แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ

#แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ
#และทำในสิ่งที่คุณรักนั้นเป็นแม่เหล็ก
#คุณจะจัดทุกสิ่งที่คุณต้องการ
#ในชีวิตด้วยพลังงานนั้น

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความโกรธ
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความรัก

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความอิจฉาริษยา
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของการตรัสรู้

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความกลัว
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความมีเหตุผล

⭐️ สั่นสะเทือนด้วยความขาดแคน
จะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความอุดมสมบูรณ์

?️? แรงสั่นสะเทือนของกฎจักรวาลแยกมนุษย์และบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างกันวันนี้คุณเป็นเช่นไรนั่นคือระดับการสั่นสะเทือนในตัวคุณ

แรงสั่นสะเทือนคือความรู้สึกที่คุณรู้สึกกับตัวคุณเองมิใช่คำพูดที่คุณพูดออกมา

Similar Posts

  • พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็น

    พลังจิตของเราเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อกำลังวิญญาณจิตเชื่อมโยงกับ #สมองวิธีคิด ถ้าสมองดีจิตดีจิตจะดี จะแจ่มใสเบิกบานผู้นั้นต้อง #มีสมองที่ดี แตกฉานด้านปัญญา กำลังของสมองนี้จะส่งคลื่นที่ดีไปยัง #จิตและยกกำลังให้จิตมีพลัง จากนั้นจึงสั่งจิตให้โชคดีในสิ่งที่อันควรของกำลังวิญญาณ บางคนบรรลุธรรมได้เพราะสมองเชื่อ และสั่งจิต โปรดระวังคลื่นสมองของคุณใช้ของสำคัญนี้ เชื่อมต่อกับสภาวะที่สูงกว่าเช่นสภาวะพุทธะ คำสอนครูบาอาจารย์อยู่ใกล้คนที่ฉลาด จะทำให้คุณได้รับนิวรอน แห่งปัญญาญาณ

  • ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์

    #ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์#และอักขระกูโบ๊ส “เทวดาพูดภาษาอะไร?”มาทำความรู้จัก ภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ”เทพยาดาท่านใช้สื่อสารกันภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ” #ภาษาของพรหมใช้ คือ กูโบ๊สส่วนภาษาของวิญญาณในภพสัมภเวสี และวิญญาณชั้นต่ำใช้ คือ กูต๊าบ  ในการติดต่อและกระทำพิธีกรรมพวกพรหมชั้นสูงจะใช้ภาษา “กูโบ๊สขั้นสูง” เรียกว่า “ปุริสคาเบ๊ส” พรพรหมชั้นกลางใช้กูโบ๊สแบบ “รอเฟน”พวกพรหมชั้นต่ำและเทพชั้นสูงให้กูโบ๊สแบบ “มินกะเอน” ในการติดต่อสื่อสารและกระทำพิธีพวกวิญญาณเทพชั้นกลางและเทพเจ้าโดยทั่วไป ใช้ภาษา “เช็คราวาตี” ในการติดต่อและกระทำพิธีคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ยุคดึกดำบรรพ์ใช้อักขระกูโบ๊สจารึกและปราชญ์ทางนิรุกติศาสตร์ลงความเห็นว่า “ภาษากูโบ๊ส คือ ต้นกำเนิดของอักขระเทวนาครีย์” #ในประเทศไทย ยังมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษากูโบ๊ส – กูต๊าบ นั่นคือ ดร.พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ) หลวงพ่อทองอยู่ไปศึกษาสันสกฤตระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส เมืองมัสราส รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดียในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ASHVAGHOSA’S WORK” (งานของท่านอัศวโฆษ) ท่านอัศวโฆษ นี่แหละคือเสาเอกของบวรพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยลูกศิษย์ท่านนามว่า นาคารชุน นำมาปฏิบัติและเผยแพร่ จนกลายเป็นนิกายที่สำคัญไป ซึ่งยึดเอา อวตังสกสูตร เป็นแม่บทของนิกาย คามแตกฉานอย่างกว้างไกลและลุ่มลึกในภาษาสันสกฤตของหลวงพ่อเจ้าคุณ…

  • 30/11/2021

    30/11/2021ประตูธรรม๕หนเหนือเป็นเจ้าภาพในการจัดหาอาหารของท่านเล่นให้กับบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อฉีดวัคซีนให้กับชุมชน ถ้าเราต้องการให้ประเทศเปิดเร็วๆทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันถ้าทำได้อย่ามองว่าไม่ใช่หน้าที่เราทุกคนอยู่ประเทศเดียวกัน

  • บารมีเก่า

    อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่า #บารมีเก่า คือ สิ่งที่เราทุกผู้ทุกคนได้สร้างสมบำเพ็ญมาในอดีต ไม่ว่าจะเกิดมาแล้วกี่ภพกี่ชาติก็ตาม เมื่อเราได้ละสังขารไปแล้วในแต่ละชาติภพ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทิพย์และจะถูกนำไปเก็บรวบรวมสะสมไว้โดยอัตโนมัติให้กับตัวเราเองในโลกทิพย์ (คล้ายกับการฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร)#การเรียกบารมีเก่า คือการสื่อสารกับโลกทิพย์ ขอนำบุญบารมีเก่าที่เป็นของเรานั้นเองมาใช้พร้อมๆกับการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญบุญในปัจจุบันชาติเพื่อให้การปฏิบัติธรรมนั้นมีความ ก้าวหน้าพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด แต่ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เรามีฐานบารมีเก่าของเรามากน้อยแค่ไหน (เหมือนการขอเบิกเงินในบัญชีมาใช้ในการลงทุน ซึ่งหากมีทุนมาก การดำเนินกิจการจะสะดวก,ง่าย,ไปได้เร็ว และได้รับผลกำไรตอบกลับมาเร็วเช่นกัน)#การที่จะเรียกบารมีเก่าของเรามาได้นั้น ซึ่งต้องใช้กำลังของฌานและพลังเยอะมาก การทำด้วยตัวเอง อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นอาจทำให้จิตของท่านแตกได้ ฉะนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลช่วย เหลือไม่ให้มีผลกระทบร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวท่านในภายหลัง สิ่งเป็นทิพย์ส่วนหนึ่งจะเข้ามาซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากฐานบารมีเก่ามีจำกัด ถ้าหากรับไปหมดในคราวเดียวจะทำให้ท่านควบคุมตัวเองไม่ได้ บางท่านทำมาเยอะจะได้ หูทิพย์ตาทิพย์เจโตปริยญาณเลยก็มี สามารถสื่อสารทางโลกทิพย์ ได้ เห็นเทพ, พรหม, วิญญาณ พูดภาษาทิพย์ได้ การปฏิบัติธรรมหลังจากนี้จะให้ผลเร็วมาก จิตของท่านจะละเอียดขึ้น และจะทำให้ท่านได้รับดวงธรรมมาด้วยซึ่งดวงธรรมนี้ก็เป็นทิพย์เช่นกัน#MAEKHUNOYเทวดาประจำตัวรุ่น 45/2021

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…

  • ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

    #ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง อยู่ในระดับสูงมากเท่าใด ความหนาแน่นของกายเนื้อก็จะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้นด้วย และยิ่งปริมาณแสงสว่างในร่างกายเนื้อของคุณมีมากเท่าใด ร่างกายเนื้อของคุณ ก็จะยิ่งสามารถรองรับจิตวิญญาณได้ในระดับสูงมากเท่านั้นด้วย และปลายทางของกระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างที่กำลังดำเนินไป ภายใต้กระบวนการเลื่อนระดับขึ้นอยู่นี้ #คุณจะสามารถผสานรวมกับตัวตนที่สูงส่งกว่าของพวกคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ ….. ส่วนการลงมา (Descension) ของจิตวิญญาณ ก็เป็นกลไกที่ใช้สำหรับการ “นำเข้ามา” หรือ “เปิดการทำงานขึ้น” #ของพรสวรรค์ต่างๆด้านจิตวิญญาณของคุรุทั้งหลาย…. กระบวนการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มีอยู่ 12 ขั้นตอน หรือ 12 ระดับด้วยกัน และเมื่อแต่ละระดับเสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว การเปลี่ยนแปลงต่างๆทางกายภาพ ที่เกิดขึ้นควบคู่กันมาตลอดนั้น ก็จะส่งผลกระทบต่อทุกๆด้านของชีวิตและของจิตวิญญาณของคนๆนั้นด้วย #เพราะระหว่างขั้นตอนของการพัฒนากายแห่งแสงสว่างนี้ มันได้ถูกออกแบบมาให้ไปดึงเอาปัญหาต่างๆของมนุษย์ทุกๆปัญหาขึ้นมาด้วย และยิ่งเข้าสู่ระดับขั้นสูงมากขึ้นเท่าไหร่ มันก็ยิ่งจะไปดึงเอาปัญหาที่อยู่ลึกลงไปได้มากขึ้นเท่านั้นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะช่วยให้พวกคุณสามารถชำระสะสาง ความคิด, จิตใจ, อารมณ์ความรู้สึก, ร่างกาย และจิตวิญญาณ ให้สะอาดปลอดโปร่งได้ หากปัญหาโผล่ขึ้นมาให้เห็นได้มากเท่าใด พวกคุณก็จะยิ่งมีโอกาสมากขึ้น ที่จะปล่อยให้ “การยอมรับความจริง” ช่วยเปลี่ยนสถานะของพวกมันให้กับคุณได้ หรือมีโอกาสมากขึ้น ที่จะกำจัดพวกมันออกไปมากเท่านั้น  และด้วยการใช้เทคโนโลยีแห่งแสงสว่าง ที่มีใช้กันอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว(เช่น N.L.P, body work, rebirthing, body…