#เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา

⭐️#เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???⭐️#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง

Similar Posts

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…

  • #ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ

    #ปูชนียบุคคลตัวอย่างแห่งชาติ(ประดับเกรียติสดุดีวชิรนุสรณ์) ปี2465สาขาบุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่นเนื่องด้วยวันที่ 23.1.2022เป็นวันประดับเกียรติสดุดีวชิรนุสรณ์ครูติดแคมป์งานสอนรุ่น 47ไ้ด้ส่งตัวแทนห้องเรียน#คุณข้าวโพดคั่ว เป็นตัวแทนห้องเรียนในการเข้ารับรางวัลในกาลนี้พลังแผ่นดินความรักความสามัคคีคุณค่าคุณธรรมและสันติสุขกำลังใจของบุคคลทำดีคิดดีสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทย#ปูชนียบุคคลผู้เป็นแบบอย่างที่ดีรางวัลที่ 8 ของห้องเรียนที่ทีมงานทุกคนมุ่งมั่นพัฒนาสู่ศักยภาพสูงสุดของการเป็นห้องเรียนพัฒนาจิตและวิญญาณ

  • “เทวดาชั้นสูง”ส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน

    “เทวดาชั้นสูง” หรือเทวดาที่มีสัมมาทิฐิท่านจะลงมาคุ้มครองและส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน” เท่านั้น⭐️⭐️หากทำตัวแบบที่กล่าวมา(เสียสัจจะ พูดมาก ปั่นป่วนวิชชา หนีกลางคัน) ผลลัพธ์ทางพลังงานคือ!!! ✅✅ รหัส “คลื่นความถี่ไม่ตรงกัน”เทวดาดีๆ ท่านดำรงอยู่ได้ด้วยมวลสารแห่ง“ศีล สัจจะ และความสงบ” เมื่อเราทำตัววุ่นวายหรือไร้สัจจะ คลื่นของเราจะกลายเป็น “มวลสารหยาบ” ซึ่งเทวดาท่านเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนเอาของเหม็นไปวางไว้ข้างคนรักความสะอาด ท่านจึงต้องถอยห่างออกไปโดยปริยาย ✅✅รหัส “การถอนการส่งเลี้ยง”: หน้าที่ของเทวดาผู้รักษาคือการสนับสนุนคนทำดีเพื่อขยายบารมีต่อ หากเราทำตัวเป็น “ท่อรั่ว” หรือสร้างเหตุลบ ท่านจะถือว่าเรา “ปฏิเสธพร” นั้นเอง ท่านก็จะหยุดส่งมวลสารโภคทรัพย์ เพราะส่งมาเท่าไหร่ก็เสียเปล่าและอาจกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ✅✅รหัส “ช่องว่างของกฎแห่งกรรม”เมื่อเทวดาดีๆ ท่านคุ้มครองไม่ได้เพราะเราทำผิดกติกา “เกราะแก้ว” จะหายไปทันที กลายเป็นโอกาสให้ “เจ้ากรรมนายเวร” หรือ “พลังงานลบ” เข้ามากระแทกชีวิตได้โดยตรง แบบที่ไม่มีใครช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะให้ ✅✅เหลือเพียง “เทวดาชั้นต่ำ”หรือ “สัมภเวสี”: เมื่อรหัสจิตเราตกต่ำ เราจะดึงดูดได้เพียงพลังงานระดับเดียวกันเข้ามาคุ้มครอง ซึ่งมักจะชักจูงให้เราหลงผิดหนักขึ้น หรือพาไปหาผลประโยชน์ที่ฉาบฉวยแต่แฝงด้วยความพินาศในภายหลังครับ การที่เทวดาไม่คุ้มครอง ไม่ใช่เพราะท่านใจร้าย แต่เป็นเพราะ “เราทำตัวให้ท่านช่วยไม่ได้”การรักษาเทวดาไว้กับตัว จึงเริ่มที่การรักษา “สัจจะและจิตสำนึก”…

  • คุณรู้หรือไม่ว่าโลกที่คุณคิดว่ามันสมบูรณ์แบบ

    คุณรู้หรือไม่ว่าโลกที่คุณคิดว่ามันสมบูรณ์แบบอันที่จริงแล้วมันไม่ได้สร้างความสมบูรณ์ให้กับคุณได้ตลอดชีวิตอย่างที่คุณเข้าใจเพียงลำพังหรอกยังมีอีกฟากฝั่งหนึ่งเสมอที่เค้ารอคอยความหวังและกำลังใจจากคุณเมื่อคุณหันหลังกลับคุณจะเห็นเรื่องราวบางอย่างที่สะท้อนความมั่นคงในชีวิตและจิตใจของตัวเองคุณจะมีความหวังในการเริ่มต้นที่จะมีชีวิตที่เข้าใจและมีความหมายต่อตนเองมากยิ่งขึ้นคุณจะเห็นคุณค่าในความที่คุณได้มีโอกาสได้เกิดมาเป็นคนและคุณจะยิ่งมีคุณค่าถ้าหากชีวิตของคุณที่มีอยู่นี้เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและผู้อื่น

  • กควบคุมโดยกฎฝ่ายวิญญาณ

    #จักระทั้งเจ็ดถูกควบคุมโดยกฎฝ่ายวิญญาณ หลักการของจิตสำนึกที่เราสามารถใช้ปลูกฝังความสามัคคี ความสุข และความเป็นอยู่ที่ดีในชีวิตของเราและในโลก#ศูนย์แรก: จักระรากจักระรากที่รู้จักกันในชื่อภาษาสันสกฤตว่าmuladharaตั้งอยู่ที่ฐานของกระดูกสันหลัง มันควบคุมความต้องการการเอาชีวิตรอดขั้นพื้นฐานที่สุดของคุณ เมื่อจักระนี้ชัดเจนและพลังงานไหลผ่านอย่างอิสระ เรารู้สึกปลอดภัยและมั่นใจว่าเราสามารถตอบสนองความต้องการของเราได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตาม การอุดตันในบริเวณนี้อาจทำให้เรารู้สึกวิตกกังวลและวิตกกังวลได้#กฎแห่งกรรมทางจิตวิญญาณควบคุมศูนย์พลังงานแห่งแรก บนระนาบกายภาพ ทุกการกระทำที่คุณทำจะส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่สอดคล้องกัน เพื่อเพิ่มความเป็นไปได้สูงสุดที่การกระทำของคุณจะสร้างปฏิกิริยาเชิงวิวัฒนาการ คุณสามารถใช้ร่างกายของคุณเป็นเครื่องมือในการกำหนดทางเลือกพิจารณาความเป็นไปได้ต่อหน้าคุณและฟังสัญญาณจากร่างกายของคุณ ความรู้สึกเหล่านี้ซึ่งเกิดจากจักระของรากจะรู้สึกสบายหรือไม่สบาย ร่างกายของคุณประเมินทุกการตัดสินใจที่เป็นไปได้ในแง่ของความเป็นไปได้ที่จะตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยของคุณหรือเพิ่มระดับของภัยคุกคามที่คุณประสบ จักระแรกซึ่งเชื่อมโยงคุณกับโลก ให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการบำรุงหรือความเป็นพิษที่อาจเกิดขึ้นกับคุณอันเป็นผลมาจากการกระทำที่คุณทำ#ศูนย์ที่สอง: จักระความคิดสร้างสรรค์จักระความคิดสร้างสรรค์ที่เรียกว่าsvadhishtana มีความเกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ในทุกการแสดงออก พลังงานของศูนย์นี้อยู่ในบริเวณอวัยวะเพศของคุณ สามารถใช้สำหรับการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ เมื่อช่องทางเข้าศูนย์พลังงานที่สูงขึ้นมันเชื้อเพลิงพลังสร้างสรรค์ที่ช่วยให้คุณในการวาดภาพที่สวยงาม, สร้างธุรกิจหรือสร้างชีวิตของ ความรัก และ ความอุดมสมบูรณ์กฎแห่งความพยายามน้อยที่สุดมีชีวิตชีวาในจักระที่สอง เมื่อพลังงานที่สำคัญของคุณไหลผ่านศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์ แสดงว่าคุณร่วมสร้างชีวิตของคุณ การแก้ปัญหาทุกปัญหามักไม่ค่อยอยู่ที่ระดับของปัญหา ค่อนข้างมาจากความคิดสร้างสรรค์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความคิดสร้างสรรค์คือกระบวนการนำวัตถุดิบชนิดเดียวกันมาสร้างบริบทและความสัมพันธ์ที่แตกต่างกันระหว่างส่วนประกอบต่างๆตัวอย่างเช่น เมื่อนักแต่งเพลงสร้างผลงานเพลงชิ้นใหม่ เขากำลังใช้โน้ตเดิมในความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างกันและกัน ส่งผลให้เกิดบางสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน จักระที่สองใช้วัตถุดิบของจักระรากเพื่อสร้างโลกใหม่ในแต่ละวัน#ศูนย์ที่สาม: จักระพลังงานจักระพลังงานมณีปุระถูกแปลเป็นภาษาท้องถิ่นในช่องท้องแสงอาทิตย์ของคุณ เป็นที่นั่งแห่งพลังของคุณในโลก เมื่อศูนย์กลางนี้เปิดกว้างและไหลลื่น คุณจะสามารถแปลความตั้งใจและความปรารถนาของคุณให้แสดงออกได้ เมื่อมันถูกบล็อก คุณรู้สึกหงุดหงิดและไร้ประสิทธิภาพกฎแห่งความตั้งใจและความปรารถนาควบคุมจักระที่สาม เมล็ดพันธุ์แห่งความตั้งใจและความปรารถนาอยู่ในจิตวิญญาณส่วนตัวของคุณ การบำรุงเมล็ดที่คุณต้องการงอกด้วยความเอาใจใส่จะนำไปสู่การแสดงออกอย่างเต็มที่ สิ่งสำคัญคือต้องมีความชัดเจนเกี่ยวกับความตั้งใจของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องแปลกใจเมื่อสิ่งนั้นเกิดผลกระบวนการของการแสดงความปรารถนาของคุณคือการทำให้พวกเขาเข้าสู่จิตสำนึกก่อน ตามด้วยการขยายการรับรู้ของคุณผ่านการทำสมาธิและในที่สุดก็ปลดปล่อยความตั้งใจของคุณและแยกตัวออกจากผลลัพธ์ คุณสามารถควบคุมการกระทำของคุณได้ แต่คุณไม่สามารถควบคุมผลของการกระทำของคุณได้ ให้พลังงานชีวิตของคุณไหลเวียนอย่างอิสระผ่านจักระที่สาม และแสงและความร้อนจากความตั้งใจของคุณจะแผ่กระจายไปทั่วโลก#ศูนย์ที่สี่: จักระหัวใจจักระหัวใจแสดงถึงพลังแห่งความรักและความเห็นอกเห็นใจ เรียกว่าอนัตตาอยู่ตรงกลางอก จักระหัวใจทุ่มเทเพื่อเอาชนะการแยกและการแบ่งแยก เมื่อหัวใจถูกปิดกั้น…