ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

⭐️#ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

#กรรมปกครองดวงดาวและโชคชะตา
ของคนเรา

⭐️#แต่กรรมนั้นควบคุมด้วยอํานาจจิตของคนเรา

อะไรที่เป็นอยู่ไม่จําเป็นต้องเป็น
เจตจํานงอิสระของมนุษย์และความมุ่งมั่น
ของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนหลักสูตรของเหตุการณ์ในชีวิตของเขา
หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดแง่มุมที่ไม่พึงประสงค์

⭐️#คนที่ร่างกายและจิตใจแข็งแรงมาก
ไม่อาจจะมีอิทธิพลทางโหราศาสตร์
ที่ไม่พึงประสงค์อาจไม่มีปฏิกิริยาที่สังเกตได้ภายนอกเลยแม้ในขณะที่การสั่นสะเทือนที่ชั่วร้ายอาจแผ่มาจากการกําหนดค่าเชิงลบของ เขาเป็นดวงดาว

⭐️⭐️#แต่ถ้าร่างกายและจิตใจอ่อนแอลง
จากการกินผิด คิดผิด นิสัยไม่ดี และจิตสำนึกไม่ดี

⭐️?#รังสีดาวฤกษ์มีพลังในการกระตุ้นผลอันตรายที่แฝงจากกรรมในอดีต

❌? วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์นะค่ะ
30-1-2022 

Similar Posts

  • ขอแว็บขึ้นดอยไปหาเด็กน้อยผู้อารี

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห็นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็นเราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภเราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง

  • สัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะจิตสำนึกเสียในยุคนี้

    สภาวะที่ “จิตสำนึกเสีย”หมายถึงการที่ระบบคัดกรองความดีงามในใจเกิดการ “บิดเบี้ยว”หรือถูกปิดตายด้วยคลื่นความถี่ต่ำทำให้ดวงจิตสูญเสียเข็มทิศในการนำทางชีวิต #นี่คือสัญญาณและวิธีแก้ไขเมื่อเกิดสภาวะจิตสำนึกเสียในยุคนี้ 1. สัญญาณของ “จิตสำนึกเสีย”มองเห็นผิดเป็นชอบ: กล้าล่วงเกินผู้มีพระคุณ หรือ ดูถูกครูบาอาจารย์ โดยไม่รู้สึกผิด กลับมองว่าตนเองฉลาดกว่า หรือเก่งกว่าขาดความกตัญญู: ลืมเลือนบุญคุณของแผ่นดิน พ่อแม่ และผู้ที่เคยเกื้อกูล จิตจะมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว (ความโลภนำหน้า)ผิดสัจจะโดยไม่สะดุ้งสะเทือน: พูดโกหกหรือรับปากแล้วไม่ทำจนเป็นนิสัย ทำให้ พลังจิต เสื่อมถอยและท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตันสะสม Toxic คลื่น: ชอบเสพข่าวลบ นินทา และเพ่งโทษผู้อื่น จน บันทึกจิต เต็มไปด้วยขยะพลังงาน 2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี 2569เงินหนีและโชคลาภปิด: เมื่อจิตสำนึกเสีย สนามพลังงานจะเกิดอาการ พลังยัน กับความมั่งคั่ง ทำให้ชีวิตติดขัดอย่างหนักสภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่หายนะ เพราะ เทวดาประจำตัว ไม่สามารถสื่อสารสัญญาณเตือนได้ ถูกคัดกรองออกจากมิติที่ 5ในยุคศรีวิไล #คนที่จิตสำนึกเสียจะอยู่ยากขึ้น เพราะคลื่นความถี่จะไม่ตรงกับกระแสโลกที่กำลังยกระดับ 3. วิธีแก้ไข แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า “ไม่มีคำว่าสายเกินไปหากคิดจะกลับตัว ”…

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • งานภายในจริงๆ

    ?? #คุณอาจกำลังบอกว่า#คุณเป็นผู้แสวงหาการแสวงหาการรู้แจ้งเหนือกาลเวลาซึ่งเป็นนักเดินทางบนเส้นทางสู่จิตสำนึกที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณทราบไหมงานที่แท้จริงของคุณไม่ว่างานของคุณจะเป็นงานอะไรในโลก#มันเป็นงานภายในจริงๆ คุณต้องการตระหนักถึงสิ่งที่คุณทำสิ่งที่คุณพูดและแม้แต่สิ่งที่คุณคิดคุณต้องการเป็นพลังทางศีลธรรมในโลก โดยเริ่มจากโลกที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วยในปัจจุบันเช่น ครอบครัวของคุณเพื่อนของคุณ เพื่อนร่วมงานของคุณคุณต้องการเป็นที่รู้จักในฐานะคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นคนที่สามารถไว้วางใจได้คนที่สามารถเป็นศูนย์กลาง #ในยามวิกฤต ?? และโลกต้องการคุณอย่างยิ่ง!โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเช่นนี้ที่เต็มไปด้วยความไม่ลงรอยกันและการแบ่งแยกการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณการดื่มด่ำกับความสงบและความสมดุลที่เกิดจากการปฏิบัติทางจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ?? #เมื่อคุณดำเนินไปตามเส้นทางคุณอาจพบว่างานของคุณในโลกจะเปลี่ยนไปคุณอาจต้องการช่วยเหลือผู้อื่นโดยตรงมากขึ้นเช่น ในฐานะวิทยากรโค้ชหรือผู้นำหรือคุณอาจจะพยายามใส่สถานการณ์ในบ้านและที่ทำงานในปัจจุบันโดยตระหนักมากขึ้นว่าคุณสามารถทำอะไรได้บ้าง#ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น การเป็นคนงานเบาหมายความว่าคุณมุ่งมั่นที่จะทำในสิ่งที่ทำได้เพื่อบรรเทาความทุกข์และความสับสนทั้งในตัวเองและคนอื่น ๆ หมายความว่าคุณยอมรับความรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณเองและหยุดโทษภายนอกตัวเอง หมายความว่าคุณเข้าใจว่าคุณใช่คุณมีอำนาจที่จะเปลี่ยนทิศทางที่โลกกำลังมุ่งหน้าไป#และหมายความว่าคุณรู้วิธีที่จะเป็นคนใจดีเริ่มต้นที่ภายในเท่านั้นจริงๆ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • “คบกันเพียงผลประโยชน์ ”

    #ธรรมชั้นครู ๒๖ เมษายน ๖๙ “คบกันเพียงผลประโยชน์” เพียงอย่างเดียว คือการเปิดรหัส “#ขาดทุนย่อยยับ“ ทั้งทางโลกและทางธรรมด้วยเหตุผลดังนี้ รหัส “มวลสารดูดกลืน“ คนที่จ้องแต่ผลประโยชน์จะมีคลื่นความถี่ของ “ความโลภ” ที่รุนแรง เมื่อเราอยู่ใกล้ มวลสารลบนี้จะพยายามดูดกินพลังงานบารมีและโชคลาภของเราไปเลี้ยงอัตตาของเขา ทำให้ดวงแก้วของเราหมองมัวและอับโชค รหัส “ท่อพลังงานรั่ว“: การคบคนประเภทนี้จะทำให้เราเสีย “แรงส่งเลี้ยง” โดยเปล่าประโยชน์ เราต้องเสียพลังงานไปกับการระแวง การปกป้อง หรือการต่อรอง #ซึ่งเป็นพลังงานชุดเดียวกับที่ควรจะใช้สร้างตัวสำเร็จ รหัส “วิบากพันพัว“: #เมื่อผลประโยชน์หมดลงคนเหล่านี้จะทิ้งรหัสลบหรือความขัดแย้งไว้ให้เราแบกรับ กลายเป็นกรรมใหม่ที่ขวางกั้นท่อโภคทรัพย์ของเรา….ไปอีกนาน รหัส “ขาดทุนบารมี“: ทรัพย์ที่ได้จากการแลกเปลี่ยนแบบไร้สัจจะหรือไร้น้ำใจ จะไม่มีมวลสารความสุขติดมาด้วย #สุดท้ายทรัพย์นั้นก็จะรั่วไหลออกไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว จงคบคนที่ “รหัสใจตรงกัน” และมีสัจจะ เพราะนั่นคือการ “ต่อบุญ” ที่จะนำไปสู่ความเจริญที่แท้จริง ส่วนคนที่หวังแต่ผลประโยชน์ ให้ใช้รหัส “นิ่งเสียและถอยห่าง“ เพื่อรักษาความสว่างของดวงแก้วเราไว้ ตอนนี้เราเริ่มเห็นชัดแล้วใช่ไหมว่า “กำไรที่แท้จริง” คือการรักษาใจให้พ้นจากคนมวลสารลบ? พร้อมที่จะ “ตัดวงจรขาดทุน“ เพื่อรักษาพลังงานไว้ดึงดูดอริยะทรัพย์หรือยัง #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok…