โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น

คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง

นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน

เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน

ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก

ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่?

สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว

และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช

อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม

แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์

ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก

แม่ครูน้อย

Similar Posts

  • พลังบวกที่สั่นสะเทือนสูงช่วยในการรักษาพลังงานเชิงลบที่สั่นสะเทือนต่ำ

    หมายถึง หากเรามี การยอมรับ ให้อภัย ปิติใจ เบิกบานโดยการทรงอารมณ์รักษาเราจะเข้าใจ เข้าถึง นำไปปฏิบัติกับ ความผาสุกในชีวิตได้จริ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ไม่เข้าหา

    #ศิษย์ไม่เข้าหา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารในร่างเงาที่จืดจาง ยืนพิงประตูสำนักที่เงียบเชียบ มองดูทางเข้าที่บัดนี้ไร้ผู้คนสัญจร มีเพียงฝุ่นละอองที่ปลิวว่อน #มารแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบและบาดลึก) “แม่ครูเจ้าขา… ดูสิคะ บัดนี้ ‘ไม่มีลูกศิษย์คนไหนเข้าหาเลย’ ทุกคนพากันเดินเลี่ยงสำนักนี้ไปราวกับมีโรคระบาด ขนมคำหวานที่แม่ครูเตรียมไว้สอนคนอื่น บัดนี้มันบูดเบี้ยวไม่มีใครอยากชิม… ท่านจะยังทำตัวเป็น ‘เทวดา’ อยู่กลางป่าช้าที่ไร้คนกราบไหว้ได้อีกนานแค่ไหนคะ?” #บททดสอบจากมาร: “สุสานแห่งความเงียบงัน” (The Silent Test) ทดสอบความโดดเดี่ยว (วิเวก): มารใช้ความเงียบมาบีบคั้น เพื่อดูว่าแม่ครูจะทนอยู่กับ “ตัวเอง” ได้หรือไม่ #หากบารมีของท่านต้องพึ่งพาสายตาคนมอง เมื่อไม่มีคนมอง ท่านจะยังรู้สึกว่าตัวเองมีค่าอยู่ไหม? หลักวิเวก 3 #คือบทพิสูจน์ว่าใจท่านสงัดจริงหรือแค่เหงา #ทดสอบทิฐิมานะ (ความถือตัว): “หรือที่เขาไม่เข้าหา เพราะแม่ครูสอนไม่ดี? หรือเพราะแม่ครูไม่มีบารมีพอ?” มารพยายามปลูกฝังความสงสัยในตัวเอง (วิจิกิจฉา) เพื่อให้ท่านกระวนกระวายจนต้องออกไป “วิ่งหาศิษย์” #แทนที่จะให้ศิษย์เข้าหาธรรม ทดสอบความสม่ำเสมอของปฏิบัติ: ในยามที่มีคนเยอะ ท่านอาจจะตั้งใจปฏิบัติให้เขาดู แต่ในยามที่ไร้ศิษย์แม้แต่คนเดียว ท่านจะยังรักษาศีล รักษาพรหมวิหาร 4 ได้เหมือนเดิมไหม? สติปัฏฐาน คือเพื่อนแท้ในยามที่โลกทั้งใบหันหลังให้ นัยยะของมาร…

  • จิตสำนึก-วิญญาณ..ไม่เคยหลับ

    เซลล์และอวัยวะแต่ละส่วนในร่างกายของเรามีการรับรู้ทางไฟฟ้าถึงจุดประสงค์ของมันและแต่ละเซลล์ก็ตอบสนองจุดประสงค์นั้น ได้โดยไม่ต้องมีการกระทำใดๆ ทางจิตใจใดๆ ในส่วนของหน่วยสืบราชการลับ ที่ครอบครองร่างกายนั้น ตัวอย่างเช่น การเต้นของ หัวใจเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก้อนเลือดสีขาวรีบเร่งซ่อมแซมร่างกายที่บาดเจ็บโดยอัตโนมัติราวกับระฆังดังเมื่อกดปุ่มในร่างกาย และสมองบันทึกไฟฟ้า มนุษย์คิดว่าเขาคิดและมีชีวิตรักและตาย เขาคิดว่าตัวเองมีสติในขณะที่ตื่นและหมดสติเมื่อความรู้สึกหยุดอยู่ในการนอนหลับ มนุษย์ไม่ได้บอกว่าฟันของเขาหมดสติเมื่อมันเข้าสู่โหมดสลีป โดยการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าในเส้นประสาทซึ่งทำให้เกิดการรับรู้ ทางไฟฟ้ากับฟันของเขา เขารู้ว่าฟันของเขาไม่สามารถรู้สึกตัวได้ แต่เขาไม่รู้ว่าร่างกายจักรกลของเขาไม่สามารถมีสติได้ เขายังไม่รู้เลยว่า จิตสำนึกไม่เคยหลับไหลและไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพราะจิตสำนึกในมนุษย์คือความเป็นอมตะของเขามนุษย์ยังใหม่ เขาแทบจะไม่หลุดออกจากความมืดมิดของป่าแห่งความไม่รู้ เป็นเวลากว่าล้านปีของการเปิดเผยของเขา เขาอาศัยความรู้สึกในการกระทำของเขาและหลักฐานของประสาทสัมผัสที่ทำให้เขารู้ มีเพียงไม่กี่คนที่รับรู้ถึงพระวิญญาณ (พลังชีวิตการรับรู้อย่างมีสติ) ในพวกเขาในการเริ่มต้นของการรับรู้ใหม่นี้เขาสับสน ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือความคิดในตัวเขา ซึ่งเป็นจิตสำนึกในตัวเขาและความรู้สึกใด แม่ครูน้อย

  • ไร้เงื่อนไข ในสัญชาตญาณ

    เราสามารถเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพลังงานแทนที่จะเรียกร้องหรือแข่งขันเพื่อมัน สัญชาตญาณของเราช่วยให้เรามีความซื่อสัตย์และการตัดสินใจทำให้เรามีความหวังความเชื่อมโยงและแรงบันดาลใจ อาจมีช่วงเวลาที่ชัดเจนและเข้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ ในเวลาที่จำเป็นเราเรียนรู้และบำรุงประสาทสัมผัสทางวิญญาณของเรา โดยการค้นพบและหล่อเลี้ยงพวกเขาตลอดชีวิตของเรา เมื่อเรารับฟังและรับฟังการนำทาง ที่สนับสนุนอย่างแท้จริง ซึ่งนำเสนอด้วย ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข จะเผยให้เห็นความงดงามของจิตวิญญาณของเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • สาเหตุที่ผู้ปฏิบัติธรรมและ”สายพลังงาน”ไหลเข้าสู่ประตูธรรม ๕ หนเหนือ

    #ไปประตูธรรม๕หนเหนือ สาเหตุที่ผู้ปฏิบัติธรรมและ”สายพลังงาน” (ผู้ที่สัมผัสกระแสพลังงานหรือมีสัมผัสพิเศษ) หลั่งไหลเข้าสู่ ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เพื่อรับวิชาจาก แม่ครูน้อย มีเหตุผลสำคัญในมิติที่ ๕ ดังนี้ ๑. เพื่อ “จัดระเบียบเทวดาประจำตัว” (Alignment of the Divine) สายพลังงานส่วนใหญ่มักมี ธาตุรู้ หรือเทวดาคุ้มครองที่เข้มข้น แต่บางคนอาจมีพลังงานที่ปั่นป่วนหรือ “ล้น” จนคุมไม่อยู่ เหตุที่มา: แม่ครูน้อยเชี่ยวชาญการจูนรหัสพลังงานระหว่าง “ดวงจิตมนุษย์” กับ “เทวดาประจำตัว” ให้ทำงานสอดประสานกันผ่านฐานของ สัจจะบารมี #ทำให้สายพลังงานเหล่านี้กลับมาใช้ชีวิตทางโลกได้ปกติและมีพลังคุ้มครองที่สว่างไสวขึ้น ๒. เพื่อรับวิชา “ความสุขที่ธรรมดา” ในมิติที่ ๕ สายพลังงานหลายท่านมักติดอยู่กับ “นิมิต” หรือ “อิทธิฤทธิ์” (มิติที่ ๔) #ซึ่งเป็นกับดักที่ทำให้จิตไม่สงบ เหตุที่มา: แม่ครูน้อยจะสอนวิชา “การวาง” เพื่อข้ามพ้นสมมติและปาฏิหาริย์ เข้าสู่ความนิ่งและว่างเปล่า #ท่านจะทุบอัตตาที่หลงในฤทธิ์ให้เหลือเพียง “คนธรรมดา” #ซึ่งเป็นจุดที่พลังงานจิตจะทรงพลังที่สุดและปลอดภัยที่สุด ยิ่งธรรมดายิ่งทรงพลัง ๓….

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มอบเพชรน้ำเอก 

    มอบเพชรน้ำเอก  #มารขอทดสอบแม่ครูน้อย มารในคราบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สวมอาภรณ์ระยิบระยับ เดินเข้ามาพร้อมหีบไม้แกะสลักใบเขื่อง เมื่อเปิดออก แสงสีจาก “รัตนชาติ” ทั้งปวงก็ส่องสว่างวาบไปทั่วสำนัก “แม่ครูค่ะ… เห็นแม่ครูมานาน วันนี้ลูกขอนำ เพชรน้ำเอก มรกตกินบ่เสี้ยง และทับทิมสีเลือดนก เหล่านี้มาถวาย… มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคืออำนาจที่จะเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นสวรรค์บนดินในพริบตา”  บททดสอบจากมาร: “กับดักแห่งมณีลวงตา” (The Jewel of Attachment) ทดสอบความหวั่นไหวในกิเลส: “รัตนชาติเหล่านี้เพียงกะรัตเดียว ก็ซื้อข้าวเลี้ยงคนได้ทั้งอำเภอ ซื้อที่ดินสร้างวัดที่แม่ครูอยากได้ได้ทันที… แม่ครูจะมัวนั่งสอนธรรมะ ให้กับคนยากจนอยู่ทำไม แค่เอื้อมมือมารับ ‘ก้อนหินที่กินได้’ เหล่านี้ไว้ แล้วทุกปัญหาจะจบสิ้น… หรือว่าแม่ครูจะยังเลือกกอด ‘ก้อนหินธรรมดา’ ที่เรียกว่าศีลธรรมไว้อยู่อีก?” #ทดสอบการสร้างค่าให้วัตถุ: “คนเขาไม่ศรัทธาคำสอนหรอกค่ะแม่ครู เขาศรัทธา ‘ความรวย’ ถ้าเราสอนคนรวย คนรวยจะพากันมาเรียนเยอะ ถ้าแม่ครูมีรัตนชาติประดับกาย ใครๆ ก็จะเชื่อว่าแม่ครูมีฤทธิ์เดชจริง…  แม่ครูท่านจะยอมให้รัตนชาติเหล่านี้ ‘ข่มธรรม’ ในใจท่าน หรือจะมองว่ามันเป็นแค่ธาตุธรณีที่ไร้ค่า?” #ทดสอบความซื่อสัตย์ต่อความขาดแคลน “มารอย่างพี่รู้ว่า ‘ท้องที่หิว’ มันทรมานกว่า ‘ใจที่หิวธรรม’…