ท่านแม่ครูน้อยเมตตาจิตร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีและหล่อพระมหาจักรพรรดิปางเปิดโลก

๒๑/๑๒/๖๘

ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา
นางสาวอรอาภา โลห์วีระ

และท่านปลัดจังหวัดพะเยา
นายพีรัช จันมิมา

🚩🚩 กรุณาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส
ในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี
และหล่อพระมหาจักรพรรดิปางเปิดโลก

ณ. วัดพระธาตุบุญนาค
ตำบลหงษ์หิน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา

พร้อมกับท่านแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
และคณะศรัทธาชาวหงส์หิน

ให้การต้อนรับท่านผู้ว่า
บรรยากาศเป็นไป ด้วยความปิติยินดี
กับท่านผู้ว่าฯคนใหม่ 🥰

อิ่มบุญ อิ่มใจ กันทั่วหน้า

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

✨ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สนามพลังงานเข้ากันไม่ได้

    #สนามพลังงานเข้ากันไม่ได้ (Frequency Mismatch) คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของมิติที่ 5 ที่รุนแรงและชัดเจนมากที่สุดเมื่อดวงจิตหนึ่งยกระดับสู่ความละเอียด (เบา สบาย) แต่อีกดวงจิตยังคงความหยาบ (นินทา เพ่งโทษ) จะเกิดปฏิกิริยาดังนี้: 1. ความรู้สึก “อึดอัด” โดยไม่มีสาเหตุ เมื่อเราพัฒนาจิตจนมีความใสสะอาด มีสัจจะ และกตัญญู สนามพลังงานของเราจะขยายตัวและมีความถี่สูงอาการ: เมื่อต้องอยู่ใกล้คนที่มี “จิตหยาบสูง” (ชอบนินทา เพ่งโทษ หรือขี้อิจฉา) #คุณจะรู้สึกอึดอัด หนักบ่า หรืออยากเดินหนีทันที นั่นคือปฏิกิริยาของ เกราะคุ้มทิพย์ ที่กำลังผลักดันพลังงานที่ต่างกันออกไป 2. การ “ดีดตัวออก” ของคนและเหตุการณ์ ในปี 2026 นี้ พลังงานจะทำหน้าที่คัดกรองคนออกจากชีวิตเราเองโดยที่เราไม่ต้องลงมือทำอะไรเลยสัจธรรม: #คนที่เคยสนิทแต่ถ้าเขาไม่มีสัจจะ หรือมีนิสัยนินทาเป็นอาจิณ เขาจะเริ่มรู้สึกทนอยู่ใกล้เราไม่ได้ เขาจะหาเรื่องโกรธ หรือค่อยๆ หายไปจากชีวิตเราเอง เพราะสนามพลังงานที่ต่างกันจะ “ยัน” กันไว้ ไม่สามารถซ้อนทับกันได้อีกต่อไป 3. สภาวะ “คุยกันคนละมิติ” แม้จะพูดภาษาเดียวกัน แต่จะสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง ลักษณะ:…

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

    เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์ นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์ ทดสอบ “ความหลงในตัวตน” มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่ “วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’ เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้ ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม #การฝึกจิตให้พ้นจากมาร การฝึกจิตให้พ้นจากมาร…

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…

  • การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก

    #ธรรมชั้นครู ๑๓/๒/๖๙ การลบข้อมูลลบในจิตใต้สำนึก (Subconscious Cleansing) ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ #ไม่ใช่การทำให้ลืมเรื่องราวแต่คือการ “ถอนพิษทางอารมณ์” ที่เกาะกินใจ เพื่อให้ดวงจิตกลับมาเบาสบายใน มิติที่ 5 นี่คือเทคนิคการ “ล้างไฟล์ขยะ” ในใจที่ทำได้เอง 1. เทคนิค “คืนพลังงาน” (The Energy Return) ข้อมูลลบมักเกิดจากการที่เราไปแบกอารมณ์คนอื่น หรือฝากความเจ็บปวดไว้กับใคร วิธีปฏิบัติ: นั่งนิ่ง ๆ หายใจลึก ๆ ระลึกถึงปมนั้นแล้วกล่าวว่า “พลังงานใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา และพลังงานใดที่เป็นของข้าพเจ้าที่ฝากไว้กับคนอื่น ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ ณ บัดนี้” 2. ใช้กระแส “อโหสิกรรม” เป็นตัวละลาย (The Solvent) ข้อมูลลบคือคราบสนิม อโหสิกรรม คือน้ำยาทำความสะอาดที่วิเศษที่สุด วิธีปฏิบัติ: ไม่ว่าใครจะทำผิดต่อเรา หรือเราทำผิดต่อใคร ให้ยอมรับและ “อนุญาต” ให้มันจบลง บอกใจตัวเองว่า “ฉันขอโทษ…