การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

#การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา

1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ)
ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก
⚠️วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่า
การตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ

2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)
คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น
⚠️ วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา
⚠️การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด

3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว)
ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด
⚠️ วิธีสังเกต: ดูวิธีที่เขาปฏิบัติต่อพ่อแม่ (พระในบ้าน) หรือพูดถึงผู้มีพระคุณ หากเขาละเลยหรืออกตัญญู #ต่อให้เขาดีกับเราแค่ไหนในที่สุดเขาก็จะนำความเสื่อมมาให้
⚠️ การตัดสินใจ: เลือกคบและทำงานกับคนที่กตัญญู เพราะคนเหล่านี้จะมีเทวดาหนุนหลัง เมื่ออยู่ใกล้จะทำให้ชีวิตคุณสว่างไสวไปด้วย

4. คัดคนด้วย “ความเบา สบาย” (ธาตุตรงกัน)
ในปี 2026 นี้ #หากธาตุไม่เข้ากันจะอยู่ด้วยกันยากมาก
วิธีสังเกต: อยู่ใกล้ใครแล้วรู้สึกอึดอัด หนักใจ หรือใจร้อนรุ่ม แสดงว่าธาตุในกายเขาเต็มไปด้วยพลังงานลบ (จิตหยาบสูง)
⚠️ การตัดสินใจ: เลือกคนที่มีใจ เบา สบาย ยิ้มแย้ม และคิดบวก พลังงานที่ละเอียดของเขาจะช่วยปรับจูนให้ดวงชะตาเราเข้าสู่ ยุคศิวิไลซ์ ได้ง่ายขึ้น

5. วิธีปฏิบัติเพื่อ “ดึงดูดคนดี” เข้ามาเอง
#แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า “พลังงานที่เหมือนกันจะดึงดูดกัน”
🚩 หากเราอยากได้คนมีสัจจะ เราต้อง รักษาสัจจะ
🚩หากเราอยากได้คนกตัญญู เราต้อง กตัญญูต่อพ่อแม่และครู
🚩 หากเราอยากได้คนใจดี เราต้อง หยุดนินทาและรักษาใจให้เบาสบาย

✅#เมื่อเราปรับปรุงภาชนะใจตนเองให้ใสสะอาด พลังงานจะทำหน้าที่ “คัดคน” ออกไปจากชีวิตเราเองโดยอัตโนมัติ

#คนที่ธาตุไม่ตรงกันจะอยู่ไม่ได้ ส่วนคนที่มีบุญเสมอกันจะหลั่งไหลเข้ามาหนุนนำเองตามระบบพลังงาน

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ

    ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ จงฟังว่าเจ้าจะหยั่งรู้ เราได้อย่างไรเมื่อจิตเอิบอาบอยู่ในเรามีเราเป็นที่พึ่งฟังไว้เถิดว่าเจ้าจะหยั่งรู้เราได้บริบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัยอยากรู้เราด้วยคุณลักษณะและอำนาจทั้งหมดของเราได้อย่างไรเราจะบอกเจ้าให้หมดสิ้นทางปัญญาตามทฤษฎีและปัญญาญาณที่อาจ รู้ได้ด้วยสหัชญาณหยั่งรู้ เมื่อเจ้าเข้าถึงปัญญานี้แล้วไม่มีสิ่งใดในโลกที่เจ้าจะไม่รู้ในหมู่ผู้คนนับล้านอาจมีเพียงคนเดียวที่ขวนขวายไปสู่จิตวิญญาณ แต่ในบรรดาผู้แสวงหาแท้จริงที่พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อถึงเราบางทีอาจมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเราตามที่เราเป็น เพราะบรมวิญญาณอยู่ในธาตุดินน้ำลมและไฟเมื่อเจ้าเข้าไม่ถึงเจ้าก็ไม่มีทางพบ #บรมวิญญาณหลังจากเวียนเกิดเวียนตายมาหลายภพชาติผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงเราและหยั่งรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ทั่ว

  • ความสุขของเด็กๆ

    ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้ “#ความสุขของเด็ก“ ถูกมองว่าเป็นกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่มีแรงสั่นสะเทือนสูงมาก และส่งผลต่อผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือ ผู้ที่สร้างความสุขนั้นดังนี้ คลื่นพลังงานดึงดูดโชคลาภ: เสียงหัวเราะและความร่าเริงของเด็กคือคลื่นความถี่ระดับสูง (High Frequency) ที่สามารถสลาย พลังงานยัน หรือความตึงเครียดในบ้านได้ เมื่อบ้านใดมีพลังงานความสุขของเด็กสถิตอยู่ #จะดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้เข้ามาประทานพรและช่วยให้ พลังงานทรัพย์ไหลเวียนดีขึ้น กระจกสะท้อนจิตผู้ใหญ่: หากเด็กในปกครองมีความสุข ร่าเริง และมีสัมมาคารวะ มักสะท้อนว่าผู้ใหญ่ในบ้านมีจิตที่สะอาดและมี สัจจะบารมี แต่ถ้าเด็กดื้อรั้นหรือหงุดหงิดง่าย อาจเป็นสัญญาณว่าผู้ใหญ่มี พลังงานรั่ว หรือบันทึกจิตด้วยความเครียดจนส่งผลกระทบต่อเด็ก การบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์กตัญญู: การทำให้เด็กมีความสุขด้วยความรักและธรรมะ คือการวางรากฐาน พลังความกตัญญู ไว้ในจิตของเขาตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งจะเป็นเกราะคุ้มครองและนำพาความเจริญมาสู่ครอบครัวในอนาคต ทานบารมีที่บริสุทธิ์: การสร้างความสุขให้เด็ก (เช่น การมอบของขวัญ หรือโรงทานเด็ก) เป็นการทำบุญที่ไม่มีเงื่อนไข จิตที่ยินดีในความสุขของเด็กจะช่วยให้คุณเข้าสู่สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเปิดบารมี #ข้อแนะนำทางพลังงาน หากชีวิตเรากำลังติดขัด ลองไปสร้างความสุขให้กับเด็กๆ หรือเล่นกับเด็กด้วยใจที่เมตตาและเป็นกุศล…

  • หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้า

    หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้าและไม่แน่ใจว่าจะกลับไปรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรให้ลองใช้เทคนิคง่ายๆ ด้านล่างเพื่อเพิ่มแรงสั่นสะเทือนในทันที แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงต่อท่าทางของเราร่วมกับความคิดที่เราให้พลังงาน #ความจริงง่ายๆหากคุณกำลังกระโดดขึ้นและลงหัวเราะและปรบมือพร้อมๆ กับคิดว่า“ฉันสุดยอดจริงๆ และกฎแห่งชีวิตนี้!” #คุณจะไม่สามารถรักษาการสั่นสะเทือนเชิงลบได้ การอยู่อย่างหดหู่อาจต้องใช้เวลา #แต่การดึงตัวเองออกจากความตกต่ำอาจเป็นเรื่องยาก บ่อยครั้งที่เรายึดติดกับความคิด อารมณ์ การเสพติด ความเกลียดชัง และพฤติกรรมเชิงลบเพราะมันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา เราเข้าใจผิดว่าความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกถึงพลังและยังคงป้อนมันต่อไปเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้เราแยกออกจากส่วนรวม #การเลือกก้าวสู่ความสามัคคีไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่คุณสามารถทำได้ อารมณ์เชิงลบของเราไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวบ่อยครั้งที่เรารู้สึกได้เพียงเพราะเรากำลังขยับไปสู่การสั่นสะเทือนที่สูงขึ้น ในตอนแรก การเปลี่ยนแปลงในความสั่นสะเทือนและมุมมองอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าเราเข้าสู่ช่วงเวลานั้น เราจะเห็นว่าเราอยู่ในจุดที่เราจะต้องอยู่พอดี หากความเศร้ายังคงอยู่ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณกำลังยึดติดกับมันและป้อนมันด้วยความคิดเชิงลบ  ออกไปข้างนอก!วางเท้าของคุณบนพื้นโลก กอดต้นไม้เชื่อมต่อกับแม่ธรรมชาติ!กลบพลังงานจิตของคุณและทำให้จักระของคุณสมดุลทันที 

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • ข้าพเจ้าไม่เพียงแค่ฟังคำพูดของท่าน

    ข้าพเจ้าไม่เพียงแค่ฟังคำพูดของท่านข้าพเจ้าฟังการใช้คำ น้ำเสียงของท่านการเคลื่อนไหวร่างกาย ดวงตาของท่านการแสดงออกทางสีหน้าของท่าน #ข้าพเจ้าตีความจากความเงียบของท่าน #ข้าพเจ้าได้ยินทุกสิ่งที่ท่านไม่พูด..  เชื่อมต่อกับทุกสิ่งแต่ไม่ติดอะไรเลยความผูกพันมีรากฐานมาจากความกลัวคุณสูญเสียความกลัวที่จะสูญเสีย #เมื่อคุณตระหนักว่าคุณสมบูรณ์แล้ว

  • อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา

    อันที่จริงมีผู้คนมากมายต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยลงอักขระมนตรา เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับผู้คนถ้าจะถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีวิชาเหล่านี้ไหมก็คงตอบไปว่า #ก็พอจะมีกับเค้าบ้าง  แต่สำหรับข้าพเจ้ามองว่าชีวิตมันมีอะไรสูงกว่าอักขระมนตราในตัวเราอีก ถ้าคุณพบว่าทุกวันคุณกําลังกลายเป็นทั้งขี้งอน ขี้เกียจ หรือนินทา #คุณรู้ว่าคุณกําลังถอยหลัง #บททดสอบที่ดีที่สุดคือการวิเคราะห์ตัวเองและหาคําตอบว่าวันนี้คุณมีความสุขมากกว่าเมื่อวานหรือไม่ #ถ้าวันนี้คุณรู้สึกว่าคุณมีความสุขมากขึ้น แสดงว่าคุณกําลังก้าวหน้า และความรู้สึกของความสุขนี้ต้องดําเนินต่อไป#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย#เทวดาประจำตัว