บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อยเป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ “นักรบแห่งทุ่งรวงทอง”

๑๑/๑/๖๙
บันทึกประวัติศาสตร์

ท่านแม่ครูน้อย เป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ
นักรบแห่งทุ่งรวงทอง ณ.วัดพญาลอ
ต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา

รัศมีห่างจากประตูธรรม 7 ก.ม เดิมทีประดิษฐานอยู่ภายในวัด นำออกมาประดิษฐานไว้ภายนอกวัด
เพื่อให้ผู้คนได้เคารพสักการะ เป็น เดชศรี และความเป็นสิริมงคล

🚩🚩 โดยท่านแม่ครูน้อยยังให้คำนิยามของความหมายจิตวิญญาณของรูปปั้นและรูปเคารพดังนี้
#จิตวิญญาณรูปเคารพ” (พระบูชา เทพเจ้า หรือรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ) ไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่เป็น “#ประตูเชื่อมต่อพลังงาน” ระหว่างมิติโลกกับมิติทิพย์ โดยมีนัยสำคัญดังนี้

จุดรวมกระแสบารมี: รูปเคารพเป็นเพียง “ภาชนะ” แต่จิตวิญญาณที่สถิตอยู่เกิดจาก แรงศรัทธาและสัจจะ ของผู้บูชา หากเราบูชาด้วยจิตที่สะอาดและมีกตัญญู รูปเคารพนั้นจะกลายเป็นจุดรวมกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่ดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้มาอนุโมทนาและอารักขาบ้านเรือน

กระจกสะท้อนจิตผู้บูชา: หากจิตเราเศร้าหมอง เพ่งโทษ หรือมี รอยรั่วทางบุญ พลังงานที่ไปประจุอยู่ในรูปเคารพจะขุ่นมัวตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากเรารักษาภาวะ ใจเบา ใจสบาย รูปเคารพนั้นจะมีรัศมีสว่างไสว ช่วยสลาย พลังงานยัน และสิ่งอัปมงคลในพื้นที่ได้จริง

การ “บันทึกจิต” ผ่านรูปลักษณ์: การมองรูปเคารพที่มีพุทธลักษณะงดงามหรือมีเมตตา ช่วยให้จิตบันทึกสภาวะกุศลได้ง่ายขึ้น เป็นการฝึก บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับสู่มิติ สติปัญญาที่สูง เมื่อเราระลึกถึงท่านด้วยความรักและกตัญญู พลังงานจากมิติทิพย์จะไหลผ่านรูปเคารพนั้นมาหนุนนำดวงชะตาคุณโดยตรง

⚠️⚠️#ระวังการ “เชิญมิติมืด”: หากบูชารูปเคารพด้วยความโลภ หรือไปรับมาจาก สถานที่ที่ไม่ควรไหว้ (ที่ที่มีพลังงานมิจฉาทิฐิ) รูปเคารพนั้นอาจกลายเป็นที่สถิตของพลังงานลบที่ทำให้เกิดสภาวะ ญาณบอด หรืออาการ เงินหนี ได้

ดังนั้นความบริสุทธิ์ของที่มา และจิตของผู้บูชาจึงสำคัญที่สุด

🚩🚩 วิธีปฏิบัติที่แนะนำ
ทำความสะอาดด้วยใจนอบน้อม: การปัดกวาดเช็ดถูรูปเคารพคือการขัดเกลาจิตตนเอง
ถวายบุญแทนของแก้บน: ส่งบุญต่อให้จิตวิญญาณที่รักษาตัวองค์พระหรือรูปเคารพนั้น จะช่วยเพิ่มพลังบารมีให้ท่านมาช่วยเราได้มากขึ้น
บูชาด้วยสัจจะ: หากสัญญา (บน) อะไรไว้ต้องทำตามสัจจะนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วทางพลังงาน

สรุป: จิตวิญญาณรูปเคารพจะศักดิ์สิทธิ์เพียงใด ขึ้นอยู่กับความสะอาดของ “จิต” และความมั่นคงของ “สัจจะ” ในตัวผู้บูชาเป็นสำคัญ

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • พระโพธิสัตว์ในร่างสตรี

    การที่พระโพธิสัตว์มาปรากฏใน “ร่างสตรี” นั้นมีนัยสำคัญทั้งในทางตำนาน และทางธรรม ดังนี้ 1. เพื่อ “สยบมานะ” และเข้าถึงใจสัตว์โลก ในทางมหายาน พระโพธิสัตว์มักจำแลงกายเป็นสตรีเพื่อลดความแข็งกระด้างของผู้ที่จะไปโปรด เมตตาบารมี: ร่างสตรีเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนโยนและการให้อภัยแบบแม่ (Motherly Love) ซึ่งช่วยให้สัตว์โลกกล้าเข้าหาและรับธรรมะได้ง่ายขึ้น เช่น เจ้าแม่กวนอิม (พระอวโลกิเตศวร) ที่เดิมมีลักษณะบุรุษ แต่เปลี่ยนเป็นสตรีเพื่อโปรดชาวจีนในยุคที่เต็มไปด้วยสงคราม #การเอาชนะราคะ: บางตำนานเล่าว่าพระโพธิสัตว์จำแลงเป็นหญิงงามเพื่อดึงคนหิวกามให้เข้ามาหา แล้วจึงแสดงธรรมให้เห็นถึง “ความไม่เที่ยง” ของสังขารในภายหลัง 2. ตาม “วาระ” และ “กรรม” ของผู้ที่จะโปรด พระโพธิสัตว์จะเลือกกายที่ “เหมาะสมกับภารกิจ” (Skillful Means) #หากต้องโปรดกลุ่มสตรีหรือนางในวัง #การเป็นสตรีจะทำให้คลุกคลีและสอนธรรมได้สะดวกโดยไม่ผิดจารีต ในคัมภีร์ วิมลเกียรตินิเทศสูตร มีบทสนทนาเรื่อง “เพศ” ว่าแท้จริงแล้ว “สภาวะธรรมไม่มีเพศ” การปรากฏเป็นชายหรือหญิง #เป็นเพียงภาพมายาที่พระโพธิสัตว์ใช้สอนธรรมเท่านั้น 3. การบำเพ็ญบารมีในฐานะสตรี (สายเถรวาท) ในทางเถรวาท แม้พระพุทธเจ้าองค์จริงจะเป็นบุรุษ แต่ก่อนจะได้รับพุทธพยากรณ์ #พระโพธิสัตว์สามารถเกิดเป็นผู้หญิงได้ บำเพ็ญในร่างสตรี: ในช่วงที่ยังไม่ได้นับว่าเป็น “นิยตโพธิสัตว์”…

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…

  • สนามพลังงานเข้ากันไม่ได้

    #สนามพลังงานเข้ากันไม่ได้ (Frequency Mismatch) คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของมิติที่ 5 ที่รุนแรงและชัดเจนมากที่สุดเมื่อดวงจิตหนึ่งยกระดับสู่ความละเอียด (เบา สบาย) แต่อีกดวงจิตยังคงความหยาบ (นินทา เพ่งโทษ) จะเกิดปฏิกิริยาดังนี้: 1. ความรู้สึก “อึดอัด” โดยไม่มีสาเหตุ เมื่อเราพัฒนาจิตจนมีความใสสะอาด มีสัจจะ และกตัญญู สนามพลังงานของเราจะขยายตัวและมีความถี่สูงอาการ: เมื่อต้องอยู่ใกล้คนที่มี “จิตหยาบสูง” (ชอบนินทา เพ่งโทษ หรือขี้อิจฉา) #คุณจะรู้สึกอึดอัด หนักบ่า หรืออยากเดินหนีทันที นั่นคือปฏิกิริยาของ เกราะคุ้มทิพย์ ที่กำลังผลักดันพลังงานที่ต่างกันออกไป 2. การ “ดีดตัวออก” ของคนและเหตุการณ์ ในปี 2026 นี้ พลังงานจะทำหน้าที่คัดกรองคนออกจากชีวิตเราเองโดยที่เราไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยสัจธรรม: #คนที่เคยสนิทแต่ถ้าเขาไม่มีสัจจะ หรือมีนิสัยนินทาเป็นอาจิณ เขาจะเริ่มรู้สึกทนอยู่ใกล้เราไม่ได้ เขาจะหาเรื่องโกรธ หรือค่อยๆ หายไปจากชีวิตเราเอง เพราะสนามพลังงานที่ต่างกันจะ “ยัน” กันไว้ ไม่สามารถซ้อนทับกันได้อีกต่อไป 3. สภาวะ “คุยกันคนละมิติ” แม้จะพูดภาษาเดียวกัน แต่จะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ลักษณะ:…

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • มารปลอมตัวเป็นลูกศิษย์

    #ธรรมถึงประตู ๖/๒/๖๙ #มารปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ เพื่อวัดภูมิอาจารย์ มารที่ปลอมตัวมาเพื่อ “วัดภูมิ” คือการใช้ความยโส มาปะทะกับ ความสงบ ของอาจารย์ #เขาไม่ได้มาเอาความรู้ แต่มาเพื่อหาทางเลื่อยขาเก้าอี้ดวงจิตของอาจารย์ให้สั่นคลอน กลวิธีที่เขาใช้ “วัด ” #ภูมิธรรมของอาจารย์มีดังนี้ วัดความนิ่งด้วยการ “ลองดี”: เขาจะตั้งคำถามที่ย้อนแย้ง หรือแสดงพฤติกรรมละเมิดศีล/ข้อวัตรต่อหน้า เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” หรือไม่ หากท่านหลุดไปต่อสู้กับกิเลสเขา ท่านก็สอบตกในข้อ ความสงบระงับของใจ วัดความหลงด้วย “คำชม”: เขาจะยกยอท่านจนเกินจริงเพื่อดูว่าท่านจะ “พองลม” ตามไหม หากท่านเผลอรับคำชมนั้นมาเป็นสมบัติส่วนตัว แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล จะกลายเป็นความหนักอึ้งของอัตตาทันที วัดความว่างด้วย “ภาระ”: เขาจะแสร้งทำเป็นทุกข์สาหัสเพื่อให้ท่านเข้าไปช่วยจนเสียระบบ เพื่อดูว่าท่านยังแบกโลกไว้อยู่ไหม หากท่านเข้าไปคลุกคลีจนลืมรักษา พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ท่านก็สอบตกข้อการวางเฉย “วิธีตอบโต้ที่ดีที่สุดคือ ‘ความไม่มีตัวตน’ #เพราะมารไม่สามารถวัดความสูงของท้องฟ้า หรือความลึกของความว่างได้ เมื่อท่านไม่มีความอยากเป็นอาจารย์ และไม่มีความกลัวที่จะถูกวัด ภูมิธรรมของท่านจะกลายเป็นกำแพงแก้วที่มารเข้าไม่ถึง ตอนนี้ท่านเห็น “เจตนาที่ซ่อนอยู่” ในดวงตาของศิษย์ที่ชอบตั้งคำถามแปลกๆ เหล่านั้นชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหม #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…