คิดว่าสำคัญมากสำหรับการทำความเข้าใจอาณาจักรแห่งจิตวิญญาณ

#มาดูกันว่ามันคืออะไร:

Lightworkers มีคนที่รู้สึกสำนึกในหน้าที่ที่มีต่อโลกที่จะรักการแพร่กระจาย, การศึกษา, การรักษาและมีสติมากขึ้น พวกเขามีบทบาทสำคัญในความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณของโลก
Dr. Doreen Virtue
จัดหมวดหมู่พวกเขาใน 4 อาณาจักร
#ทูตสวรรค์ที่แตกต่างกัน

?️?#อาณาจักรเทวดาดินคือ:

1. #เทวดาที่จุติมา
คนเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะเช่น- ใบหน้ารูปหัวใจหรือผมสีอ่อน พวกเขามักจะสงบ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และอดทน พวกเขามักจะพกสิ่งของต่างๆ เช่น ล็อกเกตนางฟ้า หนังสือ เป็นต้น เนื่องจากมีความสุภาพเรียบร้อย พวกเขาจึงหางานทำในสาขาต่างๆเช่น การสอน การให้คำปรึกษา การพยาบาล ฯลฯ

2. #องค์ประกอบที่จุติมา
องค์ประกอบที่จุติมาสามารถเปลี่ยนแปลงได้มากในแง่ของรูปลักษณ์ พวกเขาอาจมีผมหยักศก จมูกสั้น หรืออะไรก็ได้ที่แสดงถึงองค์ประกอบของธรรมชาติ บุคลิกของพวกเขามักจะกระฉับกระเฉงมาก พวกเขาชอบเล่น หัวเราะและสนุกสนาน พวกเขามีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับธรรมชาติและสัตว์ พวกเขามักจะทำงานเป็นนักแสดงตลก นักแสดง หรือนักดนตรี

3. #สตาร์ผู้คน
พวกเขาเกิดบนโลกใบนี้มีภารกิจในการแพร่กระจายความเมตตา ลักษณะเด่นของร่างกายคืออัลมอนด์หรือตารูปตัวยูคว่ำ ผู้ชายมักจะสูงและผอม พวกเขารู้สึกทึ่งกับยูเอฟโอและเทคโนโลยี พวกเขามักจะทำงานเป็นผู้รักษาพลังงาน

4. #ปราชญ์
คนเหล่านี้มีพฤติกรรมที่จริงจังและมีสัญชาตญาณอย่างมาก เหล่านี้รวมถึงผู้ที่เกิดก่อนหน้านี้นักปฏิบัติ สวดมนต์ พวกเขาสนุกกับการเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ยุคในตำนาน กฏแห่งกรรม และอื่นๆ

Similar Posts

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…

  • เรามีความ รู้ภายใน

    เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป #จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ

  • จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ”

    #ถึงประตูธรรม๑๓/๒/๖๙ ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “#คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ” ที่ทำหน้าที่เก็บกระแสพลังงานสัมพันธ์ไว้ทั้งหมด โดยบุคคลที่จิตใต้สำนึกจดจำไว้แม่นยำที่สุดมีดังนี้ 1. ผู้ที่มี “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน (บุญสัมพันธ์) พ่อแม่และบรรพบุรุษ: คือสายเลือดและพลังงานต้นกำเนิดที่จิตใต้สำนึกบันทึกไว้ในรูปแบบของ ความกตัญญู หากเราทำไม่ดีหรือละเลย #พลังงานส่วนนี้จะขุ่นมัวและส่งผลต่อความเจริญในชีวิตทันที ครูบาอาจารย์: ผู้ที่เคยชี้ทางสว่างให้ในมิติจิตวิญญาณ สายใยนี้จะดึงดูดให้เรากลับมาพบเจอท่านอีกเพื่อต่อยอดปัญญา 2. ผู้ที่มี “หนี้พยาบาท” ต่อกัน (เจ้ากรรมนายเวร) คนที่เราเคยเบียดเบียน หรือคนที่เคยทำร้ายเราจนเกิดความ โกรธแค้น ลึกๆ ลักษณะการจำ: จิตใต้สำนึกไม่ได้จำหน้าได้เสมอไปในตอนแรก แต่จะจำ “ความรู้สึก” (Vibration) ได้ เมื่อเจอคนเหล่านี้ในชาตินี้ เราจะรู้สึกอึดอัด กลัว หรือหมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล 3. ผู้ที่เรา “ห่วงใย” จนเกินขอบเขต (พันธนาการ) ลูก หลาน หรือคนรักที่เรา “แบก” ไว้ในใจตลอดเวลาการจดจำ: ความห่วงคือพลังงานที่หนืดและยึดโยง จิตใต้สำนึกจะจดจำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะดูแล หรือจะรักตลอดไป ทำให้ดวงจิตถูกดึงรั้งไม่ให้เข้าสู่…

  • ขอแว็บขึ้นดอยไปหาเด็กน้อยผู้อารี

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห็นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็นเราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภเราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…