กระบวนการสื่อสาร

?️? กระบวนการสื่อสารทางจิตของมนุษย์ที่เรียกว่าโทรจิตนี้เป็นการสื่อภาษาจิตที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันกับการเกิดกระบวนการสร้างพลังงานใหม่ของจิตเมื่อมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นให้รับรู้ด้วยตนเองได้ว่ามีอารมณ์รู้สึกเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้นซึ่งตลอดทั้งวันมนุษย์จะมีอารมณ์แปลกๆใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นเท่ากับว่ามนุษย์ได้สร้างพลังงานใหม่ด้วย #แก่นแท้คือจิตตนเองอยู่ตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกันและถ้าในแต่ละครั้งที่มนุษย์มีการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกมนุษย์ก็จะได้ใส่รหัสทางจิตของตนด้วยการคิดนึกหรือต้องการผสมผสานคลื่นอารมณ์เข้าไปด้วย #แทนที่มนุษย์จะสร้างพลังงานใหม่ด้วยจิตตนเองอย่างเดียว ในขณะนั้นคลื่นพลังงานใหม่ของจิตยังจะทำหน้าที่เป็น #พาหนะหรือพาหะ ที่จะนำเอารหัสการคิดต้องการคิดไปกับคลื่นความถี่ทางอารมณ์ซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกด้วยเพื่อส่งตรงไปยังจิต?️? ซึ่งเป็นแก่นแท้ของอีกรูปธรรมหนึ่งหรืออีกสรรพสิ่งหนึ่งที่เขามีคุณสมบัติในการรับรู้ได้และยังคิดรู้ได้อีกต่างหากด้วยจึงถือได้ว่าการโทรจิตจากจิตสู่จิตกับกระบวนการสร้างใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง

Similar Posts

  • “ความปลอดภัยทางพลังงาน”

    ธรรมจากประตู 🪷🪷🪷๒๕ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของท่านแม่ครูน้อย การที่อาจารย์บางท่านไม่รับต่อบุญ หรือปฏิเสธการรับมวลสารบุญจากศิษย์บางคน ไม่ใช่เรื่องของความใจดำ ✅✅ แต่เป็นเรื่องของ “ความปลอดภัยทางพลังงาน” และ “รหัสกฎแห่งกรรม”ดังนี้🆘🔜 รหัส “มวลสารปนเปื้อน“หากบุญนั้นได้มาจากการทุจริต การเบียดเบียน หรือจิตขณะทำเต็มไปด้วยความโลภและความหวังผล (มวลสารลบ) หากอาจารย์รับไว้ พลังงานขุ่นมัวนั้นจะเข้าไปกระทบต่อดวงแก้วและบารมีรวมของสายวิชชา ท่านจึงต้อง “ดีดออก” เพื่อรักษาความสะอาดของส่วนรวม 🆘🔜รหัส “วิบากหนาเกินแรงส่ง“บางครั้งศิษย์มีวิบากกรรมหนักที่ยังไม่ถึงเวลาปลดล็อก หรือยังไม่มีความสำนึกผิดที่แท้จริง (สัจจะยังไม่เกิด) การที่อาจารย์รับบุญคือการเข้าไป “รับช่วงต่อวิบาก” นั้น หากมวลสารลบของศิษย์แรงกว่ามวลสารบุญที่ส่งมา อาจารย์จะกลายเป็นผู้แบกรับแทน ซึ่งผิดกฎการเรียนรู้ของดวงจิต 🆘🔜รหัส “การตัดสายใยเพื่อดัดนิสัย”การไม่รับคือบททดสอบหนึ่ง เพื่อให้ศิษย์กลับไปสำรวจตัวเองว่า “รหัสใจ” ตรงไหนที่รั่วอยู่ หากศิษย์ยังทำบุญเพื่อจะเอาชนะ หรือทำเพื่ออวดอ้างบารมี อาจารย์จะนิ่งและไม่รับเพื่อให้ศิษย์เกิด “ความเอะใจ” และกลับไปแก้ไขที่ต้นเหตุ 🆘🔜รหัส “เครื่องกรองเทวดา”อาจารย์ระดับสูงท่านทำงานร่วมกับเทวดาประจำวิชชา หากรหัสของศิษย์ไม่ผ่านเกณฑ์ (เช่น ไม่มีกตัญญูหรือปรามาสลับหลัง)เทวดาจะ “ปิดท่อ” ไม่ให้อาจารย์รับพลังงานนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ศิษย์นำชื่อครูไปแอบอ้างสร้างกรรมเพิ่ม 🆘🆘การที่อาจารย์ไม่รับต่อบุญ คือการส่งสัญญาณเตือนว่า “ท่อพลังงานของเรามีปัญหา” ท่านกำลังเมตตาบอกให้เรากลับไปขัดเกลามวลสารใจให้สะอาดเสียก่อน ก่อนที่จะส่งต่อรหัสพลังงานใดๆตอนนี้คุณเริ่มเห็น…

  • ยิ่งกายแห่งแสงสว่าง

    #เรื่องของมารทดสอบ ทำความดีมักมีอุปสรรคธรรมสูงขึ้นหนึ่งศอก มารจะสูงขึ้นหนึ่งวาผู้บำเพ็ญจึงให้เห็นเป็นธรรมดา อย่าหวั่นไหว ไม่ท้อถอยถูกทดสอบ….ว่าบำเพ็ญจริง!!!ถูกทดสอบ….เพื่อสะเดาะห์เคราะห์ ลบล้างหนี้เวรกรรมถูกทดสอบ….เพื่อลบล้างความแข็งกระด้าง ยโส โอหังถูกทดสอบ….เพื่อกำหนดรู้ ดีกรี ระดับ มรรคผล #แบบอย่างการทดสอบ สอบประชิดตัว คือ เจ็บป่วยถูกทำร้ายสอบอารมณ์ คือ ถูกทรยศหักหลังสอบรอบนอก คือ ถูกใส่ร้ายขู่ขวัญเป็นความสอบวิปริต คือ จากพรากล้มละลายสอบราบรื่น คือ สมหวังทุกอย่างสอบฝืดขัด คือ มีอุปสรรคบั่นทอน ทุกอย่างสอบพลิกผัน คือ ชะตากรรมผันผวน เช่น รวยแล้วจน สอบทางธรรม เรื่องแปลก ๆ วุ่นวาย…ให้รู้เท่าทัน มุ่งมั่นบำเพ็ญ มารทดสอบจะเลิกราไปเอง  เราชาวพุทธถูกสอนให้เกลียดมารมีอคติกับมารมานาน แต่เราไม่มีความรู้แจ้งจริงว่ามารคือใคร? แท้แล้วมารคือ เทวดาชั้นหกไม่ต่างจากเทพหรอกเขาเป็นชาวสวรรค์เหมือนกันมีอาญาสิทธิ์ อาญาธรรมในการทำหน้าที่ของตนเองเหมือนกัน เป็นธรรมะ ธรรมชาติที่ขาดจากโลกนี้ไปไม่ได้หากขาดแล้วก็จะเสียสมดุล

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์

    คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์ให้ตัวเอง มิตรภาพที่เห็นแก่ตัวเองเท่านั้นที่ทำลายความไว้วางใจ “จงมีมิตรภาพที่ยั่งยืนด้วยใจที่บริสุทธิ์” อย่าแสวงหาผลกำไรเกินกว่ามูลค่างานของเรา การได้มาซึ่งกำไรปลอมทำให้เราเป็นคนโง่งม คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า “จงมั่งคั่งในความซื่อสัตย์”