การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

#ถึงประตูธรรม
๒๘/๑/๖๙

🇹🇭🇹🇭การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้

1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น”
หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา”

✅ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน

2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว)
#กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน
กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ

3. “ใช้” #กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต
กิเลสไม่ใช่ศัตรู แต่เป็น “ครูฝึก” ชั้นดี ถ้าไม่มีคนชอบมาขอ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “อุเบกขา” (ความวางใจเป็นกลาง) ของเราแข็งแกร่งแค่ไหน? ถ้าไม่มีความอยาก เราจะเห็นความจริงของ “ความไม่เที่ยง” ได้อย่างไร? ให้ขอบคุณกิเลสที่โผล่มา เพราะมันกำลังบอกว่า “จุดไหนในใจเราที่ยังไม่แข็งแกร่ง” เพื่อให้เราเข้าไปอุดรอยรั่วนั้น

4. ยอมรับว่าเรายังมีกิเลส (Self-Compassion)
อย่าเป็นทุกข์เพราะ “อยากให้กิเลสหมดไป” #เพราะความอยากนั้นเองคือกิเลสซ้อนกิเลส
ยอมรับอย่างเมตตาว่า “ใช่ เรายังมีความโลภ มีความโกรธอยู่ แต่มันก็แค่เรื่องชั่วคราว”
การยอมรับความจริงทำให้ใจไม่ตึงเครียด เมื่อใจไม่เครียด จิตจะผ่องใสโดยธรรมชาติ
(ใบบัวที่รู้ว่ามีโคลนอยู่ข้างล่าง แต่ก็ไม่ได้รังเกียจโคลน)

5. หลักการ “ทางผ่าน”⚠️⚠️⚠️⚠️
ให้กิเลสเป็นเพียง “#ทางผ่านของพลังงาน”
กิเลสเข้ามาทางอายตนะ (ตาเห็น หูฟัง) -> ใจรับรู้ -> ไม่ปรุงแต่งต่อ -> ปล่อยให้มันไหลออกไป
การไม่กักขังพลังงานลบไว้ในใจ คือการรักษา “การไหลเวียนของจิต” ให้สะอาดอยู่เสมอ

สรุปสั้นๆ:🚩🚩🚩🚩

อยู่กับกิเลสเหมือน “#อยู่กับเพื่อนที่นิสัยไม่ดี” คือรู้ว่ามันเป็นยังไง รับรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น แต่ไม่ต้องไปทำตามที่มันบอก และไม่ต้องไปทะเลาะกับมันเพื่อให้เสียบรรยากาศชีวิต แค่นี้จิตเราก็จะมี “เกราะ” ที่นุ่มนวลและผ่องใสที่สุด

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • อย่ากลัวความรู้สึก

    #อย่ากลัวความรู้สึก#เรากลัวความรู้สึกของตัวเองเราต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราไม่เคยได้รับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพวกเขาและเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากการทำเช่นนั้น #เป็นผลให้พวกเขากลับมาหาเราเรื่อยๆทำให้เราหมดพลังงานซึ่งเสียไปในการตัดสินใจต่อสู้และหนีเป็นความจริงที่ความรู้สึกจะไม่คงอยู่ แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ความรู้สึกเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเสมอตราบเท่าที่คุณไตร่ตรองและเรียนรู้จากพวกเขา#คำนึงถึงความรู้สึกของคุณ#เมื่อคุณประสบกับพวกเขา ให้พวกเขาเข้ามาและครุ่นคิด เพื่อให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสารถึงคุณ#การปล่อยให้ความรู้สึกของคุณแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในตัวคุณ เท่ากับคุณหล่อเลี้ยงลูกในตัวคุณส่งเสริมให้ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่รู้สึกผิดโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่คุณได้กระทำลงไป (และคุณรู้สึกผิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น) หรือคุณเคยเห็นคนอื่นทำ ( และคุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด และรู้สึก “ผิด”)#คุณไม่สามารถหาคำตอบได้เว้นแต่คุณจะยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อที่คุณจะได้ไตร่ตรอง

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…

  • ๒๕ มกราคม

    ๒๕ มกราคม #คิดว่าฉันอยู่เหนือผู้ที่ “ไม่รู้”เมื่อข้าพเจ้าเริ่มเดินบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณครั้งแรก ข้าพเจ้าประณามผู้ที่ไม่ทำสมาธิ ข้าพเจ้าไม่ชอบอยู่กับคนที่ไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับพลังงานบวกและกฎแห่งการดึงดูด#ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นปุถุชนที่โชคร้ายที่ไม่เคยใช้ชีวิตที่เติมเต็มที่ ข้าพเจ้าเป็นอยู่ แต่แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้พบกับคนที่ไม่มีจิตวิญญาณซึ่งอบอุ่นและดีกว่าคนทางจิตวิญญาณมากมายที่ ข้าพเจ้ารู้จักแม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยจดบันทึกความกตัญญู แต่พวกเขาก็มีความสุขและโต้เถียงกับชีวิตของพวกเขา พวกเขาอาจไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางแห่งความรักอย่างมีสติ แต่พวกเขากำลังแสดงให้เห็นทุกแง่มุมของการมีอยู่อย่างบริบูรณ์ข้าพเจ้าพบว่าจิตวิญญาณไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณรู้เกี่ยวกับจักระมากแค่ไหนหรืออาหารของคุณปราศจากความโหดร้ายเพียงใด มันเกี่ยวกับการที่คุณใส่แง่บวกเข้ามาในชีวิต บางครั้งถึงแม้จะไม่รู้ตัว

  • พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์

    พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีเมตตากรุณาไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือทำร้ายสิ่งมีชีวิตด้วยความโกรธ แต่บริวารของพวกท่าน ทั้งผู้รักษาธรรม เทวดา นาคมังกร ภูติผี และวิญญาณ จะโกรธเคือง วิญญาณชั่วร้ายและผีร้ายเหล่านั้น เมื่อเห็นเจ้าสวดมนต์ในขณะที่กระทำความผิด จะนำภัยพิบัติและอันตรายมาสู่เจ้า จะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมาก จะทำให้เจ้าเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าต้องประสบกับความโชคร้ายหรือผลกรรมนานาต่อเนื่อง” “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!ดังนั้นเจ้าทำตัวเองให้บริสุทธิ์(โดยศีล) ส่วนใหญ่จิตใจของเจ้าต้องบริสุทธิ์ อย่าได้มีมลทินความคิดมิจฉา รักษาความบริสุทธิ์ทางกาย ไม่ปฏิบัติธรรมอันเป็นมลทิน รักษาความบริสุทธิ์ของเจ้าตลอดเวลาอย่าทำผิดวินัยแม้แต่น้อย” #อย่าให้เทวดาหมดความศรัทธาต่อเจ้า#และเจ้าจะไม่ได้รับการปกป้อง

  • Walk-in #กู้บารมี

    Walk-in #กู้บารมี คือเมื่อวิญญาณของเราถูกแทนที่#หรือรวมเข้ากับจิตวิญญาณ#ของสิ่งมีชีวิตที่มีมิติสูงกว่า ปรากฏการณ์นี้อาจคล้าย กับประสบการณ์ใกล้ตายแต่แทนที่จะเป็นคนที่กลับมาพร้อมกับความทรงจำของสิ่งมีชีวิตที่สูงขึ้นจากอีกด้านหนึ่ง พวกเขานำสิ่งนี้กลับมาในร่างกายของพวกเขาอีกครั้ง อย่างแท้จริงเพื่อเผยแพร่ข้อความหรือบอกว่า #ตัวตนที่สูงกว่ามีจริง #นำกลับมาเพื่อต่อปัญญาวิญญาณให้สูงขึ้น #พูดตามหาเทวดาประจำตัว