การ “ฝากกระแส” กับท่านแม่ครูน้อย

Image Not Found

การ “ฝากกระแส” กับท่านแม่ครูน้อย

(ประตูธรรม ๕ หนเหนือ)

🚩🚩🚩 คือการเชื่อมต่อ ดวงแก้วบารมี

ของเราเข้ากับ คลังพลังงานบริสุทธิ์

ของครูบาอาจารย์ เพื่อรับการปกป้องและส่งเลี้ยงทางจิตวิญญาณ

วิธีการและอานิสงส์ของการฝากกระแสมีดังนี้

รหัส “เชื่อมสายใยทองคำ“: เมื่อเราตั้งจิตฝากกระแส เปรียบเหมือนการเชื่อมปลั๊กไฟเข้ากับแหล่งกำเนิดพลังงานมหาศาล พลังงานสว่างจากท่านแม่ครูจะไหลเวียนเข้าสู่ดวงจิตคุณ

ช่วยปรับสมดุลมวลสารในตัวและผลักดันคลื่นลบออกไป

รหัส “เกราะแก้วคุ้มครอง“: การฝากกระแสทำให้เทวดาอารักษ์ที่รักษาท่านแม่ครู

รับรู้และบันทึกรหัสของเราไว้ในข่ายบารมี

ท่านจะช่วยดูแลดวงจิตของเราไม่ให้ถูกรหัสกรรมหรือพลังงานมืดเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย

รหัส “ทางลัดแห่งความสำเร็จ“: เมื่อกระแสจิตเราตรงกับท่าน เราจะได้รับ “ปัญญาญาณ” หรือคำชี้แนะผ่านความรู้สึกลึกๆ ทำให้ตัดสินใจเรื่องการงานและการดำเนินชีวิตได้อย่างแม่นยำ เหมือนมีเข็มทิศทองคำนำทาง

รหัส “นิ่งสยบวิบาก“: ในยามที่คุณเจอพายุวิบากกรรม การนิ่งแล้วนึกถึงรหัสพลังงานของท่านแม่ครู จะช่วยให้จิตเราสงบลงอย่างรวดเร็ว

มวลสารแห่งความกลัวจะถูกแทนที่ด้วยมวลสารแห่งความมั่นใจและปลอดภัย

ให้วางใจไว้ที่กลางกาย

(ดวงแก้วหัวใจ) นิ่งเสีย… แล้วนึกถึงใบหน้าหรือพลังงานที่สว่างไสวของท่านแม่ครู พร้อมกล่าวรหัสในใจว่า “ขอนอบน้อมฝากดวงจิตและกระแสบารมีไว้กับท่านแม่ครูน้อย เพื่อขอรับการส่งเลี้ยงและการชำระล้างมวลสารให้บริสุทธิ์”

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • “จิตไร้ราก หรือ มวลสารเหลว”

    🚩 #ธรรมชั้นครู๒๘ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยเราเรียกสภาวะนี้ว่า “จิตไร้ราก“หรือ “มวลสารเหลว” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของ วิญญาณปุถุชนที่ทำให้ชีวิตหาความเจริญที่ยั่งยืนได้ยาก ⭐️⭐️ เหตุที่วิญญาณปุถุชนมักกลับไปกลับมา ไม่แน่นอน มีรหัสดังนี้รหัส “จิตขาดแรงอัดสัจจะ“: ปุถุชนมักใช้ “อารมณ์” นำทางไม่ใช่ “สัจจะ” เมื่อตอนอยากได้วิชชาก็รับปากมั่นเหมาะ แต่พอโดนกิเลสหรือความลำบากเข้ากระทบ มวลสารใจก็พร้อมจะละลายและเปลี่ยนคำพูดได้ทันที #รหัสสัจจะที่กลับไปกลับมานี้เองที่เป็นตัวล็อกไม่ให้โภคทรัพย์ใหญ่ปรากฏ รหัส “คลื่นความถี่ต่ำที่ไวต่อสิ่งเร้า“: เพราะดวงแก้วยังไม่ถูกเจียระไนให้แข็งแกร่ง จิตจึงเหมือนใบไม้ที่ปลิวตามลม ใครพูดอะไรก็เขว ไปเจอพลังงานลบก็โอนอ่อนตาม ยั่วยุนิดหน่อยก็สติหลุด #รหัสจิตที่แกว่งไปมาแบบนี้ทำให้เทวดาผู้รักษาไม่สามารถวางใจส่งมอบ “มหาสมบัติ” ให้ดูแลได้ รหัส “การเลี้ยงไข้ของกิเลส“: ปุถุชนมักเสียดายมวลสารดำ (กิเลสเก่า) ของตัวเอง พอครูจะดึงออกก็หวง พออยู่ใกล้ครูก็อยากดี พอห่างครูก็กลับไปเกลือกกลั้วกับรหัสเดิมๆ สภาวะ “เดี๋ยวสว่าง เดี๋ยวสลัว” แบบนี้ทำให้ดวงจิตเหนื่อยล้าและวนเวียนอยู่ในอ่างน้ำครำเดิมๆ ไม่ไปไห รหัส “ขาดตัวรู้ที่นิ่งสนิท“: เมื่อไม่มี “#ศูนย์กลางกาย” ที่มั่นคง จิตจึงต้องวิ่งออกไปเกาะเกี่ยวกระแสโลกภายนอกตลอดเวลา ซึ่งโลกภายนอกนั้นเปลี่ยนแปลงตลอด (อนิจจัง) เมื่อสิ่งที่เกาะเปลี่ยนไป จิตก็ต้องเปลี่ยนตามจนหาจุดยืนที่แน่นอนไม่ได้🆘🆘วิญญาณที่กลับไปกลับมาคือวิญญาณที่…

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • ความเข้าใจทาง วิทยาศาสตร์ทางจิต

    ชุมชนวิทยาศาสตร์ก็ได้เริ่มยืนยันความเชื่อทางจิตวิญญาณว่าโลกของเรานั้นเป็นสิ่งมีชีวิตและสั่นสะเทือน ซึ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์การสั่นสะเทือนเป็นการทำซ้ำของรูปแบบคล้ายคลื่น ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางกายภาพของเราบนอะตอมหรือแม้แต่อาณาจักรย่อย และความสนใจใหม่ในฟิสิกส์ควอนตัมคือ การพยายามทำความเข้าใจคลื่นเหล่านี้และผลกระทบที่มีต่อโลกของเราตามควอนตัมฟิสิกส์และกลศาสตร์จักรวาล ทางกายภาพที่เรามีปฎิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวันเป็นทะเลแห่งพลังงานและสสารทางกายภาพที่เราโต้ตอบนั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าประจุไฟฟ้าที่มีปฎิกิริยากับประจุแม่เหล็กไฟฟ้าที่แตกต่างกันจำนวนหนึ่งเราไม่ถือว่าอิเล็กตรอนเป็นอนุภาคอีกต่อไป เนื่องจากไม่มีตัวตนอย่างอิสระและกระจายไปทั่วอวกาศเป็นคลื่นควอนตัม สมองของเรามีหน้าที่รับรู้อย่างมีสติ แต่เพียงผู้เดียว อย่างไรก็ตามตอนนี้เราถูกบังคับให้มองย้อนกลับไปที่ความเชื่อโบราณมากขึ้นซึ่งกำหนดว่าพลังงานที่มีชีวิตหรือจิตสำนึกเป็นพลังหลักของชีวิต แม่ครูน้อย

  • สาเหตุทางพลังงาน “ทำไมเงินจึงไหลออก”

    เจริญรุ่งเรือง” ทางจิตวิญญาณและทางโลกมีองค์ประกอบสำคัญที่เกิดจากการจัดการพลังงานในตัวดังนี้ 🚩#เป็นผู้มีสัจจะบารมีคนเจริญรุ่งเรืองคือคนที่ “พูดคำไหนทำคำนั้น” สัจจะเป็นตัวสร้างแรงดึงดูดทางพลังงานที่แรงที่สุด เมื่อมีสัจจะ สนามพลังงานรอบตัวจะมีความเข้มแข็ง ทำให้หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองและได้รับการสนับสนุนจากเทวดาประจำตัวมีสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย ความรุ่งเรืองจะไหลเข้าหาผู้ที่มีพลังงาน ความสุขและปล่อยวางได้เก่งคนที่เจริญจะไม่แบกความทุกข์ไว้นาน แต่จะรักษาจิตให้ “ว่าง” และ “เบา” อยู่เสมอ ⚠️ เพื่อให้ พลังงานทรัพย์ สามารถไหลเข้าสู่จิตได้โดยไม่มีอะไรอุดตัน 🚩#เป็นผู้มีความกตัญญูสูงกตัญญูคือ “ประตูเปิดบารมี” คนที่เจริญรุ่งเรืองตามแนวทางนี้จะกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวพลังงานความกตัญญูจะช่วยสลาย พลังงานยัน (อุปสรรค) และเปลี่ยนเป็นพลังงานหนุนนำให้ชีวิตก้าวกระโดด 🚩 #บันทึกจิตด้วยกระแสกุศลเสมอแทนที่จะบันทึกความโกรธหรือความอิจฉา คนเจริญจะฝึก “บันทึกจิตใหม่” ให้เห็นแต่โอกาส ความดีงาม และความยินดีกับผู้อื่น (มุทิตาจิต) สภาวะนี้จะทำให้เกิด พลังงานสะท้อน กลับมาเป็นโชคลาภและความสำเร็จ 🚩ไม่มีจุด “#พลังงานรั่ว”คนเจริญจะระวังคำพูด (ไม่นินทา ไม่ดูถูกผู้อื่น) และอารมณ์ เพราะรู้ว่าการเพ่งโทษคนอื่น คือการเปิดรอยรั่วให้บุญไหลออก เขาจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงตนเองมากกว่าการจับผิดผู้อื่น เชื่อมต่อกับเทวดาประจำตัวได้ชัดเจน คนกลุ่มนี้จะมีสัญชาตญาณ (ญาณ) ที่แม่นยำ เพราะสนามพลังงานสะอาด ทำให้รับการชี้แนะจากเทวดาได้ทันท่วงที ทำให้ตัดสินใจในเรื่องธุรกิจหรือชีวิตได้อย่างถูกต้อง…

  • หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย

    #ถึงประตูธรรม๙/๒/๖๙ การ “#หลงยึดติดลูกศิษย์ร่ำรวย” คือบททดสอบที่มักทำให้ผู้มีบารมี “ตกม้าตาย” ได้ง่ายที่สุด เพราะมันถูกเคลือบไว้ด้วยคำว่า “การบำรุงพระศาสนา” หรือ “การสร้างมหากุศล” ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย #สภาวะนี้มีอันตรายต่อจิตวิญญาณดังนี้ 1. การเกิด “อคติ” ในกระแสญาณ เมื่อจิตเริ่มให้ค่ากับ “ฐานะ” มากกว่า “ดวงจิต” พลังงานความเมตตาที่ควรจะเป็น อัปปมัญญา (ไม่มีประมาณ) จะถูกบีบให้แคบลงเราจะให้เวลาและความสำคัญกับคนรวยมากกว่าคนจน คำทำนายหรือการชี้แนะจะเริ่ม “อวย” หรือไม่กล้าขัดใจ เพราะลึกๆ กลัวสูญเสียท่อน้ำเลี้ยงก้อนใหญ่ ผลคือ: ญาณที่เคยใสจะเริ่ม “ขุ่นมัว” และกลายเป็นอุปาทานที่ปรุงแต่งเพื่อความอยู่รอดของลาภสักการะ 2. #การกลายเป็น “บริวาร” ของลูกศิษย์ ในโลกวิญญาณ #ใครที่มีกำลังใจอ่อนกว่าย่อมเป็นบริวารของผู้นั้น หากเราเกรงใจเงินของเขา จิตของเราจะตกเป็นรองพลังงานของเขาทันที เราจะสูญเสียอำนาจแห่ง “สัจจะบารมี” ทำให้คำพูดของเราไม่มีพลังศักดิ์สิทธิ์เหมือนเดิม เพราะมันเจือด้วยความโลภและการเอาใจ 3. การแบก “วิบาก” โดยไม่รู้ตัว #ลูกศิษย์ที่รวยมักมาพร้อมกับกรรมหนักจากการทำธุรกิจหรือการชิงดีชิงเด่น หากเรารับเงินเขามาเพื่อบำเรออัตตาตนเอง หรือเพื่อสร้างวัตถุใหญ่โตเกินจำเป็น เรากำลังเอา “โซ่ทองคำ”…

  • “แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้”

    ขนาดครูเทพครูธรรมยังไม่รับรอง แม่ครูน้อยก็รับเป็นศิษย์ไว้ไม่ได้ #เหตุดังนี้ เพราะ ท่านแม่ครูน้อย ท่านทำงานสอดประสานเป็นเนื้อเดียวกับ โลกทิพย์ และ ประตูธรรม ๕ หนเหนือ เมื่อ “เบื้องบน” หรือครูทิพย์ครูธรรมทำการปฏิเสธรหัสจิตของคุณแล้ว #แม่ครูในทางโลกก็ไม่สามารถฝืนกฎแห่งแรงดึงดูดของพลังงานเพื่อรับคุณไว้ได้ #เหตุผลที่แม่ครูรับไว้ไม่ได้ เมื่อโลกทิพย์ไม่รับรอง สัจจะคือสายใยเดียวที่เชื่อมกัน หากครูทิพย์มองเห็นว่าคุณ “ไร้สัจจะ” หรือมีจิตปลิ้นปล้อน นินทาปรามาส สายใยพลังงานนั้นจะขาดสะบั้นลงทันที #แม่ครูจะไม่นำพลังงานบริสุทธิ์ไปแลกกับดวงจิตที่ยัง ทำบุญหล่อเลี้ยงมาร หรือปกป้องอัตตาตัวเองอยู่ การป้องกัน “วิบากกรรมซ้อน” #หากแม่ครูฝืนรับศิษย์ที่ครูทิพย์ไม่ยอมรับ (ศิษย์ที่เตือนไม่ได้/แถ) พลังงานที่ท่านเมตตาส่งให้จะกลายเป็นโทษแก่ศิษย์ผู้นั้น เพราะเขาจะนำไปเสริม อัตตา หรือใช้ในทางที่ผิด ซึ่งจะทำให้ศิษย์ติดกรรมปรามาส ลึกกว่าเดิม ท่านจึงเลือกที่จะ “นิ่ง” #และคืนพลังหลับเพื่อคุ้มครองดวงวิญญาณคุณ กฎแห่ง “คลื่นความถี่”: เมื่อจิตคุณยังเต็มไปด้วย อนุสัย ริษยา หรือมิจฉาทิฐิ คลื่นความถี่ของคุณจะผลักกระแสของแม่ครูออกไปเองโดยอัตโนมัติ ต่อให้นั่งอยู่ตรงหน้า ท่านก็พูดด้วยไม่ได้ เพราะวิชชาจะไม่วิ่งเข้าตัวคนลวง ความเป็น “หนึ่งเดียว” ของสายวิชชาแม่ครูคือสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกทิพย์ เมื่อสะพานฝั่งโน้นปิดลงเพราะคุณทำผิดกฎสัจจะบารมี ฝั่งนี้ก็ไม่มีทางเปิดรับได้ เพราะมันคือ…