ความเงียบสงัดเป็นความสุขของผู้สันโดษ

ความไม่พยาบาทเบียดเบียนซึ่งเป็นความสำรวมนั้นเป็นความสุขในโลก
การไม่รู้สึกอยากและละจากกาม (ความพอใจในรูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสทั้งหลาย) เสียได้ เป็นความสุขในโลก
?️? แต่การไม่ยึดติดอัตตา ไม่ถือตัวว่าเราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ (กำจัดอัสมิมานะได้) เป็นความสุขอย่างยิ่ง

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา

    #เราอาจจะต่อต้านในสิ่งที่ผู้อื่นทำแต่เราก็รักและหวังดีต่อเขา#เช่นพี่น้องครูเคยมีคำถามกับตัวเองว่าการที่เราจะได้รู้ซึ้งถึงความรักอันแรงกล้าและจดจ่อของความเป็นความรักเช่นพ่อแม่เราจะสามารถทำได้กับผู้อื่นหรือไม่มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือที่เราจะรักผู้อื่นด้วยความรักแบบเดียวกันนี้ได้เราสามารถขยายวงกลมแห่งความห่วงใยไปสู่ผู้อื่นอีกมากมายไม่ใช่แต่เพียงคนในครอบครัวของเราได้จริงๆหรือ??? รักได้จริงหรือ???#เพราะความสันโดษของครูจึงสามารถมองความรักทั้งหมดไปสู่เพื่อนมนุษย์ได้ ดังเช่น ความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกเรามีความรักปรารถนาดีที่มีต่อความเป็นมนุษย์และมันเป็นเรื่องที่เราสามารถทำได้ซึ่งบางทีเราอาจไม่สามารถรักใครบางคนที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราได้#สำหรับครูครูมีความเห็นว่าเราอาจขยายความรักนี้ออกไปจนพ้นขอบเขตอันเป็นแบบฉบับที่เรามีจำกัดต่อตัวเราเองเราอาจมีความรักและความสัมพันธ์ให้เฉพาะคนในครอบครัวของเรามากเกินไปแต่รู้หรือไม่ว่าความรักนี้สามารถมอบให้กับผู้อื่นได้ห่วงใยผู้อื่นได้ ดังเช่น คนหนึ่งในครอบครัวของเราและมันเกิดขึ้นได้จริงในดวงใจของเราดวงเดียวกันนี้เอง

  • โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ

    #โลกภายในของคุณใหญ่และทรงพลังมากกว่าโลกที่คุณเห็นรอบตัวคุณ มีบางอย่างที่ดีในตัวคุณ บางคนกําลังเป็นพยานในการกระทํา วาจา และจิตใจของคุณ #ผู้สังเกตการณ์คนนั้นคือคุณ ส่วนที่ดีที่สุดในตัวคุณเอง #วันไหนที่คุณไปถึงขั้นนั้น#คุณจะไม่ประจานตัวเองต่อหน้าผู้อื่นอีกต่อไป#จากนั้นคุณจะไม่พบจุดอ่อนในตัวเองอีกต่อไป จงไปที่นั่นและพบว่าความปลอดภัย อยู่ภายใน อย่าหลงทางต่อไปภายนอกตัวคุณเองและไม่รู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงและเป็นธรรมชาติของคุณ นั่งสมาธิทุกวัน เข้าสู่ความเงียบสงบและนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับแสงแห่งสัญชาตญาณที่เผาไหม้บนแท่นบูชา ไม่มีความกระสับกระส่าย ไม่มีการค้นหาหรือการมุ่งมั่นที่นั่น ตระหนักว่าความรู้ของตนเองสูงสุดอยู่ในตัวคุณ #ที่นั่นส่องประกายพลังของพระเจ้า ดื่มหัวเชื้อแห่งพระเจ้าที่หวานที่สุดและกลายเป็นอมตะ กลับสู่สูญญตา

  • ประเพณีเดือนยี่

    #ประเพณีเดือนยี่ คือ ประเพณีลอยกระทงแบบล้านนาโดยคำว่า ยี่ แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ซึ่งตรงกับเดือนสิบสองของไทย#ตั้งธรรมหลวง การตั้งธรรมหลวง หรือเทศน์มหาชาติ ในอดีตเป็นหัวใจหลักของงานยี่เป็ง โดยแบ่งการเทศน์เป็น วันแรกเทศน์ธรรมวัตร วันที่สองเทศน์คาถาพัน ก่อนที่จะเทศน์มหาชาติก็จะเทศน์เรื่องอื่นไปเรื่อย ๆ พอถึงวันสุดท้ายก็จะเทศน์ด้วยคัมภีร์ชื่อ มาลัยต้น มาลัยปลาย และอานิสงส์มหาชาติ รุ่งขึ้นเวลาเช้ามืดก็จะเริ่มเทศน์มหาชาติตั้งแต่กัณฑ์ทศพรเรื่อยไป จนครบทั้ง ๑๓ กัณฑ์ ซึ่งมักจะไปเสร็ฐเอาในเวลาทุ่มเศษ แล้วจะมีการเทศนธรรมพุทธาภิเษกปฐมสมโพธิ สวดมนต์เจ็ดตำนานย่อ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร และสวดพุทธาภิเษก ปัจจุบันนิยมเทศน์จบภายในวันเดียว การทำรั้วราชวัตร ประตูป่า ประดับโครงซุ้มด้วยทางมะพร้าว ประดับด้วยฉัตร ธง ช่อช้าง ต้นกล้วย ต้นอ้อย ต้นข่า ต้นกุก มาปักไว้ให้ดูเหมือนกับประตูเข้าป่าใครไปทำอะไรกันบ้างในวันนี้ขอให้โชคดีมีชัย

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • “ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง”

    #ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า” ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ #ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด” เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น การ “ลอกคราบมวลสารดำ” การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ “คัดทิ้ง” หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้ การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน #เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส…

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…