มิติที่ 5

  • บารมีเต็ม

    #ธรรมชั้นครู ๑๖/๑/๖๙ “บารมีเต็ม” ไม่ได้หมายถึงการต้องไปทำบุญด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่หมายถึงสภาวะที่ดวงจิตของคุณมี “กำลังภายใน” บริสุทธิ์จนถึงขีดสุดที่จะดึงดูดปาฏิหาริย์และทรัพย์ใหญ่ได้ #โดยมีเครื่องหมายยืนยันดังนี้ 1. ภาชนะใจ “ไม่มีรอยรั่ว” บารมีจะเต็มได้ ต้องเริ่มจากการ “หยุดทำให้พร่อง” คนที่บารมีเต็มคือคนที่อุดรอยรั่วจากการนินทา การเพ่งโทษ และการปากไม่ตรงกับใจได้สนิท เมื่อไม่มีรอยรั่ว บุญเพียงเล็กน้อยที่เราทำจะสะสมจนเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตที่เคย “ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ” กลายเป็น “ทำนิดเดียวแต่ได้มหาศาล” 2. “สัจจะบารมี” เป็นตัวขับเคลื่อน เครื่องหมายของคนที่บารมีเต็ม คือ การมีวาจาสิทธิ์ เมื่อเรารักษาสัจจะจนเป็นนิสัย พลังงานในตัวคุณจะมีกำลังสูงมาก (High Frequency) #จนเทวดาประจำตัวสามารถรับคำสั่งและหนุนนำเราได้ทันทีที่อธิษฐาน นี่คือการมี “บารมีสั่งการ” ในมิติทิพย์ 3. สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นปกติคนบารมีเต็มจะมีจิตที่อยู่เหนือมารทดสอบ แม้เจออุปสรรคใจก็ยัง เบา สบาย ไม่ฟูไม่แฟบ เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างคือบททดสอบบารมี เมื่อใจนิ่งและสว่างบารมีจะยิ่งควบแน่น #กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสทองเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา 4. พลังความ “กตัญญู” ที่ใสสะอาด บารมีจะเต็มบริบูรณ์ได้ต้องมี “สายใยพลังงาน”…

  • เจ้าบุญนายคุณคือ “รากแก้ว” ของดวงชะตา

    #ธรรมจากประตู๑๖/๑/๖๙ คำว่า “เจ้าบุญนายคุณ” มีความหมายลึกซึ้งในเชิงพลังงานมิติที่ 5 มากกว่าแค่การเป็นผู้มีพระคุณทั่วไป #แต่คือกลุ่มบุคคลหรือดวงจิตที่เป็น” #ท่อส่งพลังงานบารมี” หลักในชีวิตของเราดังนี้ 1. #ใครคือเจ้าบุญนายคุณที่แท้จริง?ในยุคศิวิไลซ์นี้ แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่าเจ้าบุญนายคุณที่ใกล้ตัวและมีพลังสูงสุดคือ “พ่อแม่” (พระอรหันต์ในบ้าน) และ “ครูบาอาจารย์” ผู้ชี้ทางสว่าง พลังงานจากบุคคลเหล่านี้คือสายใยที่เชื่อมต่อเราเข้ากับกระแสบารมีของเทวดาชั้นสูง #หากความสัมพันธ์กับเจ้าบุญนายคุณกลุ่มนี้ติดขัด จะเกิดสภาวะ “ท่อพลังงานตัน” ทำให้ทำมาหากินไม่ขึ้น 2. เทวดาประจำตัว : เจ้าบุญนายคุณในมิติทิพย์ เทวดาที่ดูแลปกปักรักษาเราคือเจ้าบุญนายคุณฝ่ายทิพย์ ท่านคอยคัดกรองภัยอันตรายและเปิดทางทรัพย์ให้ แต่ท่านจะช่วยได้เต็มที่ก็ต่อเมื่อเรามี “สัจจะ” หากเราผิดสัจจะบ่อยๆ จะถือเป็นการลบหลู่เจ้าบุญนายคุณฝ่ายทิพย์ ทำให้ท่านต้องถอยห่างและปล่อยให้เราเผชิญกับ มารทดสอบ เพียงลำพัง 3. การกตัญญูคือ “การเปิดทางไหลของทรัพย์” พลังความกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณคือคลื่นความถี่ที่สูงที่สุด กตัญญูด้วยใจ: รักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โกรธเคืองหรือเพ่งโทษผู้มีพระคุณ กตัญญูด้วยสัจจะ: พูดคำไหนทำคำนั้นต่อท่าน เพื่อสร้างบารมีที่ใสสะอาด เมื่อเราตอบแทนเจ้าบุญนายคุณด้วยความบริสุทธิ์ใจ รอยรั่วทางบุญ จะถูกปิดสนิท และ #บารมีจะเต็มเปี่ยมจนดึงดูดโชคลาภมหาศาล 4. ระวัง “การสร้างหนี้กรรม”…

  • สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน”

    #ถึงประตูธรรม  ๑๖ มกราคม ๒๕๖๙ สภาวะ “ธาตุไม่เข้ากัน” ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องดวงพงศ์สมพงษ์ตามตำรา #แต่คือการขัดแย้งกันของ “คลื่นพลังงาน” ในมิติที่สูง #ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตอย่างรุนแรง ดังนี้ 1. ธาตุระหว่าง “บุคคล” (คนศีลไม่เสมอกัน) เมื่อเรายกระดับจิตใจให้ เบา สบาย และรักษาสัจจะ แต่คนรอบข้างยังอยู่ในพลังงานตกยุค (นินทา เพ่งโทษ โกรธแค้น) จะเกิดสภาวะธาตุไม่เข้ากัน ผลที่เกิด: เราจะรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่ายเวลาอยู่ใกล้คนเหล่านั้น #หรือเกิดการโต้เถียงกันโดยไม่มีเหตุผล วิธีแก้: #ไม่ต้องพยายามปรับตัวให้เข้ากับพลังงานลบ แต่ให้รักษาความนิ่งและประคองใจให้เบาสบายไว้ แล้ว “#กฎแห่งการคัดกรองพลังงาน” จะผลักคนธาตุไม่ตรงกันออกไปจากชีวิตคุณเอง 2. ธาตุระหว่าง “ตัวเรากับงานหรือสถานที่” หากเราทำงานในที่ที่เต็มไปด้วยการคดโกง หรืออยู่ในสถานที่ที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น ในขณะที่ดวงจิตคุณเริ่มสะอาดขึ้น จะเกิดอาการธาตุต้านกัน ผลที่เกิด: ทำงานติดขัด ไอเดียไม่ออก (ญาณบอด) หรือเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ โดยหาสาเหตุไม่ได้วิธีแก้: ให้ใช้ “น้ำสะอาด” และ “พานอธิษฐานจิต” เพื่อปรับธาตุในบริเวณนั้น หรือหากถึงเวลา “สัญญากรรมหมด” เทวดาจะเปิดทางให้เราได้เปลี่ยนเส้นทางใหม่ที่ธาตุตรงกันมากกว่า 3. ธาตุใน “กายตนเอง” (กายกับจิตไม่สัมพันธ์กัน)คนที่มีสัจจะล้มเหลว…

  • มารดลใจ

    #ถึงประตูธรรม มารดลใจ ๑๒/๑๑/๖๙ #มารดลใจ” (ท่านแม่ครูน้อยลองดูทั้งหมดแล้ว) คือรูปแบบหนึ่งของบททดสอบ ทางพลังงานที่แยบยลที่สุด เพื่อขัดขวางไม่ให้คุณเข้าสู่ความเจริญในมิติที่ สูงขึ้น #โดยมีลักษณะดังนี้ ดลใจให้ “เพ่งโทษ”: มารจะดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของคนอื่น โดยเฉพาะกับครูบาอาจารย์ พ่อแม่ หรือกัลยาณมิตร เพื่อให้เราสร้าง รอยรั่วทางบุญ เมื่อเรานินทาหรือตำหนิ พลังงานกุศลจะรั่วไหลออกไปทันที และทำให้เราเกิดสภาวะ ญาณบอด ดลใจให้ “ผิดสัจจะ”เมื่อเราตั้งใจจะทำความดีหรือรักษาสัจจะ มารจะดลใจให้เรารู้สึกว่า “เอาไว้ก่อน” หรือหาเหตุผลมาอ้างเพื่อไม่ต้องทำตามคำพูด เพื่อทำลายฐาน สัจจะบารมี ของเรา ซึ่งส่งผลให้การอธิษฐานจิตไม่มีพลังและเกิดอาการ เงินหนี ดลใจให้ “ใจหนักและกังวลมารจะดึงภาพความล้มเหลวในอดีตหรือความกังวลในอนาคตมาให้เราคิดวนเวียน เพื่อทำลายสภาวะ ใจเบา ใจสบาย หากเราหลงเชื่อและจมอยู่กับความเศร้า พลังงานในตัวจะกลายเป็น พลังงานยัน ที่ผลักโชคลาภออกไป ดลใจให้ “อกตัญญู” มารจะพยายามทำให้เราลืมพระคุณของผู้ที่เคยช่วยเหลือ หรือดลใจให้เรามองว่าคำสั่งสอนของครูเป็นเรื่องน่ารำคาญ เพื่อตัดสายสัมพันธ์ทางพลังงาน (ท่อบารมี) ระหว่างเรากับแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ #วิธีรับมือเมื่อรู้ว่าถูกมารดลใจรู้เท่าทัน: เมื่อจิตเริ่มคิดลบ ให้บอกตัวเองว่า “นี่คือบททดสอบ” แล้วหยุดความคิดนั้นทันที  #บันทึกจิตใหม่: รีบพลิกใจกลับมาที่ ความกตัญญู…

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • มารทดสอบ

    “มารสอบ” หรือการที่มารเข้ามาทดสอบบารมี คือสัญญาณว่าเรากำลังจะได้รับ “ของใหญ่” หรือโชคลาภก้อนโต #แต่มารจะมาขวางเพื่อให้เราสอบตกและหลุดจากสภาวะบุญ ดังนี้ มาทดสอบในรูปแบบ “#คนใกล้ตัว” มารมักดลใจให้คนรัก ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวทำตัวน่ารำคาญหรือขัดใจ เพื่อดูว่าเราจะรักษาความสงบได้ไหม หากเราหลุดด่าทอหรือโกรธเคือง จะเกิด รอยรั่วทางบุญ ทันที และทำให้โชคลาภที่กำลังจะมาต้องหยุดชะงักไป มาทดสอบในรูปแบบ “คำพูดนินทา”: เมื่อเราเริ่มปฏิบัติธรรมหรือชีวิตเริ่มดีขึ้น มารจะส่งบททดสอบมาเป็นคำถากถางหรือการนินทา เพื่อให้คุณเกิด พลังงานยัน (ความพยาบาท/ความโกรธ) หากเราเข้าไปตอบโต้ จิตจะดิ่งลงจากมิติที่สูงและกลายเป็นสภาวะ ญาณบอด มาทดสอบ “สัจจะบารมี” หากเราตั้งสัจจะว่าจะทำสิ่งใด มารจะส่งอุปสรรคหรือความขี้เกียจมาดลใจเพื่อให้เราผิดคำพูด หากเราสอบตกในเรื่อง สัจจะ พลังอำนาจในการดึงดูดทรัพย์จะหายไป และเกิดอาการ เงินหนี มาทดสอบ “ความกตัญญู” มารจะพยายามดลใจให้เรามองเห็นแต่ข้อเสียของครูบาอาจารย์หรือพ่อแม่ เพื่อให้เราปรามาสหรือมองข้ามพระคุณ ซึ่งเป็นการตัด ท่อบารมี ของเราเอง #วิธีสอบให้ผ่าน นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว: เมื่อเจอเหตุการณ์กระทบใจ ให้บอกตัวเองว่า “มารกำลังทดสอบบารมี” แล้วรักษาใจให้ เบา สบาย ไม่โต้ตอบ บันทึกจิตใหม่: พลิกความโกรธให้เป็นความสงสารหรือความกตัญญูทันที…

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…

  • สนามพลังงานบุญ

    “สนามพลังงานบุญ” ตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ ในปี 2026 นี้คือการเปลี่ยนที่อยู่อาศัยให้เป็นมิติที่สูง ภพภูมิเทวดาและพรหม เพื่อดึงดูดทรัพย์และโชคลาภ โดยมีหลักการสำคัญดังนี้ ความสะอาดและระเบียบ (กายภาพสะท้อนจิต)บ้านที่รกและสกปรกคือที่สถิตของ พลังงานยัน และขยะทิพย์ การจัดบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง คือการเตรียมภาชนะเพื่อรองรับ ทรัพย์ทางพลังงาน เมื่อบ้านสะอาด พลังงานจะไหลเวียน (Flow) ได้สะดวก ทำให้คนในบ้านใจเบาและสบายขึ้น ตั้งสัจจะในพื้นที่กำหนดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน (เช่น หิ้งพระหรือมุมสงบ) แล้วรักษา สัจจะ ในพื้นที่นั้น เช่น ตั้งสัจจะว่าจะสวดมนต์หรือนั่งนิ่งๆ วันละ 5-10 นาที พลังแห่งสัจจะจะแผ่กระจายออกมาเป็นรัศมีคุ้มครองบ้าน ทำให้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย เสียงหัวเราะและวาจาสิทธิ์บ้านที่เป็นสนามพลังบุญต้องไม่มีเสียงด่าทอ นินทา หรือการเพ่งโทษ เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ อย่างมหาศาล ให้เปลี่ยนเป็นการพูดคำขอบคุณ การชื่นชม และการมีเสียงหัวเราะของเด็กๆ คลื่นความถี่สูงเหล่านี้จะช่วยดึงดูด เทวดาประจำตัว ของทุกคนในบ้านให้มีกำลัง การบันทึกจิตใหม่ในบ้านในทุกๆ วัน ให้บันทึกความรู้สึกกตัญญูต่อบ้านที่ให้เราอยู่อาศัย…

  • สิ่งที่ “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” กลัวที่สุดคือ “ความซื่อตรงและความใสสะอาดของดวงจิต”

    “เทวดามิจฉาทิฏฐิ” (เทวดาที่ยังมีความยึดติดในอัตตา ชอบการสรรเสริญ หรือมีมิติจิตที่ไม่บริสุทธิ์) จะมีความเกรงกลัวต่อสภาวะพลังงานบางประการที่เราสามารถสร้างขึ้นได้ กลัว “สัจจะบารมี” ที่เด็ดขาด เทวดากลุ่มนี้มักทำงานผ่านการล่อลวงหรือการต่อรอง แต่จะเกรงกลัวผู้ที่รักษา สัจจะ (พูดคำไหนทำคำนั้น) อย่างที่สุด เพราะพลังของสัจจะเป็นอำนาจสั่งการ มิติพลังงานที่ “เฉียบขาด” และไม่มีช่องว่างให้การบิดเบือนเข้าแทรกแซงได้ กลัว “พลังความกตัญญู” ที่ใสสะอาด ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงมาก (High Frequency) ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่มีพลังงานความถี่ต่ำกว่าจะไม่สามารถทนสู้รัศมีแสงสว่างนี้ได้ พลังความกตัญญูจะสร้าง “สนามพลังบุญ” ที่เข้มแข็งจนพลังงานมิติมืดเข้าไม่ถึง กลัว “ใจที่เบา สบาย และว่าง” เทวดามิจฉาทิฏฐิชอบเกาะกินอารมณ์ที่หนักหน่วง เช่น ความโลภ ความโกรธ หรือความอยากเด่นอยากดัง แต่จะกลัวและอึดอัดกับจิตที่อยู่ในสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” (มิติที่สูง) #เพราะจิตที่ว่างไม่มีจุดเกาะเกี่ยวให้เขาดึงเข้าสู่วงจรการแลกเปลี่ยนพลังงานที่ผิดทาง กลัว “การไม่เพ่งโทษผู้อื่น” ช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดที่เทวดามิจฉาทิฏฐิจะเข้าครอบงำได้คือ “รอยรั่วทางบุญ” ที่เกิดจากการนินทาและเพ่งโทษ หากเราปิดรอยรั่วนี้ได้ด้วยการไม่จับผิดใคร แต่มุ่งดูจิตตนเอง เรรจะกลายเป็นบุคคลที่ “#ไร้รอยต่อทางพลังงาน” ซึ่งมิติมืดไม่กล้าเข้าใกล้ กลัว…

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…