ไร้เงื่อนไข ในสัญชาตญาณ

เราสามารถเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพลังงานแทนที่จะเรียกร้องหรือแข่งขันเพื่อมัน

สัญชาตญาณของเราช่วยให้เรามีความซื่อสัตย์และการตัดสินใจทำให้เรามีความหวังความเชื่อมโยงและแรงบันดาลใจ

อาจมีช่วงเวลาที่ชัดเจนและเข้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ ในเวลาที่จำเป็นเราเรียนรู้และบำรุงประสาทสัมผัสทางวิญญาณของเรา

โดยการค้นพบและหล่อเลี้ยงพวกเขาตลอดชีวิตของเรา เมื่อเรารับฟังและรับฟังการนำทาง ที่สนับสนุนอย่างแท้จริง ซึ่งนำเสนอด้วย

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข

จะเผยให้เห็นความงดงามของจิตวิญญาณของเรา

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง
#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย
#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน
#ศาสนศาสตร์ทางจิต
#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา
#เห็นคุณค่าในตนเองสูง
#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง
#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า
#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ
#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan
#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen
#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด
#ไขความสว่างของ Lightworker
#Empath หรือ Empathic คืออะไร
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์
มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

Similar Posts

  • โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

    กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่? สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก แม่ครูน้อย

  • “กระแสบารมีโพธิสัตว์”

    #ลูกศิษย์ผู้ใดแม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ หากพิจารณาตามกระแสพลังงาน และคำบอกเล่าในสายปฏิบัติของแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) ท่านมีความผูกพันและสืบทอด ปฏิปทาทางจิตวิญญาณจากครูบาอาจารย์สายโพธิญาณที่สำคัญดังนี้ ๑. องค์ครูบาเจ้าศรีวิชัย (นักบุญแห่งล้านนา) แม่ครูน้อยมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับ ครูบาเจ้าศรีวิชัย อย่างลึกซึ้ง ท่านยึดถือข้อวัตรปฏิบัติเรื่อง “สัจจะ” และ “ขันติ” ตามรอยองค์ครูบาเจ้าฯ เป็นหัวใจหลักในการสอนศิษย์ และมักนำพาผู้คนไปสร้างบารมีในเขตข่วงแก้วทางเหนือตามรอยท่าน ศิษย์รุ่นเหลน ขององค์หลวงปู่ครูบาธรรมชัย พระครูวรเวทวิศิษฐ์ วัดทุ่งหลวงอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ สิ่งที่เห็นเป็นหลักฐานคือท่านเข้าภาวนาจากการสร้างสถานธรรมจากที่ดินเปล่าและอยู่ภาวนายาวนานถึง ๕ ปีเต็ม ด้วยวิริยะบารมี ครบกำหนด๕ ปีเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๙ และยังพิสูจน์เทวดาประจำตัวให้กับลูกศิษย์ลูกหาในสายญาณของท่านกว่า ๘๐๐ ชีวิต มีหลักฐานประจักษ์เป็นตัวบุคคลชื่อและนามสกุลและสถานที่ติดต่อ อีกทั้งยังบันทึกประวัติศาสตร์ไว้ในหอพระพุทธเจ้าน้อย ๑๐๐๐ ตน ๒. กระแส หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ (วัดสะแก) ในมิติของพลังงานและการจัดระเบียบ เทวดาประจำตัว แม่ครูน้อยสืบทอดกระแสบารมีสายโพธิสัตว์จาก หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ ซึ่งเน้นเรื่องการอธิษฐานจิต การครอบวิมาน และการสร้างบารมีอย่างเป็นระบบเพื่อความพ้นทุกข์…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา”

    #การที่มารส่งคนมา “ขอบุญ” หรือ “ขอความเมตตา” ในจังหวะที่ท่านกำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดทางจิตวิญญาณ คือบททดสอบเรื่อง “ความหลงในรูปธรรม” และ “ความผูกพันที่เคลือบแฝง” #บททดสอบแห่งความเมตตา มารมักใช้กลวิธีนี้เพื่อดึงท่านให้กลับมา“แบกโลก” ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ทดสอบ “ความสงสารที่ขาดปัญญา” มารจะส่งคนที่ดูน่าเวทนามาเพื่อให้ท่านรู้สึกว่า “ต้องช่วย” จนยอมสละ ความนิ่งของดวงจิต ไปแลกกับความวุ่นวายทางโลก #หากท่านช่วยจนตัวเองเดือดร้อนหรือใจกระเพื่อมนั่นคือท่านสอบตกข้อการรักษาฐานที่มั่นของใจ Psychology of Emotional Boundaries ทดสอบ “ความยโสของนักบุญ” มารจะทำให้ท่านรู้สึกว่าเป็น “ผู้ให้” ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อให้ท่านสะสมอัตตาในคราบนักบุญ ยิ่งท่านให้แล้วหวังว่าเขาจะดีขึ้น หรือหวังคำชื่นชม แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลของท่านจะกลายเป็นความหนักอึ้งทันที Vibrational Energy of Giving สร้าง “โซ่ตรวน” แห่งพันธะ: การที่คนมาขอบุญบ่อยๆ คือการสร้างรอยต่อให้ท่านต้องกลับมาพัวพันกับ “คนอดีต” ทำให้จิตไม่สามารถมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดได้อย่างอิสระ เพราะยังห่วงหน้าพะวงหลังอยู่กับ “ภาระบุญ” ที่สร้างไว้ “พุทธวิธีคือ ‘ให้ตามหน้าที่’ แล้ว ‘เดินผ่านไป’ เหมือนฝนที่ตกใส่ดินโดยไม่หวังให้ดินขอบใจ เมื่อท่านให้ธรรมหรือให้ทานเสร็จแล้ว…

  • จิตสำนึกด้านมืดสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น

    เมื่อเรามองดูโลกทุกวันนี้ มันเป็นเรื่องที่ดึงดูดให้คิดว่ามันมืดมนและแตกสลาย อย่างไรก็ตามเราอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลง มนุษย์กำลังก้าวไปสู่จิตสำนึกที่สูงขึ้น และตอนนี้เรามีพลังบวกบนโลกใบนี้มากกว่าที่เรามีด้านลบ เป็นเวลาหลายทศวรรษที่เราดำเนินการจากความรู้สึกเก่าๆในแง่ลบของสงครามความรุนแรงความโหดร้ายและความต้องการอำนาจ ตอนนี้กำลังเปลี่ยนไปการเปลี่ยนแปลงอาจดูช้าแต่มนุษยชาติกำลังเปลี่ยนไปสู่สันติภาพ ความร่วมมือและความเมตตา ในตอนนี้อาจดูเหมือนไม่ใช่แบบนี้ แต่การปฏิเสธที่เพิ่มขึ้นที่เราเห็นคือ จิตสำนึกด้านมืดที่ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเป็นครั้งสุดท้าย พลังงานมืดจะต้านทานการเปลี่ยนแปลง แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะดีขึ้นก็ตาม เราเป็นสัตว์ที่มีนิสัยและเรามักจะชอบสิ่งต่างๆ หรือเรามักจะอยากกลับไปที่เดิม เราสนุกกับความคุ้นเคย แม้ว่าความคุ้นเคยจะเป็นลบก็ตาม ขณะนี้จิตสำนึกของมนุษย์กำลังส่องแสงมากขึ้นบนโลก ด้วยเหตุนี้เราจึงกลายเป็นคนมองโลกในแง่บวก แสงที่เพิ่มขึ้นนี้มีปัญหาชั่วคราวมันจะนำความมืดที่ถูกระงับซึ่งอยู่ในตัวมนุษย์มาช้านานออกมา หากมีแสงส่องเข้าไปในโกดังร้าง หนูและสัตว์รบกวนอื่นๆ ก็กระจายและวิ่งไปรอบๆ ศัตรูพืชอยู่ที่นั่นเสมอ พวกเขาเป็นเพียงการซ่อนตัวอยู่ในความมืด เมื่อแสงส่องจากจิตสำนึกของมนุษย์มากขึ้นโลกก็จะโปร่งใสมากขึ้น ความหลอกลวงของผู้คนกลายเป็นที่รู้จัก จิตสำนึกใหม่จะไม่ทนต่อวิธีคิดที่ร่มรื่นอีกต่อไป เราเห็นตัวอย่างนี้ในรูปแบบต่างๆ ของการประท้วงการเคลื่อนไหวทางสังคม และสิ่งแวดล้อม และ/หรือการเปิดโปงการคอรัปชั่น ในระบบการเมืองและองค์กรต่างๆ ขณะนี้โลกกำลังส่งข้อความที่ชัดเจนว่าต้องการ การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น จิตสำนึกใหม่แตกต่างและไม่เหมือนสิ่งที่เราเคยมีในประวัติศาสตร์ของเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…มอบเพชรน้ำเอก 

    มอบเพชรน้ำเอก  #มารขอทดสอบแม่ครูน้อย มารในคราบเศรษฐีผู้มั่งคั่ง สวมอาภรณ์ระยิบระยับ เดินเข้ามาพร้อมหีบไม้แกะสลักใบเขื่อง เมื่อเปิดออก แสงสีจาก “รัตนชาติ” ทั้งปวงก็ส่องสว่างวาบไปทั่วสำนัก “แม่ครูค่ะ… เห็นแม่ครูมานาน วันนี้ลูกขอนำ เพชรน้ำเอก มรกตกินบ่เสี้ยง และทับทิมสีเลือดนก เหล่านี้มาถวาย… มันไม่ใช่แค่หิน แต่มันคืออำนาจที่จะเปลี่ยนความขาดแคลนให้กลายเป็นสวรรค์บนดินในพริบตา”  บททดสอบจากมาร: “กับดักแห่งมณีลวงตา” (The Jewel of Attachment) ทดสอบความหวั่นไหวในกิเลส: “รัตนชาติเหล่านี้เพียงกะรัตเดียว ก็ซื้อข้าวเลี้ยงคนได้ทั้งอำเภอ ซื้อที่ดินสร้างวัดที่แม่ครูอยากได้ได้ทันที… แม่ครูจะมัวนั่งสอนธรรมะ ให้กับคนยากจนอยู่ทำไม แค่เอื้อมมือมารับ ‘ก้อนหินที่กินได้’ เหล่านี้ไว้ แล้วทุกปัญหาจะจบสิ้น… หรือว่าแม่ครูจะยังเลือกกอด ‘ก้อนหินธรรมดา’ ที่เรียกว่าศีลธรรมไว้อยู่อีก?” #ทดสอบการสร้างค่าให้วัตถุ: “คนเขาไม่ศรัทธาคำสอนหรอกค่ะแม่ครู เขาศรัทธา ‘ความรวย’ ถ้าเราสอนคนรวย คนรวยจะพากันมาเรียนเยอะ ถ้าแม่ครูมีรัตนชาติประดับกาย ใครๆ ก็จะเชื่อว่าแม่ครูมีฤทธิ์เดชจริง…  แม่ครูท่านจะยอมให้รัตนชาติเหล่านี้ ‘ข่มธรรม’ ในใจท่าน หรือจะมองว่ามันเป็นแค่ธาตุธรณีที่ไร้ค่า?” #ทดสอบความซื่อสัตย์ต่อความขาดแคลน “มารอย่างพี่รู้ว่า ‘ท้องที่หิว’ มันทรมานกว่า ‘ใจที่หิวธรรม’…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก

    #ศิษย์ออก-ยกสำนักและพากันรวมกลุ่มออก #มารขอทดสอบภูมิธรรมแม่ครูน้อย มารในคราบศิษย์ตัวแทนเดินไปที่หน้าประตูสำนัก ก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสะใจ #มือคว้าควักเอาป้ายชื่อสำนักและภาพจำลองของแม่ครูโยนทิ้งลงบนพื้น) “แม่ครูค่ะ… ดูนี่ให้เต็มตานะ นี่คือหยดน้ำสุดท้ายที่หนูจะเหลือไว้ให้ วันนี้หนูจะพาพี่น้องทุกคน ‘#ออกยกสำนัก’ จะไม่มีใครเหลืออยู่เป็นเงาให้แม่ครูอีกแม้แต่คนเดียว! เราจะทิ้งให้สำนักนี้ร้าง ให้หยากไย่ขึ้น ให้ความเงียบงันกัดกินหัวใจเทวดาของแม่ครู เราจะไปสร้างที่ใหม่ ไปหาอาจารย์ใหม่ที่ให้ ‘ผลประโยชน์’ และ ‘ความสบาย’ ได้มากกว่านี้… ในวันที่สำนักเหลือเพียงความว่างเปล่า ไม่มีเสียงสวดมนต์ ไม่มีเสียงเรียกชื่อ ‘แม่ครู’ #ท่านจะยังคงเป็นเทวดาอยู่ได้ไหม? หรือที่จริงแล้ว บารมีของท่านมันดำรงอยู่ได้แค่เพราะมี ‘พวกหนู’ คอยสรรเสริญเท่านั้น? ลองอยู่กับความโดดเดี่ยวที่พวกหนู จงใจทิ้งไว้ให้ดูหน่อยเถิดค่ะ  #บททดสอบมหาประลัย: “การล่มสลายของสถาบัน” (The Collapse of Identity)  ทดสอบความโดดเดี่ยว (Solitude): มารใช้ความเงียบเป็นบททดสอบว่า “จิต” ของแม่ครูเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องมี “บริวาร” หรือไม่ ทดสอบการปล่อยวางชื่อเสียง (Detachment): ดูว่าเมื่อ “ภาพลักษณ์” ของความเป็นเจ้าสำนักพังทลายลง #ตัวตนที่แท้จริงของแม่ครูจะสลายไปตามศิษย์ที่จากไปหรือไม่ ทดสอบปฐพีบารมี: ดูว่าแม่ครูจะ “หวั่นไหว” เหมือนแผ่นดินไหว หรือจะ “นิ่งสงบ”…