เมื่อลาพุทธภูมิแล้วยังสอนได้อยู่หรือไม่

การ “ลาพุทธภูมิ”


(การเลิกปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า เพื่อเบนเข็มไปเป็นพระอรหันต์ในชาตินั้นหรือเร็วที่สุด) ไม่ได้ทำให้ความสามารถในการสอนหายไป แต่มีการเปลี่ยนแปลงในเชิง “หน้าที่” และ “สไตล์” ดังนี้

  1. #ยังสอนได้และสอนได้ดีมากด้วย
    ผู้ที่เคยปรารถนาพุทธภูมิและบำเพ็ญบารมีมานาน (เรียกว่า “พระโพธิสัตว์เก่า”) มักจะมี “วาสนา” หรือทักษะเฉพาะตัวติดตัวมาด้วย
    ความรู้ที่กว้างขวาง: เพราะตอนเป็นโพธิสัตว์ต้องเรียนรู้หลายด้านเพื่อช่วยคน ทำให้เมื่อลามาเป็นพระสาวกแล้ว #มักจะเป็นผู้ที่มีปฏิภาณไหวพริบดีและเข้าใจหัวอกคนอื่น การลาพุทธภูมิและบารมีเก่า
    กำลังใจที่เข้มแข็ง: การบำเพ็ญบารมีแบบพุทธภูมิใช้กำลังใจสูงมาก เมื่อเปลี่ยนเป้าหมายมาเพื่อหลุดพ้น จึงมักปฏิบัติธรรมได้รวดเร็วและมีพลังในการถ่ายทอดธรรมะที่หนักแน่น
  2. สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ “ขอบเขต” และ “เป้าหมาย”
    โพธิสัตว์ (ก่อนลา): สอนเพื่อสร้างเครือข่ายบารมี ขนสัตว์โลกไปให้มากที่สุด มักเน้นการสงเคราะห์โลกและงานสาธารณประโยชน์ควบคู่ไปกับธรรมะ
    สาวกภูมิ (หลังลา): สอนเพื่อ “ชี้ทางพ้นทุกข์” เป็นหลัก มุ่งเน้นไปที่การให้ศิษย์จบกิจในชาตินี้ #ไม่เน้นการดึงคนมาเกาะกลุ่มเพื่อสร้างบารมีในอนาคตยาวนานอีกต่อไป ความแตกต่างของพุทธภูมิและสาวกภูมิ
  3. ตัวอย่างที่เห็นชัด
    ครูบาอาจารย์สายวัดป่าหลายรูปในประเทศไทย ในประวัติของท่านระบุว่า เคยปรารถนาพุทธภูมิมาก่อน แล้วจึงมาลาเพื่อเข้าสู่ทางพ้นทุกข์ในภายหลัง เช่น หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต หรือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ซึ่งแม้จะลาพุทธภูมิแล้ว แต่ท่านก็ยังเป็น “#ยอดนักสอน” ที่มีลูกศิษย์มากมายมหาศาล

สรุป: การลาพุทธภูมิคือการ “#เปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่” จากผู้ที่จะเป็นเจ้าของกิจการ (พระพุทธเจ้า) มาเป็นผู้จัดการหรือที่ปรึกษา (พระสาวก) ความรู้ความสามารถเดิมยังอยู่ครบและมักจะช่วยคนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้นด้วยซ้ำ

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • Walk-in #กู้บารมี

    Walk-in #กู้บารมี คือเมื่อวิญญาณของเราถูกแทนที่#หรือรวมเข้ากับจิตวิญญาณ#ของสิ่งมีชีวิตที่มีมิติสูงกว่า ปรากฏการณ์นี้อาจคล้าย กับประสบการณ์ใกล้ตายแต่แทนที่จะเป็นคนที่กลับมาพร้อมกับความทรงจำของสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง พวกเขานำสิ่งนี้กลับมาในร่างกายของพวกเขาอีกครั้ง อย่างแท้จริงเพื่อเผยแพร่ข้อความหรือบอกว่า #ตัวตนที่สูงกว่ามีจริง #นำกลับมาเพื่อต่อปัญญาวิญญาณให้สูงขึ้น #พูดตามหาเทวดาประจำตัว

  • จงส่งใจไปยังเป้าหมาย

    จงส่งใจไปยังเป้าหมายไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหน#คุณจะไปถึงจงเชื่อมั่นในคุณธรรมความเร็ว 3 นาที

  • ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ

    ธรรมชาติของบรมวิญญาณ#และบรมวิญญาณของธรรมชาติ จงฟังว่าเจ้าจะหยั่งรู้ เราได้อย่างไรเมื่อจิตเอิบอาบอยู่ในเรามีเราเป็นที่พึ่งฟังไว้เถิดว่าเจ้าจะหยั่งรู้เราได้บริบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัยอยากรู้เราด้วยคุณลักษณะและอำนาจทั้งหมดของเราได้อย่างไรเราจะบอกเจ้าให้หมดสิ้นทางปัญญาตามทฤษฎีและปัญญาญาณที่อาจ รู้ได้ด้วยสหัชญาณหยั่งรู้ เมื่อเจ้าเข้าถึงปัญญานี้แล้วไม่มีสิ่งใดในโลกที่เจ้าจะไม่รู้ในหมู่ผู้คนนับล้านอาจมีเพียงคนเดียวที่ขวนขวายไปสู่จิตวิญญาณ แต่ในบรรดาผู้แสวงหาแท้จริงที่พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อถึงเราบางทีอาจมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเราตามที่เราเป็น เพราะบรมวิญญาณอยู่ในธาตุดินน้ำลมและไฟเมื่อเจ้าเข้าไม่ถึงเจ้าก็ไม่มีทางพบ #บรมวิญญาณหลังจากเวียนเกิดเวียนตายมาหลายภพชาติผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงเราและหยั่งรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ทั่ว

  • ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา

    ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา นักเรียนรุ่น 3540 วันใน 1 ปี ที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน(ส่งต่อผู้นำอีก 1 ท่านสู่สังคมไทย)“…ครู คือ ปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ครู คือ มนุษย์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนที่จะพัฒนาคุณลักษณะของตนเองและสร้างค่านิยมต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น#ไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ สามารถมาแทนที่ครูได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นั่นคือว่า#ทำไมครูที่ดีจึงสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์ได้ ด้วยการพัฒนาพวกเขาให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีความสามารถ ทั้งในระดับชาติและระดับเป็นพลเมืองของโลกด้วย…”พระราชดำรัส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒

  • อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้า

    อย่าหันหลังไปเสียเวลากับการไขว่คว้าความว่างเปล่า วันนี้เป็นวันครูอีก 1 ปีที่ข้าพเจ้าโชคดีได้ทานข้าวกลับศิษย์ ณ.ปัจจุบันงานสอนของข้าพเจ้า หมุนเวียนเพียรสรรพสิ่งข้าพเจ้าพบพานผู้ผ่านเส้นทางมากมายสิ่งที่ข้าพเจ้าตระหนักได้ไม่มีสิ่งใดถาวรศิษย์อดีตไม่มีจริงศิษย์อนาคตก็ไม่มีจริงมีแต่ศิษย์ปัจจุบันข้าพเจ้าเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดงานสอนและพบพานกับกับบุคคลแปลกหน้ามากมาย และวันนี้อีก 1 วันสำคัญที่ได้จับฉลากพบศิษย์ใหม่ ที่แปลกน้า ณ.ปัจจุบันข้าพเจ้าเบิกบาน ได้กับทุกคนจากลา มาใหม่ก็ Happy Happy

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…