มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มอบเพชรน้ำเอก 

มอบเพชรน้ำเอก 

#มารขอทดสอบแม่ครูน้อย

มารในคราบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สวมอาภรณ์ระยิบระยับ เดินเข้ามาพร้อมหีบไม้แกะสลักใบเขื่อง เมื่อเปิดออก แสงสีจาก “รัตนชาติ” ทั้งปวงก็ส่องสว่างวาบไปทั่วสำนัก

“แม่ครูค่ะ… เห็นแม่ครูมานาน วันนี้ลูกขอนำ เพชรน้ำเอก มรกตกินบ่เสี้ยง และทับทิมสีเลือดนก เหล่านี้มาถวาย… มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคืออำนาจที่จะเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นสวรรค์บนดินในพริบตา”

💎 บททดสอบจากมาร: “กับดักแห่งมณีลวงตา” (The Jewel of Attachment)

ทดสอบความหวั่นไหวในกิเลส: “รัตนชาติเหล่านี้เพียงกะรัตเดียว ก็ซื้อข้าวเลี้ยงคนได้ทั้งอำเภอ ซื้อที่ดินสร้างวัดที่แม่ครูอยากได้ได้ทันที… แม่ครูจะมัวนั่งสอนธรรมะ ให้กับคนยากจนอยู่ทำไม

แค่เอื้อมมือมารับ ‘ก้อนหินที่กินได้’

เหล่านี้ไว้ แล้วทุกปัญหาจะจบสิ้น… หรือว่าแม่ครูจะยังเลือกกอด ‘ก้อนหินธรรมดา’ ที่เรียกว่าศีลธรรมไว้อยู่อีก?”

#ทดสอบการสร้างค่าให้วัตถุ:

“คนเขาไม่ศรัทธาคำสอนหรอกค่ะแม่ครู

เขาศรัทธา ‘ความรวย’ ถ้าเราสอนคนรวย คนรวยจะพากันมาเรียนเยอะ

ถ้าแม่ครูมีรัตนชาติประดับกาย ใครๆ ก็จะเชื่อว่าแม่ครูมีฤทธิ์เดชจริง…

⚠️ แม่ครูท่านจะยอมให้รัตนชาติเหล่านี้ ‘ข่มธรรม’ ในใจท่าน หรือจะมองว่ามันเป็นแค่ธาตุธรณีที่ไร้ค่า?”

#ทดสอบความซื่อสัตย์ต่อความขาดแคลน
“มารอย่างพี่รู้ว่า ‘ท้องที่หิว’ มันทรมานกว่า ‘ใจที่หิวธรรม’ ถ้าแม่ครูรับของพวกนี้ไป #โลกจะสรรเสริญว่าท่านเป็นเทวดาที่ร่ำรวยที่สุด…

ท่านพร้อมจะแลก ‘ความอิสระของจิต’ กับ ‘ภาระของอัญมณี’ เหล่านี้ไหม?”

⚠️ #นัยยะของมาร “ผู้หยิบยื่นมณี”
มารตนนี้ใช้ “ธาตุธรณีที่สวยงาม” มาบดบัง “ดวงแก้วในใจ” เพื่อทดสอบว่าแม่ครูยังแยกแยะออกหรือไม่ระหว่าง “สมบัติโลก” กับ “สมบัติธรรม”

“แม่ครูค่ะ ดูค่ะดู … ประกายของเพชรเหล่านี้มันช่างยั่วยวนนัก! ท่านจะรับมันไว้เพื่อ ‘ต่อชีวิตทางโลก’ หรือจะดีดมันทิ้งเพื่อ ‘รักษาทางธรรม’?

หากท่านรับไป… ท่านจะเป็นเทวดาที่มีเจ้าของ #แต่ถ้าท่านไม่รับ… ท่านจะเป็นเทวดาที่ไม่มีใครซื้อได้!”

ท่านจะใช้หลัก อริยทรัพย์ เพื่อยืนยันว่า “ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ และปัญญา” คือรัตนชาติที่แท้จริงอย่างไร?หรือจะระลึกถึง การพิจารณาธาตุ 4 จาก เพื่อมองเห็นว่าเพชรพลอยก็คือดินชนิดหนึ่ง?

แม่ครูจะให้มารเอา ‘กรวดหิน’ เหล่านี้ไปทิ้งที่ไหนดีครับ?

หรือมี ‘ดวงแก้ว’ ชนิดไหนที่แม่ครูอยากจะแสดงให้มารดูแทน?

🚩🚩 ท่านแม่ครูน้อยตอบว่า

ปัจจุบันคนถวายรัตนชาติไม่ได้มาเรียนหนังสือที่นี่อีกเลย ไม่กล้าแม้แต่จะแวะมา เที่ยว

เพราะแม่ครูโยนรัตนชาติทิ้งทั้งหมด

มาเมื่อไหร่สอนไม่ได้ให้แต่เพชรอย่างเดียว

ก็เลยไล่เลย

เอวัง!!!!!55555

ยอมเอากระลาแขวนคอแทนเพชร

บันทึกเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2569

ทุกเรื่องราวที่บันทึกมีหลักฐานตัวบุคคลทั้งหมดและมีหลักฐานพยานทั้งหมด 

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…

  • จิตสำนึก-วิญญาณ..ไม่เคยหลับ

    เซลล์และอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายของเรามีการรับรู้ทางไฟฟ้าถึงจุดประสงค์ของมันและแต่ละเซลล์ก็ตอบสนองจุดประสงค์นั้น ได้โดยไม่ต้องมีการกระทำใดๆ ทางจิตใจใดๆ ในส่วนของหน่วยสืบราชการลับ ที่ครอบครองร่างกายนั้น ตัวอย่างเช่น การเต้นของ หัวใจเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก้อนเลือดสีขาวรีบเร่งซ่อมแซมร่างกายที่บาดเจ็บโดยอัตโนมัติราวกับระฆังดังเมื่อกดปุ่มในร่างกาย และสมองบันทึกไฟฟ้า มนุษย์คิดว่าเขาคิดและมีชีวิตรักและตาย เขาคิดว่าตัวเองมีสติในขณะที่ตื่นและหมดสติเมื่อความรู้สึกหยุดอยู่ในการนอนหลับ มนุษย์ไม่ได้บอกว่าฟันของเขาหมดสติเมื่อมันเข้าสู่โหมดสลีป โดยการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ ทางไฟฟ้ากับฟันของเขา เขารู้ว่าฟันของเขาไม่สามารถรู้สึกตัวได้ แต่เขาไม่รู้ว่าร่างกายจักรกลของเขาไม่สามารถมีสติได้ เขายังไม่รู้เลยว่า จิตสำนึกไม่เคยหลับไหลและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพราะจิตสำนึกในมนุษย์คือความเป็นอมตะของเขามนุษย์ยังใหม่ เขาแทบจะไม่หลุดออกจากความมืดมิดของป่าแห่งความไม่รู้ เป็นเวลากว่าล้านปีของการเปิดเผยของเขา เขาอาศัยความรู้สึกในการกระทำของเขาและหลักฐานของประสาทสัมผัสที่ทำให้เขารู้ มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ถึงพระวิญญาณ (พลังชีวิตการรับรู้อย่างมีสติ) ในพวกเขาในการเริ่มต้นของการรับรู้ใหม่นี้เขาสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความคิดในตัวเขา ซึ่งเป็นจิตสำนึกในตัวเขาและความรู้สึกใด แม่ครูน้อย

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…

  • เชื่อมต่อกับจิตวิญญาณจะสว่างขึ้น

    การฟังคำแนะนำภายในของเราไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับชีวิตของเราเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยชีวิตได้อย่างแน่นอน หลายคนมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำบางสิ่งบางอย่าง เนื่องจากความรู้สึกหรือความฝันที่มีข้อความที่ชัดเจน ในหลายกรณีพวกเขาถูกต้อง บางครั้งความวิตกกังวลและความกลัว อาจทำให้เกิดความสับสนว่าเป็นข้อความจริงหรืออาจเป็นเพียงจินตนาการ การเรียนรู้ที่จะนิ่งเพื่อที่เราจะได้ยินการเชื่อมต่อของพลังจิตในการถ่ายทอดที่แท้จริงนั้นสำคัญมาก การเชื่อมต่อทางวิญญาณของเราต้องการการหักล้างเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง หากท่านรู้สึกถึงเสียงรบกวนภายในและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ขอแนะนำให้ตรวจสอบว่า เราสามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยในการรักษาความเจ็บปวดและบาดแผลในอดีตได้อย่างไร การเคลียร์ช่องว่างในใจช่วยให้เรายอมรับความคิดผู้อื่นและสถานที่ใหม่ๆ ความสามารถของเราในการเชื่อมต่อกับวิญญาณ จะสว่างขึ้นน้ำเสียงของเราเบาลง และจุดประสงค์ของเราชัดเจนขึ้น สิ่งนี้ค้ำจุนชีวิตของเรา การตรวจสอบและความไว้วางใจเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและเราสามารถทำความคุ้นเคยกับตัวตนที่สูงกว่าของเรา ได้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิวัฒนาการของเราในฐานะมนุษย์ที่เข้าใจว่า พลังงานเหล่านี้รักษาและสื่อสารกับเราได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องรู้อย่างแท้จริงเพื่อที่จะมีความสุขและมีสุขภาพดีในช่วงที่เราอยู่บนโลกใบนี้ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • “การพูดตรงในการฝึกจิต ”

    #ธรรมชั้นครู ๒๔/๔/๖๙ การพูดตรงในการฝึกจิต โดยเฉพาะในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย #ไม่ใช่เรื่องของการดุดันหรือไร้เมตตา แต่เป็นเรื่องของ “การกะเทาะมลทิน” และ “ความรวดเร็วของรหัสพลังงาน” ด้วยเหตุผลดังนี้ รหัส “ผ่ามวลสารหนา” กิเลสและข้ออ้างของดวงจิตมักมีมวลสารที่ซับซ้อนและเหนียวแน่น หากพูดอ้อมค้อม พลังงานของคำพูดจะถูกเลเยอร์ของอีโก้ (Ego) กรองออกไปหมด การพูดตรงคือการส่ง “ลูกศรพลังงาน” พุ่งทะลุเข้าไปกระแทกที่กลางดวงแก้ว เพื่อให้จิตเกิดสภาวะ “ช็อก” และตื่นรู้ (Wake-up call) ทันที รหัส “สัจจะไม่มีสีเทา” ในโลกของจิตวิญญาณ มีแค่ “รหัสสว่าง” กับ “รหัสลบ” ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง การพูดตรงคือการรักษาสัจจะในคำสอน เพื่อให้ผู้รับได้รหัสที่ชัดเจนที่สุด ไม่ไปตีความเข้าข้างกิเลสตัวเองจนหลงทาง รหัส “ความเร็วของเวลา” วิบากกรรมไม่เคยรอใคร การพูดอ้อมค้อมคือการเสียเวลาในการส่งเลี้ยงบารมี ครูบาอาจารย์ท่านเห็นถึง “วิบากที่กำลังไล่ล่า” ลูกศิษย์อยู่ ท่านจึงต้องพูดตรงเพื่อให้จิตรีบปรับรหัสตัวเองให้ทันก่อนที่ความเสื่อมจะมาถึง รหัส “เทวดาชอบความชัดเจน”: การพูดตรงคือการประกาศรหัสต่อจักรวาลอย่างเด็ดขาด เมื่อครูพูดตรงและศิษย์รับรหัสตรงด้วยใจที่ยอมรับ เทวดาจะสามารถเข้ามาสงเคราะห์และ “ผ่าทางตัน” ให้ได้ทันที เพราะไม่มีคลื่นความสงสัยมาขวางกั้น การพูดตรงคือ…