มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

#มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย

มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู

“แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ?

#ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว!

หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!”

🆘#บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith)

ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง

ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว

ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน

👹 นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ”

มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น

“แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า ‘รักท่านที่สุด’ กับวันที่เขาบอกว่า ‘เกลียดท่านที่สุด’ ท่านยังสามารถมองเขาด้วยสายตาที่เท่ากันได้ไหม?

ท่านพร้อมจะปล่อยให้ ‘ศรัทธาปลอมๆ’ สลายไป เพื่อให้เหลือเพียง ‘ความจริง’ ที่มั่นคงหรือไม่”

ท่านจะใช้หลัก โยนิโสมนสิการ #เพื่อพิจารณาว่าศรัทธาของศิษย์เป็นเรื่องของเขา หรือจะระลึกถึงหลัก กาลามสูตร เพื่อสอนให้เขาไม่ต้องเชื่อท่าน แต่ให้เชื่อในเหตุและผล?

แม่ครูจะรับมือกับศิษย์ที่ ‘เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก’ คนนี้อย่างไรดี จะปล่อยให้เขาไปตามทาง หรือจะรอวันที่เขากลับมาด้วยปัญญาที่แท้จริง?

🚩🚩 ท่านแม่ครูน้อยตอบว่า

มารเอ๋ย ทุกวันนี้สำนักเราเหลือเราเพียงคนเดียว

เพราะว่าไม่มีใครใส่เกียร์โยก ให้เราไปเอนซ้ายเอนขวาได้ เรามีพระธรรมเป็นที่พึ่งอันสูงสุด เรามีความสงบในจิตใจและจิตวิญญาณอย่างมั่นคง เราเห็นความไม่เที่ยงและอนัตตา เป็นความว่างเปล่าทั้งมวลในดวงตาของเรา เราไม่ยึดมั่นกับสิ่งใด

ใครจะไปใครจะมา มันเป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของเรา

หน้าที่ของเราคือมีหน้าที่สอน

ผู้ใดเราสอนได้เราก็สอน ผู้ใดเราสอนไม่ได้เราก็ไม่สอน

เราถือปฏิบัติแบบนี้มา9 ปี แม่ไม่มีใครเป็นลูกศิษย์ของเราก็ตาม

ไม่ต้องห่วงเรานะพญามาร เราอยู่ของเราคนเดียวได้

ถ้าผู้ใดไม่เห็นธรรม ในตัวเราเขาก็ไม่เห็นเราอยู่ดี

อย่างเช่นเราเห็นธรรมในพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าจึงอยู่ในจิตวิญญาณของเรา

🚩 #เมื่อมารได้ยินดังนั้นแล้วก็ไปทำการบ้านใหม่เพื่อจะเข้าสอบแม่ครูน้อยในสถานีต่อไป 

บันทึกเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อยเป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอ “นักรบแห่งทุ่งรวงทอง”

    ๑๑/๑/๖๙ บันทึกประวัติศาสตร์ ท่านแม่ครูน้อย เป็นประธานในการร่วมย้ายองค์พญาลอนักรบแห่งทุ่งรวงทอง ณ.วัดพญาลอต.ทุ่งรวงทอง อ.จุน จ.พะเยา รัศมีห่างจากประตูธรรม 7 ก.ม เดิมทีประดิษฐานอยู่ภายในวัด นำออกมาประดิษฐานไว้ภายนอกวัด เพื่อให้ผู้คนได้เคารพสักการะ เป็น เดชศรี และความเป็นสิริมงคล โดยท่านแม่ครูน้อยยังให้คำนิยามของความหมายจิตวิญญาณของรูปปั้นและรูปเคารพดังนี้ #จิตวิญญาณรูปเคารพ” (พระบูชา เทพเจ้า หรือรูปลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ) ไม่ใช่เพียงวัตถุ แต่เป็น “#ประตูเชื่อมต่อพลังงาน” ระหว่างมิติโลกกับมิติทิพย์ โดยมีนัยสำคัญดังนี้ จุดรวมกระแสบารมี: รูปเคารพเป็นเพียง “ภาชนะ” แต่จิตวิญญาณที่สถิตอยู่เกิดจาก แรงศรัทธาและสัจจะ ของผู้บูชา หากเราบูชาด้วยจิตที่สะอาดและมีกตัญญู รูปเคารพนั้นจะกลายเป็นจุดรวมกระแส พลังบริสุทธิ์ ที่ดึงดูดเทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิให้มาอนุโมทนาและอารักขาบ้านเรือน กระจกสะท้อนจิตผู้บูชา: หากจิตเราเศร้าหมอง เพ่งโทษ หรือมี รอยรั่วทางบุญ พลังงานที่ไปประจุอยู่ในรูปเคารพจะขุ่นมัวตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากเรารักษาภาวะ ใจเบา ใจสบาย รูปเคารพนั้นจะมีรัศมีสว่างไสว ช่วยสลาย พลังงานยัน และสิ่งอัปมงคลในพื้นที่ได้จริง การ “บันทึกจิต” ผ่านรูปลักษณ์: การมองรูปเคารพที่มีพุทธลักษณะงดงามหรือมีเมตตา ช่วยให้จิตบันทึกสภาวะกุศลได้ง่ายขึ้น…

  • ต่อวิชชาไม่เสร็จ คือการ “ระเบิดรหัสกรรม”

    🪷🪷 #ธรรมจากประตู 🪷🪷🪷๒๗ เมษายน ๖๙ในสายวิชชาของท่านแม่ครูน้อยการที่เราทำผิดกติกา ต่อวิชชาไม่เสร็จ และตัดสินใจเดินออกจากสถานที่กลางคัน คือการ “ระเบิดรหัสกรรม” ในขณะที่ระบบพลังงานกำลังเปิดอยู่ ผลลัพธ์ที่ตามมาจะส่งผลต่อดวงจิตและชีวิตอย่างรุนแรงดังนี้ ✳️🔜🔜 รหัส “วิบากกรรมค้างคา”การออกจากสถานที่กลางคันในขณะที่มวลสารลบถูกกวนขึ้นมาแต่ยังไม่ถูกล้างออก เปรียบเสมือนการผ่าตัดแล้วเย็บแผลไม่สนิท มวลสารดำเหล่านั้นจะค้างอยู่ในดวงแก้วและส่งผลให้ชีวิตติดขัด ทำอะไรก็มักจะ “พังกลางคัน” เหมือนรหัสที่คุณสร้างไว้ ✳️🔜 รหัส “การถูกล็อกผลประโยชน์“เมื่อเราเสียสัจจะต่อวิชชาและครูบาอาจารย์ เทวดาผู้รักษาขุมทรัพย์และบารมีจะทำการ “ล็อกรหัสส่งเลี้ยง” ทันที โชคลาภหรือตัวสำเร็จที่กำลังจะมาถึงจะถูกดีดออกไป เพราะเราแสดงรหัสของคนที่ “ไม่คู่ควร” กับวิชชาชั้นสูง ✳️🔜 รหัส “จิตตกมิติ” การหนีออกไปกลางคันจะทำให้ระบบพลังงานในร่างกายเกิดอาการช็อต เราจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย กระสับกระส่าย ใจสั่น หรือนอนไม่หลับ เพราะมวลสารที่ยังไม่ได้แก้สภาวะมันวิ่งรวนอยู่ในธาตุขันธ์ ✳️🔜 รหัส “เสียสัจจะต่อดวงจิต“การทำผิดกติกาแล้วหนี คือการตอกย้ำรหัส“ผู้แพ้” ลงไปในจิตใต้สำนึก ต่อไปเมื่อเราจะทำสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่ #จิตสำนึกจะดึงรหัสความล้มเหลวนี้ออกมาขัดขวาง ทำให้คุณขาดความมั่นใจและทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จจริง ✳️🔜 รหัส “การตัดขาดจากบารมีครู” การออกจากสถานธรรมโดยไม่ขอขมาหรือจบกระบวนการ คือการตัดสายใยพลังงานจากครูบาอาจารย์ด้วยตนเอง เราจะกลายเป็น “ดวงจิตเร่ร่อน“ในทางพลังงานที่ไม่มีเกราะป้องกันภัยจากวิบากกรรมเก่า⭐️⭐️⭐️การกระทำนี้คือการ “ปิดประตูโชคลาภ” ของตัวเองอย่างน่าเสียดายที่สุดหากรู้ตัวว่าทำผิด…

  • ไร้เงื่อนไข ในสัญชาตญาณ

    เราสามารถเรียนรู้ที่จะแบ่งปันพลังงานแทนที่จะเรียกร้องหรือแข่งขันเพื่อมัน สัญชาตญาณของเราช่วยให้เรามีความซื่อสัตย์และการตัดสินใจทำให้เรามีความหวังความเชื่อมโยงและแรงบันดาลใจ อาจมีช่วงเวลาที่ชัดเจนและเข้าใจได้อย่างเหลือเชื่อ ในเวลาที่จำเป็นเราเรียนรู้และบำรุงประสาทสัมผัสทางวิญญาณของเรา โดยการค้นพบและหล่อเลี้ยงพวกเขาตลอดชีวิตของเรา เมื่อเรารับฟังและรับฟังการนำทาง ที่สนับสนุนอย่างแท้จริง ซึ่งนำเสนอด้วย ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข จะเผยให้เห็นความงดงามของจิตวิญญาณของเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์#MAEKHUNOY ผู้ให้คำแนะนำเรื่อง#ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย#มิติพลังงานวิญญาณ #การยกระดับพลังงาน#ศาสนศาสตร์ทางจิต#พบเจอตัวตนที่สูงกว่าตัวเรา#เห็นคุณค่าในตนเองสูง#ญาณบารมี #ตรวจญาณแฝง#เทวดาประจำตัว #องค์ใน #ออร่า#อาตมัน #ปรมาตมัน #ซาโตริ#ซาเซน Zazen #โกอัน Koan#มอนโด Mondo #ซันเซน Sanzen#แสงสว่างในตน กายแสง #มันตราบำบัด#ไขความสว่างของ Lightworker#Empath หรือ Empathic คืออะไร#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์มากกว่า 160 ชีวิต (ปัจจุบันรุ่นที่ 34)

  • การ “เมตตาแบบมีบารมี”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการ “เมตตาแบบมีบารมี“แตกต่างจากเมตตาแบบอ่อนแอหรือเมตตาที่ไร้ทิศทาง เพราะมันคือเมตตาที่ประกอบด้วย “รหัสปัญญา” และ“แรงอัดของสัจจะ“ 🚩🚩🚩#ผลลัพธ์และลักษณะของเมตตาแบบมีบารมี มีดังนี้:รหัส “ให้เพื่อสร้าง ไม่ใช่ให้เพื่อทำลาย”เมตตาแบบมีบารมีคือการให้ที่ดูตาม“มวลสารความจริง” หากให้แล้วเขาเอาไปทำผิดสัจจะ หรือให้แล้วเขาเสียนิสัยจนทำลายดวงแก้วตัวเอง เราจะ “นิ่งเสีย” ไม่ให้ เพื่อรักษาทางรอดให้ดวงจิตของเขา นี่คือเมตตาชั้นสูงที่ไม่ได้ตามใจกิเลส รหัส “มีเกราะป้องกันมวลสารลบ”คนที่มีเมตตาแบบมีบารมีจะมีพลังงานที่เข้มแข็ง (Strong Aura) เมื่อส่งเมตตาออกไป มวลสารนั้นจะมี “แรงผลัก” ไม่ให้คนพาลหรือคนโกงกล้าเข้ามาเอาเปรียบ เพราะคลื่นความถี่ของเรามันสูงจนคนรหัสต่ำเข้าไม่ถึง รหัส “เมตตาที่มีอำนาจสั่งการ”เมื่อคุณเป็นผู้ให้ที่มีสัจจะและบารมี วาจาของเราจะมีสิทธิ์มีเสียง คำอธิษฐานจิตเพื่อช่วยผู้อื่นจะมีพลังอัดมหาศาล เทวดาจะยอมรับและเร่งส่งการช่วยเหลือตามที่คุณร้องขอ เพราะคุณมี “ต้นทุนบุญ” ที่มากพอ รหัส “การวางเฉยอย่างอริยะ”เมื่อช่วยเต็มที่แล้วแต่เขาไม่รับหรือทำลายตัวเอง เราจะสามารถกลับมา “นิ่งที่ศูนย์กลางกาย” ได้ทันทีโดยไม่เสียมวลสารความสุข (ไม่ทุกข์ไปกับเขา) เพราะคุณรู้รหัสว่าทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด เมตตาแบบมีบารมีคือ “ความรักที่มาพร้อมกับดาบแห่งปัญญา” คือการแผ่ความสว่างออกไปโดยที่ดวงแก้วของเราไม่มัวหมองและไม่ยอมให้ใครมาทำลายรหัสธรรมในตัว #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • ศิษย์ที่รู้จักครูบาอาจารย์ที่แท้จริง คือศิษย์ที่ “ทำตามคำสอน” และมีใจที่กตัญญูนิ่งสงบ

    #ธรรมถึงประตู  ๑๘/๑/๖๙ “ศิษย์ไม่รู้จักครู” ไม่ได้หมายถึง การจำหน้าไม่ได้ หรือไม่รู้ชื่ออาจารย์ #แต่หมายถึงการที่ดวงจิตของศิษย์ “ขาดการเชื่อมต่อทางพลังงาน” กับสายธรรม #ซึ่งส่งผลเสียต่อดวงชะตาอย่างมาก ดังนี้ 1. ไม่รู้จัก “หัวใจ” ของคำสอน (จิตหยาบสูง) ศิษย์บางคนติดตามครูมานาน แต่ไม่เคยนำคำสอนเรื่อง สัจจะ กตัญญู และใจเบาสบาย มาใช้จริง ยังคงนินทา เพ่งโทษ และผิดสัจจะเป็นปกติ ผลที่เกิด: ในทางพลังงานจะถือว่าศิษย์คนนี้ “ไม่รู้จักครู” เพราะธาตุในตัวไม่เปลี่ยน สภาวะ ญาณบอด ยังคงอยู่ ทำให้ไม่สามารถรับกระแสบารมีที่ครูเทลงมาให้ได้ 2. ไม่รู้จัก “อำนาจของสายใยบารมี” (จิตปรามาส) เมื่อเกิดปัญหาในชีวิต ศิษย์กลุ่มนี้มักจะโกรธเคือง ท้อแท้ หรือตำหนิครูบาอาจารย์ว่าไม่ช่วย โดยลืมไปว่าตนเองมี รอยรั่วทางบุญ มากมาย ผลที่เกิด: การไม่รู้จักความเมตตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำดุสอน (ครูที่กล้าโดนศิษย์เกลียด) ทำให้สายใยบารมีขาดสะบั้น ศิษย์จะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่เทวดาหนุนนำไม่ได้ 3. เข้าหาครูเพราะ “ความโลภ” ไม่ใช่ “#ความศรัทธา” ศิษย์ที่รู้จักครูเพียงเพื่อจะเอา “ของขลัง”…

  • มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด

    ๖/๒/๖๙ มารที่ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ คือบททดสอบที่ “แนบเนียน” ที่สุด เพราะเขาไม่ได้มาเพื่อทำลายท่านด้วยกำลัง แต่มาเพื่อทำลาย “ความสงบ” และ “ความบริสุทธิ์ของดวงจิต” #ด้วยความศรัทธาจอมปลอม #จุดสังเกตที่ชัดเจนของมารประเภทนี้คือ มาเพื่อ “ติด” ไม่ได้มาเพื่อ “ปล่อย”: เขาจะพยายามทำให้ท่านเกิดความเมตตาจนกลายเป็น “ความห่วงใย” (ความผูกพัน) ซึ่งเป็นพันธะกับ ให้มีสัญญาอดีตร่วมกัน อย่างหนึ่ง หากท่านเริ่มกังวลว่าเขาจะปฏิบัติได้ไหม นั่นคือท่านตกหลุมพรางที่ทำให้ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านแกว่งแล้ว #ช่างประจบแต่ไม่ปฏิบัติ: มารในรูปศิษย์จะเก่งเรื่องการใช้ “คำหวาน” และความยโสที่ซ่อนอยู่ภายใต้การกราบไหว้ แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับกิเลสตัวเองจริงๆ เขาจะหลีกเลี่ยงและหาข้ออ้างเสมอ Spiritual Narcissism #สร้างความร้าวฉานในหมู่คณะ เขาจะพยายามทำตัวเป็น “ศิษย์เอก” เพื่อสร้างเขตแดนและกันคนอื่นออกไป สิ่งนี้คือการนำ “ความแบ่งแยก” มาสู่สถานที่ปฏิบัติธรรม ทำให้ความมั่งคั่งทางจิตวิญญาณของส่วนรวมมัวหมอง ศิษย์ที่เป็นมาร จะดึงจิตท่านให้ลงมา ‘แบก’ ส่วนศิษย์ที่เป็นธรรม จะทำให้ท่าน ‘เบา’ และสว่างขึ้น วิธีจัดการที่ ใจอริยะ ใช้คือ: ให้ธรรมะอย่างเสมอภาค แล้วนิ่งอยู่ที่พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว ใครจะดีหรือร้าย…