เส้นชัยและทางของมัน)

Similar Posts

  • สิ่งสุดท้ายที่ดวงวิญญาณจะจำได้

    คือเราเลือกสิ่งใดไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา#จงปล่อยสิ่งที่คุณได้พยายามแล้วอย่างเต็มที่ เต็มใจ เต็มกำลัง แล้วสักวันคุณจะพบเจอสิ่งที่คู่ควรเราต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสเราและไม่กระทำความผิดอีก หาโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณเพราะพวกเขาให้โอกาสเริ่มต้นใหม่กับเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • คุณต้องถ่อมตนรักษา

    คุณต้องถ่อมตนรักษาความชอบส่วนตัวและความเกลียดชังในพื้นหลังหากคุณต้องการค้นพบความเป็นจริงของโลก (ความรู้ทั่วไปเบื้องต้นเกี่ยวกับจิตวิเคราะห์)ภาพลวงตานั้นได้รับความไว้วางใจจากเราเพราะมันช่วยให้เราเจ็บปวดและทำให้เราเพลิดเพลิน ดังนั้นเราต้องยอมรับพวกเขาโดยไม่มีการร้องเรียนเมื่อพวกเขาชนกับความจริงที่พวกเขาถูกทำลายความตั้งใจที่มนุษย์ควรมีความสุขไม่ได้อยู่ในแผนการสร้าง

  • จิตวิญญาณคืออะไร

    จิตวิญญาณ คือ สิ่งที่ความจริงของมนุษย์ต้องรู้จักและเข้าถึง ภาษาการปฏิบัติเรียกสิ่งนี้ว่า มรรค ตัวรู้ กายทิพย์ กายใน กายฝัน กายในกาย จิตในจิต และชื่ออื่นๆ รวมถึงแต่ละศาสนายังมีชื่อเรียกมากมาย ยิ่งเพิ่มทางเลือกของความสับสนมากยิ่งขึ้น หากไม่มีผู้รู้ชี้ทาง ให้รู้แจ้งในสิ่งนี้ ก็จะกลายเป็นอวิชชา ความไม่รู้ อีกทั้งยังเสียเวลา ของการฝึกฝนหรือปฏิบัติ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่มีจิตวิญญาณ ซึ่งมีความสำคัญในการต่อความรู้ให้กับจิตต่อไป ซึ่งจิตวิญญาณนี้ อยู่ลึกลงไปภายในจิตใต้สำนึกของมนุษย์ ซึ่งเป็นตัวกำหนด วิถีวิญญาณในการใช้ชีวิตในภาคมนุษย์ หากเราค้นพบความมหัศจรรย์จากโลกภายใน (วิมุตตะมิติ) ยังจะพอมีหวังให้เรารู้จักจิตวิญญาณของเราได้บ้าง ซึ่งบางเส้นทางการฝึกฝน จะไม่อธิบายเรื่องการเข้าถึงแหล่งพลังงานนี้ ผู้ตามหาความจริงอาจต้องใช้ พิจารณญาณในการศึกษาผู้รู้ ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญเฉพาะด้านที่จะช่วยชี้แนะและต่อญาณจิตให้เรา คำว่าจิต+วิญญาณ นั้น  2 สิ่งมีมีความหมายต่างกันจิต คือสิ่งที่มีอยู่ เช่นนั้น ดังเดิม ไม่สูญสลาย เวียนเกิดได้ในรูปแบบของหลายสิ่งที่มีชีวิตมีหน้าที่ในการเกาะเกี่ยวกับวิญญาณ จิตเดิม มีความไหวเอนง่าย เชื่อถือไม่ได้ พร้อมไหลไปตามวิญญาณ การปรุง การแต่ง  การสัมผัสรับรู้ ผ่านทาง หู ตา จมูก…

  • โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ

    #โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ มีบางอย่างที่ดีในตัวคุณ บางคนกําลังเป็นพยานในการกระทํา วาจา และจิตใจของคุณ #ผู้สังเกตการณ์คนนั้นคือคุณ ส่วนที่ดีที่สุดในตัวคุณเอง #วันไหนที่คุณไปถึงขั้นนั้น#คุณจะไม่ประจานตัวเองต่อหน้าผู้อื่นอีกต่อไป#จากนั้นคุณจะไม่พบจุดอ่อนในตัวเองอีกต่อไป จงไปที่นั่นและพบว่าความปลอดภัย อยู่ภายใน อย่าหลงทางต่อไปภายนอกตัวคุณเองและไม่รู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของคุณ นั่งสมาธิทุกวัน เข้าสู่ความเงียบสงบและนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแสงแห่งสัญชาตญาณที่เผาไหม้บนแท่นบูชา ไม่มีความกระสับกระส่าย ไม่มีการค้นหาหรือการมุ่งมั่นที่นั่น ตระหนักว่าความรู้ของตนเองสูงสุดอยู่ในตัวคุณ #ที่นั่นส่องประกายพลังของพระเจ้า ดื่มหัวเชื้อแห่งพระเจ้าที่หวานที่สุดและกลายเป็นอมตะ กลับสู่สูญญตา

  • เทวดาประจำตัว ญาณบารมีของใคร

    #เทวดาประจำตัว#ญาณบารมีของใคร#เราช่วยกู้ของเก่ากลับให้ได้แต่เจ้ากรรมนายเวรของใครเราไม่ยุ่ง กรรมใคร กรรมมันบุญทำ กรรมแต่ง

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…