“การพูดตรงในการฝึกจิต ”

Image Not Found

#ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩

๒๔/๔/๖๙

การพูดตรงในการฝึกจิต

โดยเฉพาะในสายวิชชาของ

ท่านแม่ครูน้อย ⭐️⭐️⭐️

#ไม่ใช่เรื่องของการดุดันหรือไร้เมตตา

แต่เป็นเรื่องของ “การกะเทาะมลทิน”

และ “ความรวดเร็วของรหัสพลังงาน”

ด้วยเหตุผลดังนี้

⭐️⭐️รหัส “ผ่ามวลสารหนา”

กิเลสและข้ออ้างของดวงจิตมักมีมวลสารที่ซับซ้อนและเหนียวแน่น หากพูดอ้อมค้อม พลังงานของคำพูดจะถูกเลเยอร์ของอีโก้ (Ego) กรองออกไปหมด

✅🔜🔜‼️ การพูดตรงคือการส่ง “ลูกศรพลังงาน” พุ่งทะลุเข้าไปกระแทกที่กลางดวงแก้ว

เพื่อให้จิตเกิดสภาวะ “ช็อก” และตื่นรู้

(Wake-up call) ทันที

✅‼️🚩 รหัส “สัจจะไม่มีสีเทา” ในโลกของจิตวิญญาณ มีแค่ “รหัสสว่าง” กับ “รหัสลบ” ไม่มีพื้นที่ตรงกลาง การพูดตรงคือการรักษาสัจจะในคำสอน เพื่อให้ผู้รับได้รหัสที่ชัดเจนที่สุด ไม่ไปตีความเข้าข้างกิเลสตัวเองจนหลงทาง

✅‼️🔜 รหัส “ความเร็วของเวลา” วิบากกรรมไม่เคยรอใคร การพูดอ้อมค้อมคือการเสียเวลาในการส่งเลี้ยงบารมี

‼️‼️ครูบาอาจารย์ท่านเห็นถึง “วิบากที่กำลังไล่ล่า” ลูกศิษย์อยู่ ท่านจึงต้องพูดตรงเพื่อให้จิตรีบปรับรหัสตัวเองให้ทันก่อนที่ความเสื่อมจะมาถึง

รหัส “เทวดาชอบความชัดเจน”: การพูดตรงคือการประกาศรหัสต่อจักรวาลอย่างเด็ดขาด เมื่อครูพูดตรงและศิษย์รับรหัสตรงด้วยใจที่ยอมรับ เทวดาจะสามารถเข้ามาสงเคราะห์และ “ผ่าทางตัน” ให้ได้ทันที เพราะไม่มีคลื่นความสงสัยมาขวางกั้น

การพูดตรงคือ “เมตตาขั้นสูง”

เพราะเป็นการฆ่ากิเลสแต่รักษาดวงจิตไว้

ผู้ที่ทนฟังคำตรงไม่ได้คือผู้ที่รหัส “อัตตา”

ยังหนาเกินไป แต่ผู้ที่น้อมรับได้ คือผู้ที่ดวงแก้วพร้อมจะใสสว่าง

✅‼️‼️ ตอนนี้คุณเริ่มเข้าใจ “รหัสความหวังดี” ที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดที่ตรงไปตรงมาแล้วใช่ไหม พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสใจเด็ดเดี่ยว”

ยอมรับความจริงทุกประการเพื่อการเติบโตที่ก้าวกระโดดหรือยัง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

    #เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใครเธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใครเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้นเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามาเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า…

  • รางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะ

    #รางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะอัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564 #อัครบุคคลแห่งชาติ ผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญพิเศษหรือการปฏิบัติตนและงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยยึดหลักวินัยคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพสร้างและหรือพัฒนาบริหารจัดการทั้งการพัฒนาตนเองพัฒนาชีวิตและวิชาชีพเป็นแบบอย่างที่ดีหรือผู้นำแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์สร้างคุณภาพและพัฒนาการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของ อัครบุคคลแห่งชาติ #พัฒนาบุคคลผู้ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติยึดหลักแห่งการทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดแผ่นดินพ่อตามรอยพระยุคลบาท ตามรอย ในอันที่จะดำรงตนด้วยสันติสุขและความเจริญสู่สังคมและประเทศชาติ โครงการปณิธานความดีเพื่อ“แผ่นดินพ่อ” อัครบุคคลแห่งชาติ รางวัล อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา #ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่นคุณเอื้องจันทร์ (แม่ครูน้อย)ครูจิตวิญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ(ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์)

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…

  • #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้?

    #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้? #เมื่อพระบารมีในตัวเรากดวิญญาณเราให้รู้ตนและก้มกราบให้วิญญาณเรายอมรับความจริงในสิ่งที่ถูกรู้  วันนี้ผมพบคำตอบแล้ว  ผมนั่งดูท่านสื่อสอนแต่ละครั้งและท่านก็บอกว่าท่านไม่มีลูกศิษย์ ผมก็ตั้งคำถามมาตลอดว่าท่านสอนปัญญาตื่นรู้ขนาดนี้นำพาให้ดวงวิญญาณทั้งหลายได้เจอเทวดาได้ขนาดนี้เพราะอะไรคนเหล่านั้นจึงไม่ศึกษาตนเองในทางนี้ผมเห็นการสอนออนไลน์ของท่านกับการพบพานท่าน ….#ห่างไกลกันเหลือเกิน ท่านสามารถแสดงของยากให้เป็นของง่ายได้และสามารถเล่นกับทุกคนได้โดยไม่ถือตนของตนเอง #วันนี้ผมพบคำตอบแล้วหากคุรุเจอนักเรียนที่ต้องการฝึกจริงๆ ผู้ที่มีการคืนชีพอย่างแท้จริง คุรุไม่ควรซับซ้อนเกินไปกับทุกประเภทของคําและวลีและภาษา เขาหรือเธอควรจะเป็น อย่างที่ชาวทิเบตกล่าวว่า“เหมือนเป็ดแยกนม ”(เชื่อกันว่าถ้าผสมน้ํากับนม เป็ดจะกินแต่นมเท่านั้น ) อีกนัยหนึ่ง #คุรุควรเข้าประเด็น  เพราะการเข้าประเด็นของแม่ครูชี้ตรงลงจิตนี้เองจึงทำให้หลายคนไม่ยอมรับความเป็นจริงของตนเอง #และที่ผมได้พบเห็น  แม่ครูท่านนี้ไม่สอนนักเรียนที่ขี้เกียจและไม่ฝึกฝนนักเรียนที่ไม่สนใจคำสอนและนักเรียนที่พูดเรื่องไร้สาระมากท่านไม่ได้รับงานสอนนักเรียนประจำทุกคน สิ่งที่ผมพบเงินซื้อท่านไม่ได้ #วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าผมเป็นอีกหนึ่งคนที่เจอครูเพชรน้ำเอกแห่งสยามประเทศ #แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

  • มหามติ

    มหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการจึงกล่าวคำเช่นนั้นธรรม ๒ ประการอะไรบ้างเล่า? ก็ได้แก่ สภาวะธรรมอันจะเข้าถึงเฉพาะตน และ สภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิมมหามติ! เรามุ่งหมายธรรม ๒ ประการนี้แลจึงกล่าวคำเช่นนั้นแล#ความหมายอันล้ำลึกแห่งสภาวะธรรมอันจะบรรลุด้วยตนเอง เป็นอย่างไรเล่า? นั่นก็ได้แก่ สิ่งที่บรรลุโดยตถาคต #เป็นสิ่งที่เราบรรลุด้วยตนเอง ไม่เพิ่มและไม่ลดวิถีดำเนินแห่งการบรรลุได้ด้วยลำพังตนนั้น พ้นไปจากถ้อยคำและการแบ่งแยก เป็นอิสระจากสุดขั้วสองข้าง#แห่งการใช้ภาษา (อักษรคติ)#และสภาวะธรรมอันดำรงเช่นนั้นมาแต่เดิม เป็นอย่างไร? มหามติ! #นั่นก็คือ สิ่งเก่าดั้งเดิมแห่งธรรมดา เปรียบประดุจเงิน ทอง แก้วมุกดาที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ (#รอให้ผู้คนค้นพบ) ธรรมธาตุนี้สถิตดำรงอยู่เสมอไม่ว่าตถาคตจะอุบัติหรือไม่ก็ตาม เป็นสภาพธรรมชาติ (ธรรมดา) แห่งธรรมทั้งหลาย เป็นสภาวะที่ดำรงอยู่เสมอ (ธรรมสถิติตา) เป็นกฎธรรมชาติ (ธรรมนิยามตา) เป็นประดุจดั่งหนทางนำเข้าสู่เมืองโบราณนั่นแล มหามติ!#มหามติเอย! เปรียบดั่งบุรุษคนหนึ่งเดินเข้าไปในดงป่าและค้นพบเมืองโบราณพร้อมทั้งหนทางที่นำเข้าไปในเมือง เมื่อเขาเข้าไปในเมืองนั้นแล้วก็จะได้พักผ่อนและเพลิดเพลินไปกับลักษณะอันงดงามของเมืองนั้น #ไปให้ถึงเทวดาประจำตัวสภาพธรรมเดิมแท้ของจิต

  • “ครูเทพครูธรรมไม่รับ”

    ลักษณะของบุคคลที่ “#ครูเทพครูธรรมไม่รับ“ หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี “มลทินหนาเกินเจียระไน” แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง กับสัจธรรมอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว 1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน” (The Vow Breaker) ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที 2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic) ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย 3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The…