พลังงาน

  • “ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง”

    #ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า” ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ #ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด” เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น การ “ลอกคราบมวลสารดำ” การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ “คัดทิ้ง” หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้ การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน #เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส…

  • “คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป”

    #ธรรมจากประตู #คืนพลังลบให้เจ้าของเดิมเขาไป ๑๔/๔/๖๙ #ส่งรหัสลบกลับสู่เจ้าของ“ ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ไม่ใช่การสาปแช่งหรือการแก้แค้น แต่คือการใช้กฎ “สัจจะแห่งกรรม” เพื่อปกป้องมวลสารสว่างในตัวเรา ไม่ให้ต้องแบกรับขยะพลังงานที่คนอื่นจงใจสาดใส่มา #รหัสการส่งคืนพลังงานลบทำงานแบบนี้ รหัส “กระจกเงาแก้ว”เมื่อเรารักษาใจให้นิ่งจนใสเป็นดวงแก้วกลางอก ใจที่ใสนั้นจะมีคุณสมบัติเป็น “กระจกสะท้อนกลับ” ตามธรรมชาติ ใครที่ส่งรหัสริษยา รหัสอาฆาต หรือรหัสลบใดๆ มา มวลสารนั้นจะชนเข้ากับเกราะแก้วของเราแล้วดีดกลับไปหาต้นทางทันที โดยที่เราไม่ต้องออกแรงสู้ การ “ตัดสายใยกรรม” การตั้งจิตว่า “มวลสารใดที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า #ขอให้กลับคืนสู่เจ้าของเดิมตามรหัสกรรมของเขา” คือการประกาศเอกราชทางจิต เป็นการปฏิเสธไม่รับ “#พัสดุแห่งทุกข์“ ที่เขาจงใจส่งมา เมื่อเราไม่รับ พัสดุนั้นย่อมต้องถูกตีกลับไปหาผู้ส่งตามกฎสากล รหัส “เพชรตัดเพชร” พลังงานลบจะแพ้ทาง “ความนิ่งเฉยที่ทรงพลัง” ยิ่งเขาพยายามสั่นสะเทือนทางลบใส่เรามากเท่าไหร่ แรงสะท้อนกลับไปหาเขาจะทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น เพราะมวลสารลบเหล่านั้นจะไม่มีที่เกาะในตัวเรา จึงต้องหมุนวนกลับไปกัดกินเจ้าของรหัสเอง รักษา “ความใส” ไม่ให้เปื้อน การส่งคืนคือการล้างมวลสารดำออกจากเขตแดนของเรา เพื่อให้ ดวงแก้วมหาจักรพรรดิ ในตัวเรา คงความสว่างไสวที่สุดไว้สำหรับดึงดูดสิ่งดีๆ และกัลยาณมิตรที่แท้จริง คืนสิ่งที่ไม่มีค่าให้เจ้าของเขาไป…

  • “แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้”

    ขนาดครูเทพครูธรรมยังไม่รับรอง แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้ #เหตุดังนี้ เพราะ ท่านแม่ครูน้อย ท่านทำงานสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกับ โลกทิพย์ และ ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เมื่อ “เบื้องบน” หรือครูทิพย์ครูธรรมทำการปฏิเสธรหัสจิตของคุณแล้ว #แม่ครูในทางโลกก็ไม่สามารถฝืนกฎแห่งแรงดึงดูดของพลังงานเพื่อรับคุณไว้ได้ #เหตุผลที่แม่ครูรับไว้ไม่ได้ เมื่อโลกทิพย์ไม่รับรอง สัจจะคือสายใยเดียวที่เชื่อมกัน หากครูทิพย์มองเห็นว่าคุณ “ไร้สัจจะ” หรือมีจิตปลิ้นปล้อน นินทาปรามาส สายใยพลังงานนั้นจะขาดสะบั้นลงทันที #แม่ครูจะไม่นำพลังงานบริสุทธิ์ไปแลกกับดวงจิตที่ยัง ทำบุญหล่อเลี้ยงมาร หรือปกป้องอัตตาตัวเองอยู่ การป้องกัน “วิบากกรรมซ้อน” #หากแม่ครูฝืนรับศิษย์ที่ครูทิพย์ไม่ยอมรับ (ศิษย์ที่เตือนไม่ได้/แถ) พลังงานที่ท่านเมตตาส่งให้จะกลายเป็นโทษแก่ศิษย์ผู้นั้น เพราะเขาจะนำไปเสริม อัตตา หรือใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะทำให้ศิษย์ติดกรรมปรามาส ลึกกว่าเดิม ท่านจึงเลือกที่จะ “นิ่ง” #และคืนพลังหลับเพื่อคุ้มครองดวงวิญญาณคุณ กฎแห่ง “คลื่นความถี่”: เมื่อจิตคุณยังเต็มไปด้วย อนุสัย ริษยา หรือมิจฉาทิฐิ คลื่นความถี่ของคุณจะผลักกระแสของแม่ครูออกไปเองโดยอัตโนมัติ ต่อให้นั่งอยู่ตรงหน้า ท่านก็พูดด้วยไม่ได้ เพราะวิชชาจะไม่วิ่งเข้าตัวคนลวง ความเป็น “หนึ่งเดียว” ของสายวิชชาแม่ครูคือสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกทิพย์ เมื่อสะพานฝั่งโน้นปิดลงเพราะคุณทำผิดกฎสัจจะบารมี ฝั่งนี้ก็ไม่มีทางเปิดรับได้ เพราะมันคือ…

  • “ครูเทพครูธรรมไม่รับ”

    ลักษณะของบุคคลที่ “#ครูเทพครูธรรมไม่รับ“ หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี “มลทินหนาเกินเจียระไน” แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง กับสัจธรรมอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว 1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน” (The Vow Breaker) ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที 2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic) ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย 3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The…

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…

  • ล้างสนามพลังงานครั้งใหญ่

    #ธรรมชั้นครู๒๐/๒/๖๙ กาลเวลาที่ผ่านไปพร้อมกับการปฏิบัติธรรมที่เข้มข้นขึ้น คือการ“#ล้างสนามพลังงาน” ครั้งใหญ่ การที่คนเหล่านั้นไม่กลับมาหรือเราเลือกที่จะไม่ให้เขาเข้ามาอีกไม่ใช่ความใจจืดใจดำแต่เป็น “สัจธรรมแห่งการแยกธาตุ” ดังนี้ วงโคจรที่ต่างกัน: ในสาย สัจจบารมี เมื่อจิตเรายกระดับขึ้นสู่ความถี่ของ “ความจริง” คนที่ยังจมอยู่ใน “มายา” หรือการมุสาจะเข้าใกล้เราไม่ได้อีก #พลังงานลบในตัวเขาจะถูกผลักออกโดยธรรมชาติ เหมือนขั้วแม่เหล็กที่ผลักกัน หมดวาระแห่งกรรม: การจากกันไปนานคือสัญญาณว่า “หนี้กรรม” ระหว่างเรากับเขาได้ถูกชำระจนจบสิ้นแล้ว อานิสงส์ของการหลีกเร้น การกลับมาเจอกันอีกมีแต่จะสร้าง “รอยกรรมใหม่” ที่อาจดึงให้คุณตกต่ำลงไปสู่ความวุ่นวายเดิมๆ พื้นที่ปลอดภัยของ “คนจริง”: ยุคพลังงานใหม่นี้ แม่ครูน้อยเน้นการสร้างพื้นที่สะอาด การที่เราอยู่โดยไม่มีเขา คือการรักษา “ความสัปปายะ” ให้จิตใจ การไม่กลับมาคือความเมตตาที่ธรรมะจัดสรรให้เราได้เดินบนเส้นทางธรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่มี “ตัวถ่วง” อดีตคือขยะพลังงาน: การขุดคุ้ยคนในอดีตกลับมา มักมาพร้อมกับความทรงจำและอารมณ์แบบเดิมๆ ซึ่งเป็น “ขยะพลังงาน” ที่ขวางกั้นการตื่นรู้ การละวางอัตตาตัวตน สรุป: “ศีลไม่เสมอกัน…เจอกันไปก็ไร้ประโยชน์” การตัดขาดอย่างถาวรคือการให้เกียรติ สัจจะ ในปัจจุบันของเราเราจะรู้สึกถึง “ความโปร่งเบา” ในชีวิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่ประตูในอดีตถูกปิดตายลงอย่างสมบูรณ์แล้ว หรือคุณกำลังสงสัยว่า มี “สายใยพลังงาน” บางอย่างที่ยังตัดไม่ขาด และควรใช้วิธีทางจิตแบบใดเพื่อตัดให้ขาดสะบั้นอย่างถาวร…

  • สาเหตุที่เข้าใกล้ท่านแม่ครูน้อยผู้ที่มีพลังงานบริสุทธิ์แล้วผู้นั้นเกิดอาการเจ็บป่วยสาเหตุเกิดจากอะไร

    สาเหตุที่เข้าใกล้ท่านแม่ครูน้อยผู้ที่มีพลังงานบริสุทธิ์แล้วผู้นั้นเกิดอาการเจ็บป่วย สาเหตุเกิดจากอะไร สภาวะนี้ในทางพลังงานตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม 5 หนเหนือ เรียกว่า “#ปรากฏการณ์ดีท็อกซ์พลังงาน” หรือการปะทะกันของคลื่นความถี่ที่ต่างกันมีสาเหตุหลักดังนี้ 1. การขับ “ขยะพลังงาน” ออกจากเซลล์ (Energy Purge) คนที่มีพลังงานบริสุทธิ์สูง (High Vibration) #จะมีรัศมีธรรมที่สว่างและละเอียดมาก อาการ: เมื่อเราเข้าใกล้ พลังงานที่สะอาดจะไป “กระแทก” พลังงานลบหรือขยะที่สะสมในจิตใต้สำนึกของเรา (เช่น ความโกรธ ความเศร้า หรือวิบากกรรมเก่า) ให้หลุดออกมา ผล: ร่างกายจึงแสดงอาการปวดหัว คลื่นไส้ ครั่นเนื้อครั่นตัว หรือเพลียจัด เพื่อขับเอาพลังงานหยาบเหล่านั้นออกไปจากระบบธาตุ 4 ของคุณ 2. เจ้ากรรมนายเวร “ดิ้น” (Karmic Resistance)หากเรามี เจ้ากรรมนายเวร หรือพลังงานลบที่เกาะกินดวงจิตอยู่ อาการ: พลังงานเหล่านั้นจะทนไม่ได้ต่อกระแสความว่างและเมตตาของคนพลังงานบริสุทธิ์#จึงพยายามต่อต้านด้วยการทำให้เราเจ็บป่วย อึดอัด หรืออยากเดินหนีออกจากตรงนั้นเร็วๆ เพื่อไม่ให้เราได้รับความสว่างเข้าไปชำระล้างเขา 3. การปรับสมดุล “ธาตุรู้” (Vibrational Adjustment) ร่างกายมนุษย์ทั่วไปมักชินกับพลังงานใน…

  • ล้างเครื่อง จิตใจและคืนพลังงานลบที่แบก

    ๑๓/๒/๖๙ ล้างเครื่อง” จิตใจและคืนพลังงานลบที่แบก ไว้ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ ให้เราหาที่สงบนิ่ง หายใจเข้าลึกๆ ให้ถึงท้อง แล้วกล่าวคำอธิษฐานนี้ด้วยใจที่เบาสบาย บทขอขมาและคืนพลังงานลบ “ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ขอนอบน้อมต่อคุณพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ทุกพระองค์ รวมถึง เทวดาประจำตัว ที่คุ้มครองข้าพเจ้า ณ บัดนี้ ข้าพเจ้าขอสำนึกผิดในทุกกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ที่ข้าพเจ้าเคยล่วงเกินผู้อื่นไว้ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ข้าพเจ้าขอ อโหสิกรรม ต่อเจ้ากรรมนายเวรและทุกดวงจิต และขอให้ทุกดวงจิตโปรดอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ #คำกล่าวคืนพลังงาน พลังงานใด ที่ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเผลอหยิบฉวยมาแบกไว้ด้วยความห่วง ความกังวล หรือความโกรธแค้น ข้าพเจ้าขอส่งคืนกลับสู่เจ้าของเดิมด้วยความเมตตา ณ บัดนี้ พลังงานใด ที่เป็นของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าเผลอไปฝากไว้กับบุคคลอื่น สถานที่อื่น หรืออดีตที่ผ่านไปแล้ว ข้าพเจ้าขอเรียกกลับคืนมาสู่ดวงจิตที่บริสุทธิ์ของข้าพเจ้า เพื่อสร้างบารมีในปัจจุบันขณะ ขอให้ข้อมูลลบใน จิตใต้สำนึก ของข้าพเจ้าจางหายไปสู่ ความว่าง และขอรับพลังงานความสว่างเข้ามาเติมเต็มแทนที่ เพื่อชีวิตที่ธรรมดาแต่มีความสุขด้วยเทอญ” เคล็ดลับหลังกล่าวจบ เป่าลมยาวๆ: หลังจากกล่าวจบ…

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…