#คำว่าชีวิต

?️?#คำว่าชีวิต

มิได้มีความหมายเพียงแค่ความเป็นอยู่แห่งร่างกาย แต่หมายถึงความสุข ความทุกข์ ความเจริญ ความเสื่อม ของบุคคลในทางต่างๆ ด้วย

บางคนมีปัญหาว่า จะวาดภาพชีวิตของตนอย่างไรในอนาคต หรืออะไรควรจะเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต และจะไปถึงจุดหมายนั้นหรือที่นึกที่วาดภาพไว้นั้นด้วยอะไร ปัญหาที่ถามคลุมไปดังนี้ น่าจะตอบให้ตรงจุดเฉพาะบุคคลได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าทางแห่งชีวิตของแต่ละบุคคลตามที่กรรมกำหนดไว้เป็นอย่างไร และถ้าวาดภาพของชีวิตอนาคตไว้เกินวิสัยของตนที่จะพึงถึง แบบที่เรียกว่าสร้างวิมานบนอากาศ ก็จะเกิดความสำเร็จขึ้นมาไม่ได้แน่

?️? หรือแม้วาดภาพชีวิตไว้ในวิสัยที่พึงได้พึงถึง แต่ขาดเหตุที่จะอุปการะให้ไปถึงจุดหมายนั้นก็ยากอีกเหมือนกันที่จะเกิดเป็นความจริงขึ้นมา

ชีวิตคนเรา เติบโตขึ้นมาดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความเมตตากรุณาจากผู้อื่นมาตั้งแต่เบื้องต้น

คือ เมตตา กรุณา จากบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ญาติสนิท มิตรสหาย ถ้าไม่ได้รับความเมตตา ก็อาจจะสิ้นชีวิตไปแล้วเพราะถูกทิ้ง เมื่อเราเติบโตมาจากความเมตตากรุณา

?️? ก็ควรมีความเมตตากรุณาต่อชีวิตอื่นต่อไป วิธีปลูกความเมตตากรุณา คือ ต้องตั้งใจปรารถนาให้เขาเป็นสุข ตั้งใจปรารถนาให้เขาปราศจากทุกข์ โดยเริ่มจากเมตตาตัวเองก่อน แล้วคิดไปถึงคนใกล้ชิด คนที่เรารัก จะทำให้เกิดความเมตตาได้ง่าย แล้วค่อยๆ คิดไปให้ความเมตตาต่อคนที่ห่างออกไปโดยลำดับ

การแก้ปัญหาของคนเรา ถ้าป้องกันไว้ก่อนแก้ไม่ทันก็แก้เมื่อปัญหายังเล็กน้อยจะง่ายกว่า เหมือนอย่างดับไฟกองเล็กง่ายกว่าดับไฟกองโต ถ้าเป็นผู้ที่สนใจธรรมะบ้างก็จะหาหนทางปฏิบัติได้ถูกต้อง ดังที่พระพุทธเจ้ายกขึ้นแสดงว่า ธรรมะพันเกี่ยวข้องกับตัวเราเอง ทุกๆ คนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าตั้งมั่นในการประพฤติธรรมให้พอเหมาะแก่ภาวะของตนเอง ก็จะทำให้พ้นจากความทุกข์ภัยพิบัติได้ ถ้าไม่ปฏิบัติก็อาจจะเผลอพลั้งพลาด และถ้าไม่รู้วิธีแก้ปัญหาด้วยธรรมะก็อาจจะทำให้หลุดพ้นจากบ่วงปัญหาได้ยาก ฉะนั้น ถ้าสนใจพระธรรมบ้างก็จะมีเครื่องป้องกันแก้ไขให้พ้นจากความทุกข์ ดังคำกล่าวที่ว่าพระธรรมคุ้มครอง

Similar Posts

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรา

    หลังแคมป์ปิดมีใครสักคนหนึ่ง #ดีใจที่มีเรากำลังใจไร้เดียงสาขั้นสุด#หมาน้อยปิงปิง

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…

  • นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้อง

    การเปิดกายทิพย์ เป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรา #เข้าใจต่อ การฝึกฝนของความก้าวหน้าของดวงวิญญาณ  นั่งสมาธิ 10 นาทีที่ถูกต้องช่วยทำให้ชีวิตท่านเปลี่ยนแปลง ในแต่ละวันนอกจากเราจะฝึกสงบจิตคลื่นสมองยังเป็นสิ่งสำคัญ #บุคคลหนึ่งคนจะถูกพัฒนา IQ (Intelligence Quotient)ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล EQ(Emotional Quotient) ความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้ เข้าใจอารมณ์ตนเองและผู้อื่น สามารถควบคุม อารมณ์และยับยั้งชั่งใจตนเองและแสดงออกอย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักรอคอย รู้จักกฎเกณฑ์ระเบียบวินัย มีจิตใจร่าเริงแจ่มใส และ มองโลกในแง่ดี การเจริญพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา) จะช่วยเสริม EQ ได้ CQ (Creativity Quotient) ความฉลาดในการริเริ่มสร้างสรรค์ มีความคิด จินตนาการหรือแนวคิดใหม่ๆ ในรูปแบบต่างๆ เช่น การ เล่น งานศิลปะ และการประดิษฐ์สิ่งของ นักวิจัยพบว่าการเล่นและทำกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการเช่น การเล่นศิลปะ การหยิบจับของใกล้ตัวมาเป็น ของเล่น การเล่านิทาน เป็นต้น…

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…

  • โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ

    โปรดใช้เวลาที่เหลือก้าวไปข้างหน้าขอบคุณนะสำหรับทุกช่วงเวลาที่มีความหมายครูได้ออกแบบ #ศาลาภูตะนครา และให้คุณพ่อ กับ คุณแดนไตร นร.รุ่น 11ดำเนินการ ลงมือสร้าง ครูได้รับดอกบัวหลวง (จากคุณนก นร.รุ่น 46)มาลงสระ รอบศาลา อีกไม่นานคงได้ชื่นชมดอกบัวที่ตรัสรู้พ้นน้ำ#ศาลาหลังนี้ครูจะใช้แสดงธรรม และใช้สวดอภิเษกมนต์ (มณีมนต์) ให้กับลูกศิษย์ที่เดินทางมาฝึกฝน#มณีมนต์มีพลังในการในการขจัดอารมณ์ด้านลบ และสามารถประสาทพรให้กับเรามากมายมหาศาลโดยที่เราไม่สามารถจินตนาการถึง #แต่มนต์บทนี้จะไม่สามารถส่งผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเมื่อเราสวดภาวนาอย่างไม่ตั้งมั่น ฟุ้งซ่านอยู่บ่อยๆ ภาวนาไป คิดถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ไป หรือภาวนาได้สองสามคำก็หยุดทำอย่างอื่น แล้วภาวนาต่อ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่สมบูรณ์มากนัก ต่อให้เราจะชักสายประคำรวดเร็วมากเท่าไหร่ แต่ในใจคิดฟุ้งซ่าน การภาวนาเช่นนี้จะให้ประโยชน์อะไร การภาวนาไม่ใช่เรื่องของการสะสมจำนวนครั้งให้ได้มากๆ สารัตถะที่แท้จริงแห่งการภาวนาคือการตั้งมั่น มีสมาธิ และเข้าใจในความหมายของมนต์ นี่ต่างหากคือเป้าหมายแห่งการปฏิบัติ