Similar Posts
อัครบุคคลแห่งชาติ
อัครบุคคลแห่งชาติ #โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่#เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยันคงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย #โครงการปณิธานความดีแผ่นดินพ่อ#อัครบุคคลแห่งชาติ ปี 2564 ผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญพิเศษหรือการปฏิบัติตนและงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยยึดหลักวินัยคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ สร้างและหรือพัฒนาบริหารจัดการทั้งการพัฒนาตนเองพัฒนาชีวิตและวิชาชีพเป็นแบบอย่างที่ดีหรือผู้นำแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์สร้างคุณภาพและพัฒนาการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของ #อัครบุคคลแห่งชาติ พัฒนาบุคคลผู้ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติยึดหลักแห่งการทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดแผ่นดินพ่อตามรอยพระยุคลบาท ตนตามรอย ในอันที่จะดำรงตนด้วยสันติสุขและความเจริญสู่สังคมและประเทศชาติ #งานพิธีประทานรางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะ อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564โครงการปณิธานความดีเพื่อ“แผ่นดินพ่อ” #อัครบุคคลแห่งชาติ ผู้เข้ารับรางวัลเฝ้ารับเสด็จองค์ประธานพิธี พลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล วันอาทิตย์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2564 รางวัล อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่นคุณเอื้องจันทร์ ธ. (แม่ครูน้อย)ครูจิตวิญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ(ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์)
จิตปรามาส
#ธรรมชั้นครู๑๗/๑/๖๙ #จิตปรามาส” คือยาพิษทางพลังงานที่ร้ายแรงที่สุดเพราะเป็นการทำลาย “สายใยบารมี”#ระหว่างดวงจิตของเรากับสิ่งศักดิ์สิทธิ์และครูบาอาจารย์โดยตรง#มีลักษณะและผลกระทบที่ควรระวังดังนี้ 1. ลักษณะของจิตปรามาสการดูแคลนในใจ: แม้ปากจะไม่พูด แต่ในใจมีความรู้สึกสงสัย ไม่ศรัทธา หรือมองว่าครูบาอาจารย์/สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ก็งั้นๆ” หรือ “ทำไมไม่ช่วยเรา” #การนำธรรมะมาเปรียบเทียบใช้ปัญญาทางโลกไปตัดสินปัญญาทางธรรม หรือตำหนิแนวทางการสอนของครูบาอาจารย์ว่าไม่ถูกใจตน การล่วงเกินด้วยวาจาและกิริยา การนินทาว่าร้ายครูบาอาจารย์ หรือการแสดงกิริยาไม่เคารพต่อหน้า และลับหลัง ซึ่งถือเป็นการสร้าง “ขยะทิพย์” ที่หนาแน่นมาก 2. ผลกระทบที่รุนแรงในปี (ยุคคัดพลังงาน) สภาวะ “ท่อพลังงานขาด” จิตปรามาสเปรียบเสมือนมีดที่ตัดสายใยบารมี ทำให้เราไม่สามารถรับกระแสเมตตาหรือการหนุนนำจากเทวดาได้อีก ส่งผลให้ชีวิตเข้าสู่ช่วง “ดวงตก” อย่างรวดเร็ว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท #เราจะเริ่มถอนตัวและตัดขาดจากครูบาอาจารย์ ด้วยเสียงในหัวและวิธีการของอัตตาหลายอย่างหรือมีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก เมื่อไม่ได้รับความชื่นชมยินดี ทำความดีเพราะหวังผล พอไม่ได้ผลก็เลิกทำดีเราจะเริ่มตัดสินใจผิดพลาด มองเห็นกงจักรเป็นดอกบัว และมักจะถูกมารจูงจิตไปสู่ทางเสื่อม เพราะไม่มีเกราะป้องกันจากครูบาอาจารย์ เงินหนี/บารมีรั่วพลังงานของการปรามาสคือ “ความร้อน” ที่เผาผลาญบุญเก่าให้หมดไป ทำมาหากินจะติดขัด เงินทองที่ควรจะได้จะหลุดลอยไปหาผู้อื่นแทน 3. วิธีแก้ไขและขอขมา (ก่อนที่สายใยจะขาดสะบั้น) หากรู้ตัวว่าเคยมีจิตปรามาส ต้องรีบสะสางพลังงานทันทีในปี 2026 นี้…
“เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”
ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ” #ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร 1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา 2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรองสติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเองวิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว”…
พ่อแม่คือทุกวัน
#พ่อแม่คือทุกวัน ที่เรายังได้ทดแทน บิดามารดาคือครูอาจารย์ที่ ประสิทธิ์ประสาทความรู้ตั้งแต่วิญญาณนี้ ออกเกิดเป็นตัวคน คุณไหนไม่เท่า #กับคุณของบิดามารดาครูเดินทางมาถึงทุกวันนี้ถ่ายทอดคำสอน จากจิตสู่จิตได้อย่างลึกซึ้งและสามารถรักษาคำสอนมาได้ถึง ทุกวันนี้แบบไม่ลืม เพราะหัวใจที่กตเวฑิตา ไม่ว่าครูจะรู้มากแค่ไหนครูไม่เคยเหยียบหลังพ่อแม่ครูบาอาจารย์ #เพื่อเติบโต ครูไม่เคยลืม #รากเหง้าเก่ากำเนิด  #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น
ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่ และการยกระดับจิตวิญญาณ
๒๗/๑/๖๙ ไม่ร่วมกรรมกับผู้อื่นในมิติของยุคพลังงานใหม่และการยกระดับจิตวิญญาณ หมายถึงการรักษา “เอกเทศทางพลังงาน” (Energetic Sovereignty) เพื่อไม่ให้กระแสลบหรือวิบากกรรมของผู้อื่นมาดึงรั้งการตื่นรู้ของเรา มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้ 1. การวางเฉยด้วยเมตตา (Equanimity with Compassion)การไม่ร่วมกรรมไม่ใช่การใจดำ แต่คือการระลึกว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม”: เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นทุกข์หรือทำผิด ให้ช่วยตามกำลังที่ทำได้โดยไม่เอาใจไป “แบก” หรือไป “ตัดสิน” (Judge) #การด่าทอหรือซ้ำเติมผู้ที่ทำผิด คือการเอาตัวเราเข้าไปพันตูในกระแสกรรมนั้นโดยตรง 2. การรักษาขอบเขตพลังงาน (Setting Energetic Boundaries) ในยุคนี้เราต้องรู้จักการปฏิเสธสิ่งที่ “ไม่ใช่” สำหรับเรา หลีกเลี่ยงการนินทา: การร่วมวงนินทาคือการรับกระแสพลังงานลบและร่วมพันธะกรรมกับผู้พูดและผู้ถูกพูดถึง ไม่รับพิษทางอารมณ์: หากใครมาตัดพ้อหรือด่าทอเพื่อระบายพลังงานลบ ให้รับรู้แต่ไม่รับมาเป็นอารมณ์ของตนเอง 3. กฎแห่งการไม่แทรกแซง (Law of Non-Interference) หนึ่งในกฎสำคัญของการไม่ร่วมกรรมคือ การไม่เข้าไปก้าวก่ายบทเรียนชีวิตของผู้อื่นหากเขาไม่ได้ขอ บางครั้งความลำบากของเขาคือ “บทเรียน” ที่จิตวิญญาณเขาเลือกมาเพื่อเติบโต การเข้าไปช่วยผิดวิธีหรือช่วยจนเขาไม่ต้องเรียนรู้ #อาจเป็นการเข้าไปรับส่วนแบ่งแห่งกรรมนั้นมาโดยไม่จำเป็น 4. #การตัดพันธนาการทางจิต (Cutting Energetic Cords) #หากรู้สึกว่ายังยึดติดกับใครบางคนในทางลบ ให้ฝึกการ…
เราได้รับสัญญาณทุกประเภท
เราได้รับสัญญาณทุกประเภทจากจักรวาลทุกวันแต่การถอดรหัสและนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของเรานั้นค่อนข้างท้าทาย สิ่งที่ยุ่งยากคือคุณอาจไม่รู้จักคำแนะนำในตอนแรกมันอาจจะมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง หรือแม้ว่าคุณจะสังเกตเห็น มันก็ง่ายที่จะทำให้เสียชื่อเสียงว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ จักรวาลไม่ได้ทิ้งคุณและความดื้อรั้นของคุณไว้ให้แห้ง ละเว้นสัญญาณแรกและจักรวาลจะคงอยู่และชัดเจนยิ่งขึ้น มันอาจมาในรูปแบบของอาการทางร่างกาย หรือเหตุการณ์ที่ผลักคุณออกจากเขตสบายของคุณ
