สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

#ธรรมจากประตู🚩🚩🚩
๗/๑/๖๙
#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที
นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้

1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน”
ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ

2. อานิสงส์ของใจสว่าง
เงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์
#ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน

🚩🚩🚩 คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต

3. วิธีสร้าง “ใจสว่าง” (ชุบหัวใจใหม่)
หากรู้สึกว่าใจยังมืดมัว ให้ใช้กระบวนการปรับจูนพลังงาน
#ขออโหสิกรรมสลายพลังยัน ตั้งจิตขอขมาต่อผู้มีพระคุณและครูบาอาจารย์ เพื่อสลายกำแพงทิฐิที่บดบังแสงสว่าง
คืนพลังงานลบ: บอกกับตัวเองว่า “ความทุกข์นี้ไม่ใช่ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอส่งคืนสู่ธรรมชาติ” เพื่อให้ใจกลับมาเบาสบาย
รักษาสัจจะนำทาง: การมี สัจจะ คือการเติมเชื้อไฟให้ความสว่างของใจมีกำลังเข้มแข็ง ไม่ดับง่ายเมื่อเจอกระแสโลกกระทบ
อยู่ในที่ของเรา: ฝึกนิ่งสงบที่ฐานจิตตนเอง ไม่ส่งใจออกไปตัดสินใคร ความนิ่งจะทำให้ความสว่างนั้นคงที่และแผ่รัศมีกว้างขึ้น

4. #สัญญาณของคนใจสว่าง
ในปีนี้ คนที่ใจสว่างจะสังเกตได้จาก:
🌟ใบหน้าผ่องใส แววตามีประกายสงบเย็น ไม่โกรธง่าย วางเรื่องกระทบได้เร็ว (ตัดกระแสเก่ง)
🌟มีความกตัญญูเป็นปกติธรรมดา เห็นคุณค่าในทุกสิ่งรอบตัว

ใจสว่างคือ “ต้นทุนที่แท้จริง” ของชีวิต

หากเรารักษาใจให้ใสสะอาดและสว่างไสวได้ เราคือผู้ที่ได้ ยกจิตใช้ชีวิตในยุคศรีวิไลเรียบร้อยแล้ว

หมายเหตุ! ผลลัพธ์จะเกิด ต้องผ่านการฝึกฝนจากการรื้อถอนอนุสัยใต้สำนึกของตนเองออกด้วย

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

    #เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใครเธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใครเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้นเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามาเธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า…

  • ศาลามันตรา

    #ศาลามันตราอีก 1 ปี ฤดูข้าวผ่านไป วันนี้ครูและพ่อได้ดำเนินการ สร้างศาลามันตราสำหรับ การสวดภาวนา อภิเษกมนต์และปรับบทสวดให้ตรงกับผู้เชื่อมต่อมิติเพื่อจะได้บำเพ็ญบารมีสูงยิ่งขึ้นงานสอนครูไม่มีการรับพระไม่มีลัทธิไม่มีพิธีกรรมไม่มีการเปลี่ยนศาสนา#มีเพียงการเรียนรู้หลักคำสอนและเข้าถึงสภาวะพุทธะในตนเพื่อการเปลี่ยนแปลงระดับสติสูงสุด ขึ้นอยู่กับผู้รับคำสอนและฝึกฝน1 ปีกว่าน้ำจะแห้ง แต่ครูรอได้ แม้จะนานเพียงใดก็ตามดั่งคำสอนที่ว่าอวโลกิเตศวร บัดนี้ถึงเวลาแล้ว เธอเป็นเพียงผู้เดียวที่จะสามารถขัดเกลาสรรพสัตว์ ผู้เต็มไปด้วยอวิชชาแห่งดินแดนหิมะอันเป็นสถานที่ ที่คำสอนของพระพุทธเจ้าในตรีกาลแผ่ไปไม่ถึง #นี่คือผลแห่งโพธิจิตที่เธอปรารถนาจะยังประโยชน์ เพื่อสรรพสัตว์ เธอเท่านั้นจึงทำสิ่งนี้ได้#ทันทีที่บรรดาสรรพสัตว์เหล่านั้นได้เห็นรูปกายของเธอและได้ยินแว่วเสียงแห่งมณีมนต์ พวกเขาจะได้รับ#การปลดปล่อยจากภูมิอันต่ำทั้งสามทันทีเราขอให้โพธิจิตของเธอจงปรากฏในดวงจิต#ของผีร้ายปีศาจ และอสุระ ขอให้เธอนำทางพวกเขาให้เข้าสู่หนทางแห่งโพธิสัตว์เพื่อที่พวกเขาจะได้ทำประโยชน์แก่ผู้อื่นแทนที่คอยแต่จะทำร้ายขอให้สัตว์กินเนื้อทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น เสือ เสือดาวหมี และ หมีหิมะ จงละทิ้งวิสัยแห่งการฆ่า และแปรเปลี่ยนเป็นวิสัยแห่งความรักในทันทีที่พวกเขาเห็นรูปกายอันศักดิ์สิทธิ์ของเธอและแว่วเสียงแห่งการสวดภาวนามณีมนต์ ความโลภที่เกิดในใจตน จากเทพบุตรกลายเป็นมารร้าย แม้ได้อะไรๆ เท่าไหร่ไม่เคยพอ

  • กระท่อม วิมุตติ

    การเข้าถึงจิตวิญญาณหรือเทวดาประจำตัวมักจะใช้ภาษาน้อยมากในการเผยแพร่ธรรมทั้งนี้เพราะตระหนักได้ดีถึงขีดความสามารถอันจำกัดของภาษาและจะย้ำอยู่เสมอว่าธรรมนั้นอยู่เหนือภาษาเกินกว่าความสามารถของภาษาที่จะพูดถึงหรือแจกแจงถึงได้นอกจากนี้ยังนิยมใช้ภาษาในทางผกผันหรือกลับไปกลับมาด้วย

  • เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง

    เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากดึงดูดให้ทำสิ่งพิธีกรรมฝ่ายวิญญาณและมีสิ่งฝ่ายวิญญาณมากกว่า #ที่จะเป็นฝ่ายวิญญาณจริงๆจำไว้ว่าจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับบรมวิญญาณและการแสดงสถานะความรักสูงสุด ไม่พบในการ์ดหรือคริสตัล มนต์พิธีหรือคำยืนยัน หรือการบูชาใดๆ หากคุณพึ่งพาหรือใช้ “#พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ” ใด ๆ ขอเชิญคุณตรวจสอบพิธีกรรมของคุณสิ่งที่คุณทำ และที่สำคัญที่สุดคือทำไมคุณถึงทำ พิธีกรรมหลายอย่างอาจเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แต่จุดประสงค์เบื้องหลังการใช้งานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น #หากคุณทำอะไรเพราะกลัว แสดงว่าคุณได้บล็อกการเชื่อมต่อกับแหล่งที่มาตัวอย่างเช่น บางคนใช้พิธีกรรมเฉพาะเพื่อ “ป้องกัน” ตัวเองจาก “พลังงานเชิงลบ” นี่คือตัวอย่างของการทำบางสิ่งด้วยความกลัว ความจริงแล้ว #คุณไม่มีอะไรต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว และไม่มี “พลังงานเชิงลบ” ใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณ#หากคุณเชื่อมต่อและสั่นด้วยความถี่สูงของความรัก (#พลังงานความถี่ต่ำสามารถดึงดูดและส่งผลกระทบต่อพลังงานความถี่ต่ำที่คล้ายกันเท่านั้น)โชคไม่ดีที่พิธีกรรมมักถูกใช้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณของอัตตา การทำบางสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณทำให้เราเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นฝ่ายวิญญาณ แต่ทั้งสองไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น หากมีการกระทำหรือเครื่องมือบางอย่างที่คุณอยากจะใช้หรือมีส่วนร่วมด้วย มันอาจจะดีตราบใดที่คุณทำเพื่อความรักที่จะทำ ไม่ใช่เพราะคุณคิดว่าคุณต้องทำหรือคิดว่าคุณควรจะทำ #พยายามคิดให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมพลังให้อัตตาตัวตนทางจิตวิญญาณของคุณ ทำตามภูมิปัญญาของหัวใจของคุณแทน นี่อาจเป็น “พิธีกรรม” ที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุด #ถ้าคุณอยากเรียกมันว่า ที่ใครๆ ก็ฝึกฝนได้

  • “มารสอบอัตตา” ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน”

    🚩🚩 ปัญหาส่วนตัวคุณละการที่ผู้ปฏิบัติรู้สึก “ไม่ชอบสไตล์ครูสอน” ไม่ว่าจะเป็นวิธีการพูด การแต่งกาย หรือบุคลิกของครูผู้สอน ถือเป็นหนึ่งในบททดสอบที่เรียกว่า “มารสอบอัตตา” (ตัวตน) ของผู้ปฏิบัติเอง ตามหลักการปรับจูนพลังงาน ⚠️ #ปัญหานี้คือตัวผู้ปฏิบัติเอง มีแง่คิดให้พิจารณาดังนี้ ⚠️ ติดสมมติ (ติดเปลือก): แม่ครูน้อยมักสอนว่า “สไตล์” คือเปลือกภายนอกที่เป็นโลกสมมติ หากเรายังไม่ชอบหรือขัดใจในสไตล์ แสดงว่าจิตของเรายังยึดติดกับรูปลักษณ์ (รูปนาม) และยังเข้าไม่ถึง “กระแสธรรมบริสุทธิ์” ที่อยู่ภายใน นี่คือสัญญาณว่า “ญาณ” ของเรายังถูกบดบังด้วย ความชอบ-ไม่ชอบส่วนตัว ⚠️พลังงานยัน (ต้านกัน): ความไม่ชอบสไตล์จะสร้าง “กำแพงพลังงาน” ขึ้นมาปิดกั้นการรับรู้ ทำให้บุญบารมีที่ควรจะไหลผ่านคำสอนเข้าสู่จิตใจของเราเกิดอาการติดขัด หรือที่เรียกว่า “#บารมีไม่เปิด” เพราะใจของเราปิดตั้งแต่เริ่มมองเห็นสไตล์ที่ไม่ถูกจริต ⚠️ กระจกสะท้อนจิต: #บางครั้งครูผู้สอนอาจแสดงสไตล์ที่จงใจให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกขัดใจ เพื่อทดสอบว่าผู้ปฏิบัติจะสามารถ “รักษาความนิ่ง” และ “วางจิตที่ความว่าง” ได้หรือไม่ หากเราผ่านความไม่ชอบสไตล์ไปได้ จิตของคุณจะขยับสู่มิติที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นมิติแห่งการไม่ตัดสิน (Non-judgment) ⚠️ #วิธีแก้ไข (บันทึกจิตใหม่) แยกแยะ:…

  • มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา

    ศิษย์ศรัทธาและสิ้นศรัทธา #มารขอสอบวัดปัญญาแม่ครูน้อย มารจำแลงกายเป็นศิษย์ที่ดูสับสนที่สุดในสำนัก #ประเดี๋ยวก็กราบกรานด้วยน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ประเดี๋ยวก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้าถ่มน้ำลายใส่คำสอน ท่าทางคุ้มดีคุ้มร้ายของเขา คือการจำลองวงจร “#ศรัทธาและเสื่อมศรัทธา” ที่รุนแรงที่สุดมาไว้ตรงหน้าแม่ครู “แม่ครูค่ะ! เมื่อวานหนูรักแม่ครูจนยอมตายแทนได้ เพราะหนูได้โชคได้ลาภตามที่ขอ… แต่ทำไมวันนี้หนูถึงรู้สึกว่าแม่ครูมันก็แค่คนธรรมดาที่หลอกลวงพวกหนูไปวันๆ? #ความศรัทธาของหนูมันพังพินาศหมดแล้ว! หนูจะไปป่าวประกาศให้คนทั้งโลกเลิกเชื่อท่าน!” #บททดสอบจากมาร: “พญามารปั่นป่วนกระแสใจ” (The Rollercoaster of Faith) ทดสอบการยึดติดในคำสรรเสริญและนินทา: มารต้องการดูว่า เมื่อศิษย์สรรเสริญ ใจแม่ครูจะ “ฟู” ไหม? และเมื่อศิษย์ด่าทอ ใจแม่ครูจะ “ฟุบ” หรือไม่? หากใจท่านยังกวัดแกว่งไปตามอารมณ์ของศิษย์ ท่านก็ยังตกอยู่ในอำนาจของมาร โลกธรรม 8 #คือเครื่องเตือนสติว่าทั้งความสุขและความทุกข์นั้นไม่เที่ยง ทดสอบความอดทนต่อความ “ไม่แน่นอน”: #มารจะส่งศิษย์ที่ไร้รากฐานมา เพื่อดูว่าแม่ครูจะสูญเสียความมั่นใจในคำสอนของตนเองหรือไม่ #เมื่อเห็นคนเปลี่ยนใจไปมาอย่างรวดเร็ว ทดสอบเมตตาที่เหนือความคาดหวัง: “ท่านจะยังเมตตาคนที่เพิ่งด่าท่านเสร็จแล้วกลับมาขอกราบอีกรอบได้ไหม?” #มารพยายามหาขีดจำกัดของความให้อภัยในใจเทวดาของท่าน  นัยยะของมาร “ศิษย์เข้าๆ ออกๆ” มารตนนี้ใช้ “อารมณ์” เป็นอาวุธ เพื่อพิสูจน์ว่าศรัทธาที่แม่ครูสร้างขึ้นนั้น เป็นศรัทธาที่ฝากไว้กับ “ตัวบุคคล” หรือฝากไว้กับ “พระธรรม” หากท่านยังห่วงว่าคนจะศรัทธาหรือไม่ ท่านก็ยังไม่หลุดพ้น “แม่ครูครับ… ในวันที่ศิษย์บอกว่า…