บารมีเต็ม

♥️#ธรรมชั้นครู 🚩🚩🚩
๑๖/๑/๖๙

“บารมีเต็ม” ไม่ได้หมายถึงการต้องไปทำบุญด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่หมายถึงสภาวะที่ดวงจิตของคุณมี “กำลังภายใน” บริสุทธิ์จนถึงขีดสุดที่จะดึงดูดปาฏิหาริย์และทรัพย์ใหญ่ได้
🚩🚩#โดยมีเครื่องหมายยืนยันดังนี้

1. ภาชนะใจ “ไม่มีรอยรั่ว”
บารมีจะเต็มได้ ต้องเริ่มจากการ “หยุดทำให้พร่อง” คนที่บารมีเต็มคือคนที่อุดรอยรั่วจากการนินทา การเพ่งโทษ และการปากไม่ตรงกับใจได้สนิท เมื่อไม่มีรอยรั่ว บุญเพียงเล็กน้อยที่เราทำจะสะสมจนเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตที่เคย “ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ” กลายเป็น “ทำนิดเดียวแต่ได้มหาศาล”

2. “สัจจะบารมี” เป็นตัวขับเคลื่อน
เครื่องหมายของคนที่บารมีเต็ม คือ การมีวาจาสิทธิ์ เมื่อเรารักษาสัจจะจนเป็นนิสัย พลังงานในตัวคุณจะมีกำลังสูงมาก (High Frequency) #จนเทวดาประจำตัวสามารถรับคำสั่งและหนุนนำเราได้ทันทีที่อธิษฐาน นี่คือการมี “บารมีสั่งการ” ในมิติทิพย์

3. สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นปกติ
คนบารมีเต็มจะมีจิตที่อยู่เหนือมารทดสอบ แม้เจออุปสรรคใจก็ยัง เบา สบาย ไม่ฟูไม่แฟบ เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างคือบททดสอบบารมี เมื่อใจนิ่งและสว่างบารมีจะยิ่งควบแน่น #กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสทองเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา

4. พลังความ “กตัญญู” ที่ใสสะอาด
บารมีจะเต็มบริบูรณ์ได้ต้องมี “สายใยพลังงาน” ที่แข็งแรง คนที่มีบารมีเต็มจะมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาอย่างสุดหัวใจ พลังนี้จะเป็น “ท่อส่ง” ที่ทำให้กระแสบารมีจากครูบาอาจารย์ต้นสายไหลลงมาเติมเต็มเราตลอดเวลา

5. สัญญาณเมื่อบารมีเต็ม
เงินไหล: ทรัพย์เริ่มไหลเข้าจากหลายทิศทางอย่างไม่มีสาเหตุ
ญาณสว่าง: ตัดสินใจเรื่องงานหรือการเงินได้อย่างแม่นยำ ไม่ตกหลุมพรางมาร
เทวดาอารักขา: รู้สึกถึงการคุ้มครองที่ชัดเจน รอดพ้นจากภัยอันตรายหรือวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างอัศจรรย์

🚩🚩🚩 การสร้างบารมีให้เต็ม คือการ “รักษาสัจจะ อุดรอยรั่ว และรักษาใจให้เบาสบาย” เมื่อภาชนะใจเราเต็ม ขุมทรัพย์ในมิติที่ 5 ที่เทวดาจัดสรรไว้จะล้นทะลักเข้ามาสู่ชีวิตคุณเอง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้อง

    #บทบาทของการชี้นำจากสวรรค์ในการตัดสินใจที่ถูกต้องบางครั้งในชีวิตคุณมาที่ทางแยก แล้วบอกตัวเองว่าควรไปทางซ้ายหรือควรไปทางขวา? #เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่เราเลือกคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง? หากคุณกำลังเผชิญกับทางแยกในชีวิตของคุณในวันนี้ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆสี่ข้อที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้อง: 1. #อธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่าเพียงแค่ขอให้พระเจ้าช่วยคุณ แต่จงเปิดใจรับการนำทางจากสวรรค์จริงๆ ทำสิ่งนี้โดยหายใจเข้าลึก ๆ สามครั้ง หลับตา เคลื่อนเข้าสู่หัวใจ แล้วถามพระเจ้าว่าไม่ต้องกังวลว่าจะได้รับคำตอบทันที บ่อยครั้งที่เราผลักสิ่งต่าง ๆ ออกไปจากเราเพราะเราต้องการมันมากเกินไป หายใจเข้าในคำถามและยอมจำนนต่อคำตอบ การตัดสินใจที่ถูกต้องจะถูกเปิดเผยให้คุณทราบหากคุณถามคำถาม 2. #ให้ความสนใจมักจะมีสัญญาณรอบตัวเราที่พยายามจะบอกเราว่าใช่! หรือไม่! แต่เราคิดถึงพวกเขาเพราะเรายุ่งเกินไปและไม่ “ได้ยิน” ว่ายังคงเสียงเล็กๆ ที่พยายามจะชี้นำเรา ช้าลงหน่อย. หาเวลาให้กับตัวเองเป็นประจำและติดต่อกับภูมิปัญญาภายในของคุณเพื่อที่คุณจะได้ตระหนักถึงสัญญาณที่วิญญาณกำลังพยายามทำให้คุณพลาดอยู่เสมอหนึ่งสัญญาณที่จะใส่ใจกับเป็นขนลุกหรือหนาวสั่น หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกหนาวสั่น ทูตสวรรค์ของคุณยืนยันอย่างชัดเจนว่าคุณมาถูกทางแล้ว หากคุณกำลังคิดเกี่ยวกับบางสิ่งและรู้สึกปวดหัวหรือเริ่มรู้สึกไม่สบาย นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณมาไม่ถูกทาง ทุกครั้งที่ฉันปวดหัว ฉันมักจะตรวจสอบเพื่อดูว่ามีการตัดสินใจที่ฉันกำลังพยายามทำเกี่ยวกับบางสิ่งหรือไม่ และหากมี ฉันรู้ว่าอาการปวดหัวเป็นสัญญาณสำหรับฉันที่จะไม่ก้าวไปข้างหน้า บ่อยครั้งร่างกายและอารมณ์ของเราเป็นอีกทางหนึ่งที่วิญญาณ/เทวดาพยายามจะนำทางเราไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไปในทิศทางที่ถูกต้อง 3. #ความหลงใหลโดยปกติเส้นทางที่คุณควรเดินไปจะทำให้คุณสว่างไสวเหมือนต้นคริสต์มาส หรือจะระเบิดความตื่นเต้นอย่างดอกไม้ไฟในวันที่ 25 ธันวา เส้นทางที่คุณควรหลีกเลี่ยงมักจะรู้สึกราบเรียบและไร้ความรู้สึกลองพูดคุยกับใครสักคนเกี่ยวกับการตัดสินใจที่คุณต้องทำและขอให้พวกเขาใส่ใจกับน้ำเสียงและการแสดงออกทางสีหน้าของคุณ บางครั้งคำตอบอาจซ่อนอยู่ในภาษาของคุณและบุคคลอื่นสามารถระบุได้อย่างง่ายดาย เพียงตรวจสอบให้แน่ใจว่าบุคคลนั้นสามารถคัดค้านได้และพวกเขาไม่มีส่วนได้เสียส่วนตัวในผลลัพธ์ 4. #เห็นภาพมันเทคนิคคือการสร้างภาพ ให้เห็นภาพรายละเอียดที่เล็กที่สุดในแต่ละเส้นทางแยกจากกัน เหมือนกับภาพยนตร์ที่กำลังแล่นอยู่ในหัวของพวกเขา พวกเขาจินตนาการสิ่งที่ชีวิตของพวกเขาจะเป็นเช่นหากพวกเขาเลือกเส้นทางที่ 1 ให้ความสนใจใกล้เคียงกับวิธีที่พวกเขารู้สึกจากนั้นให้พวกเขาทำเช่นเดียวกันกับเส้นทาง # 2 จากนั้นเราร่วมกันประมวลผลข้อดีและข้อเสียของแต่ละเส้นทาง และหลายครั้งก็ปรากฏชัดว่าเส้นทางใดเป็นผลดีสูงสุดของพวกเขา บางครั้งการรู้ว่าคุณไม่ต้องการอะไรก็สำคัญพอๆ กับรู้ว่าคุณต้องการอะไร เส้นทางที่คุณเลือกคือการยืนยันสิ่งที่คุณไม่…

  • สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

    ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • จิตใจเล็ก

    จิตใจเล็กไม่สามารถเข้าใจวิญญาณ ที่ยิ่งใหญ่ได้ การจะมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ได้ คุณต้องเต็มใจที่จะถูกเยาะเย้ย เกลียดชัง และเข้าใจผิด ?️? #เข้มแข็งไว้

  • เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี

    เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี แต่เมื่อนึกถึงคราใดก็หัวเราะได้ทุกทีอย่าหาเหตุผลในเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายครูมีความสุขได้กับลูกศิษย์ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาพบครูรักทุกคนเพียงไว้แต่ …..แค่ปัจจุบัน

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…