อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า

?️?#อาลัยสติดวงวิญญาณเก่า

ชีวิตและความสุขที่จะช่วยให้จิตใจ
ที่กว้างขวางเปิดและกําลังดําเนิน
ชีวิตอย่างมีความสุข

ควรเตือนตนเองบ่อยๆว่าถ้าคนคน
หนึ่งคิดเสมอว่าเขาเป็นคนที่ดีมากกว่า
คนอื่นๆ

#เพราะเขาฉลาด
มีอํานาจที่ดี
มีความสามารถที่ดี
มีอํานาจที่รวดเร็ว…

?️? นั่นคือ เหมือนคนนั่งอยู่บนที่สูงที่สุดของภูเขาสูง #อย่างไรก็ตามที่นั่นหนาวและรุนแรงมาก

⭐️⭐️⭐️#ผู้คนจะรู้สึกโดดเดี่ยวและต้นไม้ไม่สามารถเติบโตที่นั่นได้เลย

ในทางตรงกันข้ามกับคนที่มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่ในตําแหน่งที่ต่ำกว่าคนอื่น

จะเพลิดเพลินกับชีวิตด้านล่าง
ที่เต็มไปด้วยความสุข

Similar Posts

  • เงินจากครูเมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่ง

    การที่ครูบาอาจารย์มอบเงินหรือทรัพย์ให้ศิษย์ ไม่ใช่เพียงการสงเคราะห์เรื่องการเงินแบบทางโลก แต่มีความหมายลึกซึ้งในทาง “พลังงานมิติที่ 5” ดังนี้ เงินจากครูคือ “เมล็ดพันธุ์แห่งความมั่งคั่ง” ในยุคศิวิไลซ์ หากคุณได้รับมา จงรักษาใจให้ เบา สบาย และมีสัจจะ แล้วเราจะพบว่าเงินก้อนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปสู่ความร่ำรวยอย่างยั่งยืน #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ”

    #ถึงประตูธรรม๑๓/๒/๖๙ ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “#คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ” ที่ทำหน้าที่เก็บกระแสพลังงานสัมพันธ์ไว้ทั้งหมด โดยบุคคลที่จิตใต้สำนึกจดจำไว้แม่นยำที่สุดมีดังนี้ 1. ผู้ที่มี “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน (บุญสัมพันธ์) พ่อแม่และบรรพบุรุษ: คือสายเลือดและพลังงานต้นกำเนิดที่จิตใต้สำนึกบันทึกไว้ในรูปแบบของ ความกตัญญู หากเราทำไม่ดีหรือละเลย #พลังงานส่วนนี้จะขุ่นมัวและส่งผลต่อความเจริญในชีวิตทันที ครูบาอาจารย์: ผู้ที่เคยชี้ทางสว่างให้ในมิติจิตวิญญาณ สายใยนี้จะดึงดูดให้เรากลับมาพบเจอท่านอีกเพื่อต่อยอดปัญญา 2. ผู้ที่มี “หนี้พยาบาท” ต่อกัน (เจ้ากรรมนายเวร) คนที่เราเคยเบียดเบียน หรือคนที่เคยทำร้ายเราจนเกิดความ โกรธแค้น ลึกๆ ลักษณะการจำ: จิตใต้สำนึกไม่ได้จำหน้าได้เสมอไปในตอนแรก แต่จะจำ “ความรู้สึก” (Vibration) ได้ เมื่อเจอคนเหล่านี้ในชาตินี้ เราจะรู้สึกอึดอัด กลัว หรือหมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล 3. ผู้ที่เรา “ห่วงใย” จนเกินขอบเขต (พันธนาการ) ลูก หลาน หรือคนรักที่เรา “แบก” ไว้ในใจตลอดเวลาการจดจำ: ความห่วงคือพลังงานที่หนืดและยึดโยง จิตใต้สำนึกจะจดจำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะดูแล หรือจะรักตลอดไป ทำให้ดวงจิตถูกดึงรั้งไม่ให้เข้าสู่…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร?

    พลังแห่งจิตวิญญาณ พิษคืออะไร? อะไรที่เกินความต้องการคือยาพิษ อาจเป็นอำนาจ ความเกียจคร้าน อาหาร อัตตา ความทะเยอทะยาน ความไร้สาระ ความกลัว ความโกรธ หรืออะไรก็ตาม

  • การให้อภัยคนอื่นไม่ได้ทำให้อดีตดีขึ้น

    #การให้อภัยคนอื่นไม่ได้ทำให้อดีตดีขึ้น แต่ทำให้ปัจจุบันและอนาคตของคุณดีขึ้นต่างหากเพราะคุณให้ความผาสุกแก่ตัวเองและสร้างพลังงานที่เป็นบวกมากขึ้นไว้ภายใน คนอื่นอาจเคยทำสิ่งที่ให้อภัยไม่ลงแม้อาจจำไม่ได้ว่าเรื่องอะไรแต่เรายังฝังใจกับความรู้สึกที่เกิดการยึดตัวเองไว้กับความรู้สึกแย่ๆรังแต่จะส่งผลร้ายต่ออารมณ์ของเราและฉุดแรงสั่นสะเทือนให้ต่ำลง  ผู้ที่ไม่สามารถให้อภัยคนอื่นที่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดมีแต่จะตกเป็นเหยื่อเสียเองลองจินตนาการถึงการแตกกับใครบางคนที่ทรยศคุณสิแรกๆ คุณอาจเจ็บและโกรธพยายามออกห่างจากอีกฝ่ายแต่พอเวลาผ่านไปก็ลืมแล้ว กระทั่งคุณเจอเขาอีกคราวนี้ความทรงจำที่ว่าเค้าทำอะไรกับคุณไว้บ้างก็จะย้อนกลับมารวมถึงความเจ็บปวดด้วยเพราะคุณไม่ได้ให้อภัยเขาจริง #การทำเช่นนี้มีแต่จะทำร้ายจิตวิญญาณและนำไปสู่การตัดสินใจที่ทำลายล้างได้  การให้อภัยไม่ใช่การยกโทษให้กับพฤติกรรมยำแย่ของคนอื่นและไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเชิญอีกฝ่ายกลับเข้ามาในชีวิตเสมอไป

  • วันครู

    #วันครู ครูกับนักเรียน ครูกับนักเรียนนับว่าเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกันมากที่สุดจนกระทั่งในอดีตยกย่องให้ครูเป็นบิดาคนที่สองของศิษย์ ผู้ปกครองเมื่อส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนก็ฝากความหวังไว้กับครู กล่าวคือมอบภาระต่าง ๆ ในการอบรมดูแล ลูกหลานของตนให้แก่ครู ดังนั้น #ครูจึงควรปฏิบัติหน้าที่ของครูให้สมบูรณ์ที่สุด และควรสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีระหว่างครูและศิษย์ให้แน่นแฟ้น ให้ศิษย์มีความรู้สึกฝังใจตลอดไป #วิธีการที่ครูควรจะทำต่อศิษย์ เช่น 1. สอนศิษย์ให้เกิดความสามารถในการเรียนรู้ในวิชาการต่าง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่ครูจะกระทำได้ 2. สอนให้นักเรียนหรือศิษย์ของตนมีความสุขเพลิดเพลินกับการเล่าเรียนไม่เบื่อหน่าย อยากจะเรียนอยู่เสมอ 3. อบรมดูแลความประพฤติของศิษย์ให้อยู่ในระเบียบวินัยหรือกรอบของคุณธรรม ไม่ปล่อยให้ศิษย์กระทำชั่วด้วยประการทั้งปวง 4. ดูแลความทุกข์สุขอยู่เสมอ 5. เป็นที่ปรึกษาหารือ ช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้แก่ศิษย์ #การประเมินผลหมายถึงการประเมินผลการเรียนการสอนนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของครูเพราะการประเมินผลการเรียนการสอนเป็นการวัดความเจริญก้าวหน้าของศิษย์ในด้านต่างๆ #หากครูสอนแล้วไม่มีการประเมินผลหรือวัดผลครูก็จะ ไม่ทราบได้ว่าศิษย์มีความเจริญก้าวหน้าในด้านใดมากน้อยเพียงใด ดังนั้น ครูจึงควรจะระลึกอยู่เสมอว่า ณ ที่ใดมีการสอน ทีนั่นจะต้องมีการสอบ สำหรับการประเมินผลการเรียนการสอนของนักเรียนนั้น ครูสามารถใช้วิธีการต่าง ๆ ได้หลายวิธี ทั้งนี้อาจจะใช้หลาย ๆ วิธีในการประเมินผลครั้งหนึ่งหรือเลือกใช้เพียงวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ในการประเมินผลการเรียนการสอนนั้นมีหลายวิธี เช่น 1. การสังเกต หมายถึง การสังเกตพฤติกรรมการทำงาน การร่วมกิจกรรมกลุ่มหรือความตั้งใจในการศึกษาเล่าเรียน เป็นต้น 2. การสัมภาษณ์ หมายถึง การสัมภาษณ์เพื่อต้องการทราบความเจริญก้าวหน้าทางด้านการเรียนของนักเรียน…