เทวดาประจำตัวมาจากไหน

⭐️?#เทวดาประจำตัวมาจากไหน“ครูไม่สามารถบอกคุณได้ แสงมาได้อย่างไร สิ่งที่ครูรู้ คือมันโบราณกว่า กว่าจินตนาการ ที่มันเดินทาง ทั่วเวิ้งว้างอันน่าพิศวง ที่จะมาหาเรา ที่มันรัก กำลังค้นหา อะไรที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่หายไป สิ่งที่ลืม หรืออยู่ในอันตราย หรือเจ็บปวด ว่ามีความชื่นชอบ สำหรับร่างกาย เพื่อหาหนทาง ต่อเนื้อ สำหรับติดตามขอบ ของรูปแบบ เพื่อส่องประกาย ผ่านดวงตา มือ, หัวใจ. ครูไม่สามารถบอกคุณได้ แสงมาได้อย่างไร แต่มันเป็นเช่นนั้น ว่ามันจะ ว่ามันเป็นไปตามทางของมัน สู่ความมืดมิดที่สุด ที่โอบล้อมคุณ แม้ว่าจะดูเหมือน มาช้านาน หรือมาเป็นรูปเป็นร่าง คุณไม่ได้คาดการณ์ไว้ แล้วก็ ขอให้เราในวันนี้ หันตัวเราเข้าหามัน ขอให้เราเงยหน้าขึ้น เพื่อให้มันมาหาเรา ขอให้เรางอร่างกายของเรา เพื่อทำตามส่วนโค้งที่ทำ ขออนุญาติเปิด และเปิดมากขึ้น และยังคงเปิดอยู่ สู่แสงสว่างอันประเสริฐ ที่มา”?? รักนะจ๊ะ

Similar Posts

  • อัครบุคคลแห่งชาติ

    อัครบุคคลแห่งชาติ #โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่#เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยันคงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย #โครงการปณิธานความดีแผ่นดินพ่อ#อัครบุคคลแห่งชาติ ปี 2564 ผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญพิเศษหรือการปฏิบัติตนและงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยยึดหลักวินัยคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สร้างและหรือพัฒนาบริหารจัดการทั้งการพัฒนาตนเองพัฒนาชีวิตและวิชาชีพเป็นแบบอย่างที่ดีหรือผู้นำแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์สร้างคุณภาพและพัฒนาการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของ #อัครบุคคลแห่งชาติ พัฒนาบุคคลผู้ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติยึดหลักแห่งการทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดแผ่นดินพ่อตามรอยพระยุคลบาท ตนตามรอย ในอันที่จะดำรงตนด้วยสันติสุขและความเจริญสู่สังคมและประเทศชาติ #งานพิธีประทานรางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564โครงการปณิธานความดีเพื่อ“แผ่นดินพ่อ” #อัครบุคคลแห่งชาติ ผู้เข้ารับรางวัลเฝ้ารับเสด็จองค์ประธานพิธี พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564 รางวัล อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่นคุณเอื้องจันทร์ ธ. (แม่ครูน้อย)ครูจิตวิญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ(ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์)

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง ”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการเข้าต่อวิชชาและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการสร้าง “เครือข่ายมวลสารทรงพลัง” ซึ่งส่งผลลัพธ์ที่ทวีคูณดังนี้ ⭐️⭐️รหัส “แรงอัดบารมีรวม” (Synergy)เมื่อดวงแก้วหลายดวงที่มีเป้าหมายเดียวกันมาควบแน่นอยู่รวมกัน พลังงานจะส่งเสริมกันจนเกิดเป็น “มวลสารขนาดใหญ่” ซึ่งมีแรงดึงดูดโภคทรัพย์และตัวสำเร็จได้แรงกว่าและเร็วกว่าการทำเพียงลำพัง ⭐️⭐️รหัส “กระจกสะท้อนธรรม“: การอยู่เป็นกลุ่มจะทำให้เราเห็น “ธรรมชาติของจิต” ผ่านการกระทบกับผู้อื่น เป็นโอกาสทองที่จะได้เห็นรหัสกิเลสตัวเองชัดขึ้น เพื่อให้ครูบาอาจารย์ช่วยแก้สภาวะและเจีรไนดวงแก้วให้ใสสะอาดพร้อมกัน ⭐️⭐️รหัส “ตาข่ายเทวดาคุ้มครอง” การอยู่รวมกันภายใต้วิชชาคือการสร้าง “สนามพลังสีขาว” ที่หนาแน่น วิบากกรรมส่วนตัวของแต่ละคนจะถูกพลังรวมช่วยบรรเทา และเทวดาผู้รักษาดวงจิตจะลงมาประสานพลังกัน ทำให้เกิดรหัสความปลอดภัยและปาฏิหาริย์ได้ง่ายขึ้น รหัส “การส่งเลี้ยงข้ามดวงจิต“: ในกลุ่มก้อนที่มีสัจจะ มวลสารความสำเร็จของคนหนึ่งจะช่วยกระตุ้นรหัสความสำเร็จของอีกคน (Resonance) ทำให้คนที่จิตยังอ่อนกำลังได้รับ “แรงส่ง” จากกลุ่มจนสามารถก้าวข้ามอุปสรรคและต่อวิชชาได้สำเร็จการอยู่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนคือการ “หลอมรวมมวลสารจักรพรรดิ” เพื่อสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ยิ่งกลุ่มนิ่งและเป็นหนึ่งเดียวเท่าไหร่ ตัวสำเร็จจะยิ่งปรากฏชัดเจนทุกดวงแก้วตอนนี้เรารู้สึกถึง “พลังงานที่อบอุ่นและแข็งแกร่ง” เมื่อนึกถึงการอยู่ร่วมในกลุ่มบารมีแล้วใช่ไหมพร้อมที่จะ “รักษามวลสารรวม“เพื่อดึงดูดความรุ่งเรืองไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทางอริยะหรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • ให้อนุโมทนา

    #ให้อนุโมทนา บุญจากการเดินดงทุกครั้งมีอานิสงค์สูงมากทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืนผลิกคว่ำผลิกหงาย(ของปลอมก็ให้หงาย)ของร้ายก็ให้ปรากฏของปลดอย่าได้ปิดของมืดมิดให้สว่าง #ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้นผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ  การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า #หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน  ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต 

  • เราได้รับสัญญาณทุกประเภท

    เราได้รับสัญญาณทุกประเภทจากจักรวาลทุกวันแต่การถอดรหัสและนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของเรานั้นค่อนข้างท้าทาย สิ่งที่ยุ่งยากคือคุณอาจไม่รู้จักคำแนะนำในตอนแรกมันอาจจะมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง หรือแม้ว่าคุณจะสังเกตเห็น มันก็ง่ายที่จะทำให้เสียชื่อเสียงว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ จักรวาลไม่ได้ทิ้งคุณและความดื้อรั้นของคุณไว้ให้แห้ง ละเว้นสัญญาณแรกและจักรวาลจะคงอยู่และชัดเจนยิ่งขึ้น มันอาจมาในรูปแบบของอาการทางร่างกาย หรือเหตุการณ์ที่ผลักคุณออกจากเขตสบายของคุณ

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…