ไร้เงื่อนไข ในสัญชาตญาณ

เราสามารถเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพลังงานแทนที่จะเรียกร้องหรือแข่งขันเพื่อมัน

สัญชาตญาณของเราช่วยให้เรามีความซื่อสัตย์และการตัดสินใจทำให้เรามีความหวังความเชื่อมโยงและแรงบันดาลใจ

อาจมีช่วงเวลาที่ชัดเจนและเข้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ ในเวลาที่จำเป็นเราเรียนรู้และบำรุงประสาทสัมผัสทางวิญญาณของเรา

โดยการค้นพบและหล่อเลี้ยงพวกเขาตลอดชีวิตของเรา เมื่อเรารับฟังและรับฟังการนำทาง ที่สนับสนุนอย่างแท้จริง ซึ่งนำเสนอด้วย

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

จะเผยให้เห็นความงดงามของจิตวิญญาณของเรา

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง
#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย
#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน
#ศาสนศาสตร์ทางจิต
#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา
#เห็นคุณค่าในตนเองสูง
#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง
#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า
#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ
#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan
#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen
#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด
#ไขความสว่างของ Lightworker
#Empath หรือ Empathic คืออะไร
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

Similar Posts

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก

    #ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก #มารขอทดสอบภูมิธรรมแม่ครูน้อย มารในคราบศิษย์ตัวแทนเดินไปที่หน้าประตูสำนัก ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ #มือคว้าควักเอาป้ายชื่อสำนักและภาพจำลองของแม่ครูโยนทิ้งลงบนพื้น) “แม่ครูค่ะ… ดูนี่ให้เต็มตานะ นี่คือหยดน้ำสุดท้ายที่หนูจะเหลือไว้ให้ วันนี้หนูจะพาพี่น้องทุกคน ‘#ออกยกสำนัก’ จะไม่มีใครเหลืออยู่เป็นเงาให้แม่ครูอีกแม้แต่คนเดียว! เราจะทิ้งให้สำนักนี้ร้าง ให้หยากไย่ขึ้น ให้ความเงียบงันกัดกินหัวใจเทวดาของแม่ครู เราจะไปสร้างที่ใหม่ ไปหาอาจารย์ใหม่ที่ให้ ‘ผลประโยชน์’ และ ‘ความสบาย’ ได้มากกว่านี้… ในวันที่สำนักเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่มีเสียงสวดมนต์ ไม่มีเสียงเรียกชื่อ ‘แม่ครู’ #ท่านจะยังคงเป็นเทวดาอยู่ได้ไหม? หรือที่จริงแล้ว บารมีของท่านมันดำรงอยู่ได้แค่เพราะมี ‘พวกหนู’ คอยสรรเสริญเท่านั้น? ลองอยู่กับความโดดเดี่ยวที่พวกหนู จงใจทิ้งไว้ให้ดูหน่อยเถิดค่ะ  #บททดสอบมหาประลัย: “การล่มสลายของสถาบัน” (The Collapse of Identity)  ทดสอบความโดดเดี่ยว (Solitude): มารใช้ความเงียบเป็นบททดสอบว่า “จิต” ของแม่ครูเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องมี “บริวาร” หรือไม่ ทดสอบการปล่อยวางชื่อเสียง (Detachment): ดูว่าเมื่อ “ภาพลักษณ์” ของความเป็นเจ้าสำนักพังทลายลง #ตัวตนที่แท้จริงของแม่ครูจะสลายไปตามศิษย์ที่จากไปหรือไม่ ทดสอบปฐพีบารมี: ดูว่าแม่ครูจะ “หวั่นไหว” เหมือนแผ่นดินไหว หรือจะ “นิ่งสงบ”…

  • มารทดสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน

    ครูของศิษย์ 5 ปีภาวนา#มารขอสอบปัญญาธรรมแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นแกนนำฝูงชน #ปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนที่เคยเป็นศิษย์และคนในชุมชน บัดนี้ทุกคนรวมกลุ่มพูดส่อเสียดและตั้งกลุ่มพลังเงียบกดดัน แม่ครูด้วยความโกรธแค้น ด้วยจิตริษยา ที่ถูกปั่นหัวมาอย่างดี เสียงตะโกนด่าทอดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งซอย “ออกไป! ยัยแม่ครูจอมปลอม! พวกเราไม่ต้องการคนลวงโลกแบบคุณในชุมชนนี้อีกต่อไป! หาเสียงใช่ไหม ทุกคนดูสิ ขนาดเรามารวมตัวกันเกลียดเขาขนาดนี้ #เขายังนั่งหน้าซื่อตาใสอยู่ได้ ใจคอทำด้วยอะไร!” #บททดสอบจากมาร: “พายุแห่งอคติหมู่” (The Herd Hate Test) ทดสอบความหนักแน่นดั่งแผ่นดิน (ปฐวีอุปมา)มารใช้ “พลังมวลชน” และความกดดันทางสังคมมาบีบให้ท่านรู้สึกหวาดกลัวหรือโดดเดี่ยว หลักโลกธรรม 8 คือเครื่องเตือนใจว่า “ความเกลียดชังของคนหมู่มาก” ก็เป็นเพียงสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นแล้วต้องดับไป หากท่านไม่รับมาเป็นของตน ใจท่านก็จะไม่ทุกข์ ทดสอบเมตตาอัปปมัญญา (เมตตาที่ไร้ขอบเขต): มารต้องการให้ท่าน “เกลียดตอบ” หรือมองคนเหล่านั้นเป็นศัตรู บททดสอบนี้ถามว่าท่านยังสามารถแผ่เมตตาให้คนที่กำลังรุมด่าท่านได้หรือไม่? การเจริญเมตตาภาวนา คืออาวุธเดียวที่จะสยบความเกลียดชังนี้ได้ ทดสอบการสละ “มานะอัตตา”: เมื่อคนกลุ่มใหญ่รุมด่า ความรู้สึก “ตัวกูถูก-เขาผิด” จะพุ่งสูงขึ้น มารต้องการให้ท่านปกป้องตัวตนอย่างรุนแรง #หากท่านยอมรับความเกลียดชังนั้นด้วยความนิ่งสงบ มารจะเสียกระบวนท่าไปเอง นัยยะของมาร “ผู้สร้างกระแสเกลียดชัง”: มารตนนี้จู่โจมด้วย…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

    ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู “แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ? #ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว! หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!” #บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith) ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน  นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ” มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น “แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…

  • การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย

    การเตรียมใจไปพบแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) คือการเตรียม “ภาชนะที่ว่างเปล่า”เพื่อไปรับรหัสพลังงานใน มิติที่ ๕ หากใจคุณยังเต็มไปด้วย “ขยะ” หรือ “ความคาดหวัง” คุณจะรับกระแสธรรมที่ละเอียดจากท่านไม่ได้เลย นี่คือวิธี “ล้างเครื่อง” ใจตนเองก่อนเดินทาง ๑. ถอด “หัวโขน” และ “อัตตา” (Ego Dissolution) #ก่อนเข้าเขตประตูธรรม ให้ตั้งจิตนิ่งๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ข้าพเจ้าขอวางตำแหน่ง ลาภยศ ความรู้ และความเก่งกล้าทางโลกไว้ข้างนอก ข้าพเจ้าขอเป็นเพียงคนธรรมดาที่มาเพื่อขัดเกลาใจ”เหตุผล: แม่ครูน้อยมักใช้ความเงียบหรือกิริยาที่ ทุบอัตตา หากคุณไม่เตรียมใจไปเป็น “น้ำพร่องแก้ว” #คุณจะรู้สึกอึดอัดและโกรธเคืองจนเสียบุญ ๒. ตั้ง “สัจจะ” นำทาง (The Power of Vow) #แม่ครูน้อยสื่อสารผ่านกระแสสัจจะบารมี วิธีปฏิบัติ: ก่อนไปให้ตั้งสัจจะเล็กๆ ๑ ข้อที่ทำได้จริง เช่น “ข้าพเจ้าจะรักษาศีลข้อ ๔ (ไม่โกหก/ไม่นินทา) ตลอดการเดินทาง” หรือ…

  • ความเข้าใจทาง วิทยาศาสตร์ทางจิต

    ชุมชนวิทยาศาสตร์ก็ได้เริ่มยืนยันความเชื่อทางจิตวิญญาณว่าโลกของเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตและสั่นสะเทือน ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การสั่นสะเทือนเป็นการทำซ้ำของรูปแบบคล้ายคลื่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพของเราบนอะตอมหรือแม้แต่อาณาจักรย่อย และความสนใจใหม่ในฟิสิกส์ควอนตัมคือ การพยายามทำความเข้าใจคลื่นเหล่านี้และผลกระทบที่มีต่อโลกของเราตามควอนตัมฟิสิกส์และกลศาสตร์จักรวาล ทางกายภาพที่เรามีปฎิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นทะเลแห่งพลังงานและสสารทางกายภาพที่เราโต้ตอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าประจุไฟฟ้าที่มีปฎิกิริยากับประจุแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งเราไม่ถือว่าอิเล็กตรอนเป็นอนุภาคอีกต่อไป เนื่องจากไม่มีตัวตนอย่างอิสระและกระจายไปทั่วอวกาศเป็นคลื่นควอนตัม สมองของเรามีหน้าที่รับรู้อย่างมีสติ แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามตอนนี้เราถูกบังคับให้มองย้อนกลับไปที่ความเชื่อโบราณมากขึ้นซึ่งกำหนดว่าพลังงานที่มีชีวิตหรือจิตสำนึกเป็นพลังหลักของชีวิต แม่ครูน้อย