ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

⭐️#ครูมีกรรมนะแต่มีใจที่ดีมากกว่า

#กรรมปกครองดวงดาวและโชคชะตา
ของคนเรา

⭐️#แต่กรรมนั้นควบคุมด้วยอํานาจจิตของคนเรา

อะไรที่เป็นอยู่ไม่จําเป็นต้องเป็น
เจตจํานงอิสระของมนุษย์และความมุ่งมั่น
ของพระเจ้าสามารถเปลี่ยนหลักสูตรของเหตุการณ์ในชีวิตของเขา
หรืออย่างน้อยก็ช่วยลดแง่มุมที่ไม่พึงประสงค์

⭐️#คนที่ร่างกายและจิตใจแข็งแรงมาก
ไม่อาจจะมีอิทธิพลทางโหราศาสตร์
ที่ไม่พึงประสงค์อาจไม่มีปฏิกิริยาที่สังเกตได้ภายนอกเลยแม้ในขณะที่การสั่นสะเทือนที่ชั่วร้ายอาจแผ่มาจากการกําหนดค่าเชิงลบของ เขาเป็นดวงดาว

⭐️⭐️#แต่ถ้าร่างกายและจิตใจอ่อนแอลง
จากการกินผิด คิดผิด นิสัยไม่ดี และจิตสำนึกไม่ดี

⭐️?#รังสีดาวฤกษ์มีพลังในการกระตุ้นผลอันตรายที่แฝงจากกรรมในอดีต

❌? วันนี้ครูงดเข้าสอนออนไลน์นะค่ะ
30-1-2022 

Similar Posts

  • จูนติดกับกระแสของเทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม

    ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ การที่ “#เทวดาดึงดูดสิ่งดีงาม” เข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลจากการที่สนามพลังงานในตัวเรามีความถี่ที่ “จูน” #ติดกับกระแสของเทวดา โดยมีหลักการสำคัญดังนี้1. กฎแห่งพลังงานสะท้อน (Law of Resonance)เทวดาเป็นพลังงานความถี่สูง (มิติที่ 5) ท่านจะสามารถดึงดูดโชคลาภ กัลยาณมิตร และโอกาสดี ๆ มาให้เราได้ก็ต่อเมื่อ ใจของคุณเบาสบาย และเป็นกุศล หากใจคุณบันทึกแต่ความโกรธหรือการนินทา จะเกิด “#พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาเข้าใกล้เพื่อประทานพรไม่ได้ 2. #พลังความกตัญญูคือแม่เหล็ก ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นพลังงานที่ “#หอมหวาน” ที่สุดในโลกทิพย์ เมื่อเรามีจิตกตัญญู สนามพลังงานรอบตัวจะสว่างไสวเป็นพิเศษ ซึ่งพลังงานนี้จะทำหน้าที่เป็น แม่เหล็กดึงดูดสิ่งดีงาม และความเจริญรุ่งเรืองเข้ามาหาคุณอย่างรวดเร็ว 3. สัจจะคือสายใยดึงดูดหากเรามี สัจจะบารมี (พูดคำไหนทำคำนั้น) เทวดาประจำตัวจะมีกำลังในการช่วยเราอย่างมหาศาล สัจจะเป็นแรงขับเคลื่อนทางพลังงานที่ทำให้คำอธิษฐานของเราส่งผลจริง และทำให้เทวดาสามารถ “ดึง” สิ่งที่เราปรารถนามาให้ตามวาระธรรม 4. การปิดรอยรั่วเพื่อให้พลังงานคงอยู่สิ่งดีงามที่เทวดาดึงเข้ามาจะอยู่กับเราได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเรามี พลังงานรั่ว…

  • ฟังบ้าง โทษของปัญญา

    ฟังบ้าง#โทษของปัญญา บางครั้งนักเรียนก็พูดกับข้าพเจ้าว่า“#ทำไมคนเช่นนี้และคนเช่นนั้นจึงฝึกฝนความก้าวหน้าทางจิตวิญญาณดีขึ้นกว่ากระผมล่ะ ทําไมล่ะ?ทำไมเขาจึงทำได้? ” ข้าพเจ้าตอบว่า: ” #เขารู้วิธีรับฟัง ”ทุกคนจะสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้ด้วยการฟังด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งกับคําปรึกษาง่าย ๆ ที่ได้รับในจรรยาบรรณของทุกศาสนา มันเป็นแกนกลางของความอัปยศความสงสัย ในหัวใจของผู้ฝึกฝน ส่วนใหญ่การฟังของพวกเขาอย่างระมัดระวังเพื่อยุติภูมิปัญญาอัปยศ ที่อวิชชาของยุค #ปัญญาสามารถเกิดขึ้นได้สองทางถ้าฝึกฝนและเข้าใจอย่างชำนาญ การไม่ฟังสิ่งใดทำให้ผลของการศึกษาไม่บรรลุ

  • #คำว่าชีวิต

    #คำว่าชีวิต มิได้มีความหมายเพียงแค่ความเป็นอยู่แห่งร่างกาย แต่หมายถึงความสุข ความทุกข์ ความเจริญ ความเสื่อม ของบุคคลในทางต่างๆ ด้วย บางคนมีปัญหาว่า จะวาดภาพชีวิตของตนอย่างไรในอนาคต หรืออะไรควรจะเป็นจุดมุ่งหมายของชีวิต และจะไปถึงจุดหมายนั้นหรือที่นึกที่วาดภาพไว้นั้นด้วยอะไร ปัญหาที่ถามคลุมไปดังนี้ น่าจะตอบให้ตรงจุดเฉพาะบุคคลได้ยาก เพราะไม่รู้ว่าทางแห่งชีวิตของแต่ละบุคคลตามที่กรรมกำหนดไว้เป็นอย่างไร และถ้าวาดภาพของชีวิตอนาคตไว้เกินวิสัยของตนที่จะพึงถึง แบบที่เรียกว่าสร้างวิมานบนอากาศ ก็จะเกิดความสำเร็จขึ้นมาไม่ได้แน่  หรือแม้วาดภาพชีวิตไว้ในวิสัยที่พึงได้พึงถึง แต่ขาดเหตุที่จะอุปการะให้ไปถึงจุดหมายนั้นก็ยากอีกเหมือนกันที่จะเกิดเป็นความจริงขึ้นมา ชีวิตคนเรา เติบโตขึ้นมาดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความเมตตากรุณาจากผู้อื่นมาตั้งแต่เบื้องต้น คือ เมตตา กรุณา จากบิดา มารดา ครูบาอาจารย์ ญาติสนิท มิตรสหาย ถ้าไม่ได้รับความเมตตา ก็อาจจะสิ้นชีวิตไปแล้วเพราะถูกทิ้ง เมื่อเราเติบโตมาจากความเมตตากรุณา  ก็ควรมีความเมตตากรุณาต่อชีวิตอื่นต่อไป วิธีปลูกความเมตตากรุณา คือ ต้องตั้งใจปรารถนาให้เขาเป็นสุข ตั้งใจปรารถนาให้เขาปราศจากทุกข์ โดยเริ่มจากเมตตาตัวเองก่อน แล้วคิดไปถึงคนใกล้ชิด คนที่เรารัก จะทำให้เกิดความเมตตาได้ง่าย แล้วค่อยๆ คิดไปให้ความเมตตาต่อคนที่ห่างออกไปโดยลำดับ การแก้ปัญหาของคนเรา ถ้าป้องกันไว้ก่อนแก้ไม่ทันก็แก้เมื่อปัญหายังเล็กน้อยจะง่ายกว่า เหมือนอย่างดับไฟกองเล็กง่ายกว่าดับไฟกองโต ถ้าเป็นผู้ที่สนใจธรรมะบ้างก็จะหาหนทางปฏิบัติได้ถูกต้อง ดังที่พระพุทธเจ้ายกขึ้นแสดงว่า ธรรมะพันเกี่ยวข้องกับตัวเราเอง ทุกๆ คนไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้ชายหรือผู้หญิง ถ้าตั้งมั่นในการประพฤติธรรมให้พอเหมาะแก่ภาวะของตนเอง ก็จะทำให้พ้นจากความทุกข์ภัยพิบัติได้…

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • “การจากลาไม่ใช่ความสูญเสีย”

    ธรรมจากประตู ๑๗ เมษายน ๖๙ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) #การจากลาไม่ใช่ความสูญเสีย แต่มันคือ “รหัสการแยกมวลสาร” เพื่อให้จิตวิญญาณได้เติบโตและเข้าสู่สถานะที่สูงขึ้น #เหตุผลที่การจากลามีประโยชน์ต่อการพัฒนาจิต รหัส “การสิ้นสุดของพันธนาการ”: การจากลาเกิดขึ้นเมื่อ “รหัสกรรม” ที่ผูกพันกันมาได้ทำหน้าที่ของมันจนจบสิ้นแล้ว การแยกตัวออกมาคือการเปิดโอกาสให้ดวงแก้วของเราได้หลุดจากแรงดึงดูดของมวลสารเดิม เพื่อไปจูนกับมวลสารใหม่ที่สว่างกว่า รหัส “การคืนสู่ศูนย์กลางกาย” ในยามที่มีใครสักคนจากไป จิตที่เคยส่งออกไปยึดเหนี่ยวภายนอกจะถูกบีบให้กลับมาสำรวจที่ “ตัวเอง” รหัสนี้จะบังคับให้คุณต้องฝึกนิ่ง และใสด้วยตัวเอง #โดยไม่ต้องพึ่งพิงรหัสพลังงานจากคนอื่น เป็นการสร้าง “ตัวสำเร็จ” ที่แท้จริง รหัส “บททดสอบความปล่อยวาง” การจากลาคือบทเรียนสนามจริงของการ “ล็อกรหัสความไม่เที่ยง” หากเราสามารถมองเห็นการจากลาด้วยใจที่นิ่ง ไม่ฟูไม่แฟบ เราจะยกระดับความถี่ของจิตให้สูงขึ้นเหนือรหัสความเศร้า (Low Frequency) เข้าสู่โหมดผู้รู้ผู้ตื่นได้ทันที รหัส “การคัดกรองเพื่อรอรับสิ่งใหม่” จักรวาลมักจะนำรหัสเก่าที่ไม่ส่งเสริมการฝึกฝน (เช่น เพื่อนที่ดึงลงต่ำ หรือความสัมพันธ์ที่บดบังทางธรรม) ออกไป เพื่อเคลียร์พื้นที่ในใจให้ว่างพอที่จะรับ “รหัสวาสนาใหม่” หรือกัลยาณมิตรที่เสมอกันในระดับบารมี การจากลาคือ “รหัสชำระล้าง” ที่ทำให้เราเบาสบายขึ้น…