มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิต

มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิตใดๆและสัตว์ทั้งหลาย ประกอบด้วย #วิญญาณเรียนตัวเอง ก็ต้องเรียน จิต+วิญญาณ= #ตัวสร้างเงื่อนสร้างปม?️?คุยกันก็ต้องคุยเรื่องที่มันถูกจุดอย่านำเรื่อง จิต+วิญญาณ ไปหาช่องทางรวยเราขยันไหมล่ะ ?มีปัญญาหาเงินไหมละ?พูดมากกว่าทำไหมล่ะ?อาศัยจักรวาลเสกรวยอย่างเดียวไหมล่ะ?ประการสำคัญ #กลัว มากไปหรือเปล่าล่ะ?แรงบันดาลใจ กำลังใจ #มีพอไหมล่ะ?คบกับคนแบบไหนล่ะ?แต่ละวันคุยเรื่องอะไรกันบ้างล่ะ??️? ฝึกตัวเองให้คล่องก่อนจึงจะอาศัย (จิต) ม้าเร็วขี่ได้ถ้าเรียนตัวเอง #ยังไม่รอดอย่าเพิ่งไปรู้อะไรมากมันจะ งงเงินทอง ก็บอกเป็นของนอกกายใครที่เก่งก็หาได้ ไม่มีก็ยืมได้#แต่เรื่องจิตใจให้ยืมกันไม่ได้บอกได้อย่างเดียวเอาไม่เอา ขึ้น อยู่ที่เราเอง

Similar Posts

  • ฟังบ้าง โทษของปัญญา

    ฟังบ้าง#โทษของปัญญา บางครั้งนักเรียนก็พูดกับข้าพเจ้าว่า“#ทำไมคนเช่นนี้และคนเช่นนั้นจึงฝึกฝนความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณดีขึ้นกว่ากระผมล่ะ ทําไมล่ะ?ทำไมเขาจึงทำได้? ” ข้าพเจ้าตอบว่า: ” #เขารู้วิธีรับฟัง ”ทุกคนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ด้วยการฟังด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งกับคําปรึกษาง่าย ๆ ที่ได้รับในจรรยาบรรณของทุกศาสนา มันเป็นแกนกลางของความอัปยศความสงสัย ในหัวใจของผู้ฝึกฝน ส่วนใหญ่การฟังของพวกเขาอย่างระมัดระวังเพื่อยุติภูมิปัญญาอัปยศ ที่อวิชชาของยุค #ปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้สองทางถ้าฝึกฝนและเข้าใจอย่างชำนาญ การไม่ฟังสิ่งใดทำให้ผลของการศึกษาไม่บรรลุ

  • คุณยังจะสามารถ

    #คุณยังจะสามารถ– เชื่อมต่อ 12 วงจรพลังชีวิตของคุณอีกครั้ง– เปิดใช้งานต่อมไพเนียลของคุณ– เปิดใช้งานจิตสำนึกแหล่งการเชื่อมต่อของคุณ– ยุบการเขียนโปรแกรมเมทริกซ์– พิมพ์DNAของคุณเพื่อปลดล็อกข้อจำกัด– นำอดีตและปัจจุบันไปสู่อนาคต– ละทิ้งสัญญาทั้งหมดและประกาศอธิปไตยของคุณเมื่อมันจบลงก็จะเริ่ม แสวงหาพื้นที่อันเงียบสงบ เพลิดเพลิน บูรณาการ เปลี่ยนแปลง…. ฉลอง

  • ต้องดรอป พลังแวมไพร์

    #ต้องดรอปพลังแวมไพร์ มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องลดระดับพลังงานของผู้อื่นที่อยู่รอบตัวพวกเขา #เพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากคนรอบข้าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ #แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องตระหนักว่าพวกเขาเป็นแวมไพร์พลังงาน คุณต้องถอยนะ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ #และส่งพลังบวกจากระยะไกลให้พวกเขา คุณยังสามารถป้องกันตัวเองจากการดูดพลังงานด้วยการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด จากนั้นคุณสามารถส่งพลังงานบวก แต่ขับไล่พลังงานเชิงลบ ลองทำค่ะ

  • การเปิดญาณบารมี

    #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ…

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้า

    มารดาบิดาเป็นทิศเบื้องหน้าครูอาจารย์เป็นทิศเบื้องขวาบุตรภรรยาเป็นทิศเบื้องหลังมิตรสหายเป็นทิศเบื้องซ้ายคนรับใช้หรือผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นทิศเบื้องต่ำสมณพราหมณ์เป็นทิศเบื้องบน ถ้าทิศทั้งหลายดังกล่าวไม่ดีเสียโดยมากก็ยากที่จะให้ใครๆที่อยู่ระหว่างกลางดีอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อมองไปเบื้องหน้า ไม่มีบิดา-มารดาเป็นที่ยึดเหนี่ยวมองไปเบื้องขวาก็ไม่พบครู-อาจารย์ที่จะอบรมแนะนำมองไปเบื้องหลังก็ไม่พบญาติพี่น้องผู้หวังดีมองไปเบื้องซ้ายก็ไม่มีสหายที่เป็นกัลยาณมิตร มองไปเบื้องล่างก็ไม่พบผู้ที่รับใช้ให้ความช่วยเหลือมองไปเบื้องบนก็ไม่พบสมณพราหมณ์ผู้ประพฤติดี ซึ่งจะเป็นผู้ชี้ทางที่ถูกให้ #ตรงกันข้าม มองไปทางทิศไหนก็พบแต่โรงหนัง โรงละคร สถานอบายมุขต่างๆ และบุคคลต่างๆ ที่ชักนำไปทางเดียวกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะเป็นเหตุชักจูงกันไปในทางเสื่อมเสียต่างๆ แต่ถ้าทิศทั้งหลายดีอยู่โดยมากก็ยากจะเสื่อมเสียได้