หลวงปู่สีโห เขมโก

หลวงปู่สีโห เขมโก

#พระผู้ทรงอภิญญา
#รู้ภาษาสัตว์และคนได้ทุกชาติทุกภาษา

หลวงปู่สีโห เขมโก ท่านเป็นพระผู้ศักดิ์สิทธิ์เคร่งครัดในพระธรรมวินัยอย่างยิ่งยวดและชอบรุกขมูล ไม่ชอบอยู่วัดวาอาราม ท่านรักที่จะอยู่ตามป่าช้า ตามถ้ำในป่าเปลี่ยว สถานที่วิเวกแวดล้อมไปด้วยสัตว์ร้ายนานาและไข้ป่า มุ่งมั่นอยู่ในมรรคกระแสพระนิพพานเต็มตัว
ไม่วอกแวกไปทางอื่น

ที่ท่านไม่ชอบอยู่ตามวัดเพราะไม่ชอบคลุกคลีกับชาวบ้าน #ทำให้ใกล้ความประมาท เป็นเหตุให้กิเลสกำเริบและเข้าไปเกาะจิตวิญญาณ

?️?ผู้รู้ภาษาจิตตั้งแต่ครั้งโบราณถึงคณาจารย์ปัจจุบันมักไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้คนหากไม่จำเป็น
ท่านจะงดเว้นการสนทนา และใช้ชีวิตด้วยกายวิเวกเป็นหลัก #เพื่อป้องกันกระแสจิตหยาบเกาะจิตวิญญาณของท่าน

ภาษาของจิตมีหลายชั้นหลายระดับ
พัฒนาขึ้นตามสภาวะของผู้ฝึกฝน
ด้วยสติปัจจุบันของดวงวิญญาณ

?️?ฝึกเป็นเข้าใจเป็น
สามารถใช้ผ่านมรรคาได้
ภาษาบางชนิดเป็นภาษาสูง
เมื่ออยู่กับผู้ฝึกจิตระดับสูง
ท่านจะ งดเว้นการสนทนา

#MAEKHUNOY
เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิด

    พญานาคทั้งหมด ๑,๐๒๔ ชนิดแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ· กามรูปี พญานาคที่เสวยกามคุณ· อกามรูปี พญานาคที่ไม่เสวยกามคุณ #อายุของพญานาคราชจะมีอายุไม่เท่ากัน คือ ขึ้นอยู่กับบารมีของแต่ละองค์ผู้มีฤทธิ์บารมีสูงก็จะแบ่งจิตลงมาเกิดเป็นมนุษย์และสร้างสมบารมีด้วยการปฏิบัติธรรมและส่งผลย้อนกลับไปสู่ดวงจิตเดิมพญานาคจะมีดวงจิตทั้งหมด ๔๙ ดวงจิต การแบ่งจิตลงมานั้น จะแบ่งมาแค่ ๓๒ ดวงจิต อีก ๑๗ ดวงจิต จะคอยดูแลในการปฏิบัติของการเกิดดังนั้นเราจึงได้รับฟังว่าพญานาคบางองค์ท่านอยู่มานานหลายหมื่นแสนปี #ทำไมเราจึงไม่เห็นพญานาคเพราะพญานาคมีธาตุ ๓ ธาตุ คือ ธาตุไฟ๑ ธาตุลม๑ ธาตุน้ำ๑ จะไม่มีธาตุดิน เหมือนคนเราเราจึงไม่สามารถมองเห็นพญานาคนอกเสียจากว่าเราจะมี ๒ วิธี คือ  เคยเป็นพญานาคในชาติก่อนมาเกิดเป็นมนุษย์ คือปฏิบัติภาวนาจนถึงขึ้นอภิญญา ๖  เหตุที่มาเกิดเป็นพญานาคเพราะทำบุญเจือด้วยราคะ ๙ พญานาคราช ผู้ปกครองพิภพบาดาล …1.พญาอนัตนาราช2.พญามุจรินทร์นาคราช3.พญาภุชงค์นาคราช4.พญาศีรสุทโธนาคราช5.พญาศรีสัตตนาคราช6.พญาเพชรภัทรนาคราช หรือ พญาเกล็ดแก้วนาคราช7.พญานาคดำแสนสิริจันทรานาคราช8.พญายัสมัญนาคราช9.พญาครรตะศรีเทวานาคราช

  • หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้า

    หากคุณติดอยู่ในภาวะซึมเศร้าและไม่แน่ใจว่าจะกลับไปรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไรให้ลองใช้เทคนิคง่ายๆ ด้านล่างเพื่อเพิ่มแรงสั่นสะเทือนในทันที แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นเป็นผลโดยตรงต่อท่าทางของเราร่วมกับความคิดที่เราให้พลังงาน #ความจริงง่ายๆหากคุณกำลังกระโดดขึ้นและลงหัวเราะและปรบมือพร้อมๆ กับคิดว่า“ฉันสุดยอดจริงๆ และกฎแห่งชีวิตนี้!” #คุณจะไม่สามารถรักษาการสั่นสะเทือนเชิงลบได้ การอยู่อย่างหดหู่อาจต้องใช้เวลา #แต่การดึงตัวเองออกจากความตกต่ำอาจเป็นเรื่องยาก บ่อยครั้งที่เรายึดติดกับความคิด อารมณ์ การเสพติด ความเกลียดชัง และพฤติกรรมเชิงลบเพราะมันทำให้เรารู้สึกมีชีวิตชีวา เราเข้าใจผิดว่าความรู้สึกนี้เป็นความรู้สึกถึงพลังและยังคงป้อนมันต่อไปเพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่ทำให้เราแยกออกจากส่วนรวม #การเลือกก้าวสู่ความสามัคคีไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป แต่เป็นสิ่งที่ฉลาดที่สุดที่คุณสามารถทำได้ อารมณ์เชิงลบของเราไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัวบ่อยครั้งที่เรารู้สึกได้เพียงเพราะเรากำลังขยับไปสู่การสั่นสะเทือนที่สูงขึ้น ในตอนแรก การเปลี่ยนแปลงในความสั่นสะเทือนและมุมมองอาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าเราเข้าสู่ช่วงเวลานั้น เราจะเห็นว่าเราอยู่ในจุดที่เราจะต้องอยู่พอดี หากความเศร้ายังคงอยู่ คุณสามารถมั่นใจได้ว่าคุณกำลังยึดติดกับมันและป้อนมันด้วยความคิดเชิงลบ  ออกไปข้างนอก!วางเท้าของคุณบนพื้นโลก กอดต้นไม้เชื่อมต่อกับแม่ธรรมชาติ!กลบพลังงานจิตของคุณและทำให้จักระของคุณสมดุลทันที 

  • พระโพธิสัตว์ในร่างสตรี

    การที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏใน “ร่างสตรี” นั้นมีนัยสำคัญทั้งในทางตำนาน และทางธรรม ดังนี้ 1. เพื่อ “สยบมานะ” และเข้าถึงใจสัตว์โลก ในทางมหายาน พระโพธิสัตว์มักจำแลงกายเป็นสตรีเพื่อลดความแข็งกระด้างของผู้ที่จะไปโปรด เมตตาบารมี: ร่างสตรีเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและการให้อภัยแบบแม่ (Motherly Love) ซึ่งช่วยให้สัตว์โลกกล้าเข้าหาและรับธรรมะได้ง่ายขึ้น เช่น เจ้าแม่กวนอิม (พระอวโลกิเตศวร) ที่เดิมมีลักษณะบุรุษ แต่เปลี่ยนเป็นสตรีเพื่อโปรดชาวจีนในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม #การเอาชนะราคะ: บางตำนานเล่าว่าพระโพธิสัตว์จำแลงเป็นหญิงงามเพื่อดึงคนหิวกามให้เข้ามาหา แล้วจึงแสดงธรรมให้เห็นถึง “ความไม่เที่ยง” ของสังขารในภายหลัง 2. ตาม “วาระ” และ “กรรม” ของผู้ที่จะโปรด พระโพธิสัตว์จะเลือกกายที่ “เหมาะสมกับภารกิจ” (Skillful Means) #หากต้องโปรดกลุ่มสตรีหรือนางในวัง #การเป็นสตรีจะทำให้คลุกคลีและสอนธรรมได้สะดวกโดยไม่ผิดจารีต ในคัมภีร์ วิมลเกียรตินิเทศสูตร มีบทสนทนาเรื่อง “เพศ” ว่าแท้จริงแล้ว “สภาวะธรรมไม่มีเพศ” การปรากฏเป็นชายหรือหญิง #เป็นเพียงภาพมายาที่พระโพธิสัตว์ใช้สอนธรรมเท่านั้น 3. การบำเพ็ญบารมีในฐานะสตรี (สายเถรวาท) ในทางเถรวาท แม้พระพุทธเจ้าองค์จริงจะเป็นบุรุษ แต่ก่อนจะได้รับพุทธพยากรณ์ #พระโพธิสัตว์สามารถเกิดเป็นผู้หญิงได้ บำเพ็ญในร่างสตรี: ในช่วงที่ยังไม่ได้นับว่าเป็น “นิยตโพธิสัตว์”…

  • แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลวของคุณคือครู

    #แหล่งหลบภัยที่ไม่เคยล้มเหลว#ของคุณคือครู ไม่ว่าสถานการณ์ใดจะเกิดขึ้นความเมตตาของครูทางจิตวิญญาณจะไม่ทอดทิ้งคุณ ถ้าคุณใส่ความมั่นใจในครูบาอาจารย์ ท่านจะชี้นําคุณจนกว่าจะตรัสรู้ คุณควรติดตามครูอย่างไร?สําคัญกว่าเครื่องสังฆทานคือการรับใช้ครูบาอาจารย์ด้วยกาย วาจา และใจและเหนือสิ่งอื่นใดตอบแทนความเมตตาของครูบาอาจารย์ด้วยการนําคําสอนมาปฏิบัติด้วยความพยายามอย่างยิ่ง คุณจะเริ่มต้นบนเส้นทางอย่างไร?ก่อนอื่นได้รับคําแนะนําจากครูของคุณจากนั้นให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความหมายของพวกเขา และในที่สุดรวมมันเข้ากับความเป็นอยู่ของคุณ

  • หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง 

    #หัวใจช่วยและจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง (เริ่มต้นเข้าหาเทวดาประจำตัว)ย้ายสติวิญญาณเข้าสติประดับ5 (มิติที่5) ดังที่ท่านทราบเราอยู่ท่ามกลางการปฏิวัติปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในจิตสำนึกซึ่งส่งผลกระทบต่อทุกคน  กฎ 80-20 ระบุว่า 80% ของการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มักเกิดจากคน 20%20% ประกอบด้วยนักคิดชั้นนำ ผู้มีปัญญาผู้นำเทรนด์ที่มีสติสัมปชัญญะ #ในเรื่องจิตวิญญาณผู้คนระดับแนวหน้าบางครั้งเรียกว่าช่างแสงหรือ#วิญญาณเก่าซึ่งบ่งบอกว่าพวกเขาได้เรียนรู้มากขึ้นจากประสบการณ์ของพวกเขาผ่านหลาย ๆ ชาติ การเรียนรู้ขั้นสูงนี้ถูกเก็บไว้เป็นภูมิปัญญาในจิตวิญญาณของพวกเขาและพวกเขาจะได้รับประโยชน์จากมันอย่างมีสติผ่านคำแนะนำภายในที่เข้าใจง่าย  คำว่า ‘lightworker’มีความหมายเหมือนกันกับ‘#ผู้แสวงหาจิตวิญญาณ‘ รูปแบบจิตสำนึกของความหนาแน่นที่ต่ำกว่าและมิติสี่ ซึ่งเป็นขอบเขตของจิตสำนึกที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลางโปรดทราบว่าในขณะที่ร่างกายของเราอยู่ในความหนาแน่นในมิติที่สามในขณะนี้จิตใจของเรามีอิสระที่จะทะยานผ่านความหนาแน่น ที่มิติที่สี่ที่มีหัวใจเป็นศูนย์กลาง  และเข้าสู่จิตสำนึกของวิญญาณที่มีความหนาแน่นที่มิติห้า  เมื่อบุคคลย้ายจากฟังก์ชันความหนาแน่นที่สามในการพัฒนาสติปัญญาพื้นฐานไปสู่ความหนาแน่นที่สี่ที่ต่ำกว่าโลกทัศน์ของพวกเขาจะขยายกว้างขึ้นและพวกเขาก็ตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่ใหญ่ขึ้น พวกเขาคำนึงถึงผลกระทบในระดับท้องถิ่นและระดับโลก #จากการกระทำของตนเองและการกระทำของผู้อื่นที่พวกเขาสนับสนุน ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมอาหารออร์แกนิก และความกังวลเรื่องการสร้างสันติภาพล้วนอยู่ภายใต้ความถี่ของจิตสำนึกนี้ #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…