สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร

?️?#สัญชาตญาณอาจทำให้เราล้มเหลวเพราะเราไม่รู้ว่าจะเข้าถึงมันได้อย่างไร หรือเราคิดว่ามันเป็น “พระเจ้า” หรือสำหรับคน “พิเศษ” เท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันเป็นทักษะเชิงปฏิบัติที่เราทุกคนมี มันตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่ใช่เชิงประจักษ์ เมื่อเราเรียนรู้ว่าสัญชาตญาณให้ข้อมูลแก่เราอย่างไร เคล็ดลับง่ายๆ สามารถช่วยให้เราเริ่มใช้พลังนั้นในชีวิตของเรา ⭐️⭐️⭐️ ตั้งแต่การกำหนดความสามารถที่เป็นธรรมชาติ ไปจนถึงการติดตามการทดลองที่ใช้งานได้จริงและเป็นธรรมชาติ?️?#สัญชาตญาณคืออะไร?คาดเดาอะไร? สัญชาตญาณไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะคน “พิเศษ” และไม่ถูกต้องเสมอไป มันคืออะไรกันแน่? เป็นความสามารถโดยกำเนิดของเราในการรวบรวมข้อมูลที่ตอบคำถามเฉพาะในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงเส้นและไม่เป็นเชิงประจักษ์ เมื่อเราใช้งาน เราจะไม่ปฏิบัติตามขั้นตอน A ถึง B ถึง C ในวิธีการทางวิทยาศาสตร์ #เนื่องจากการวัดตามวัตถุประสงค์นั้นไม่เป็นไปตามสัญชาตญาณ?️?#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?ความเชื่ออย่างแน่วแน่ของเราในวิธีการทางวิทยาศาสตร์เชิงประจักษ์คือสาเหตุที่พวกเราส่วนใหญ่ล้มเหลวในการสัมผัสสัญชาตญาณ ข้อมูลที่เข้าใจง่ายมักไม่สมเหตุสมผลสำหรับเราอย่างที่เราได้รับคำสั่งให้เข้าถึงโลก ดังนั้นเราจึงเลิกพยายาม หรือเราถูกสอนว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพียงเพราะบางครั้งเราใช้สัญชาตญาณในการเชื่อมต่อกับทีมจิตวิญญาณ เทวดา หรือจุดประสงค์ของจิตวิญญาณและ “พระเจ้า” ไม่ใช่สิ่งแรกที่เราหันไปใช้ในการตัดสินใจในทางปฏิบัติ⭐️⭐️ หากเราผ่านพ้นช่วงนั้นไป เราก็จะถูกกีดกันเพราะดูเหมือนว่าสัญชาตญาณจะจำกัดเฉพาะคนที่ “พิเศษ” ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาที่คอยรับฟังและขอคำแนะนำจากเรา แต่เราทุกคนล้วนแต่เกิดมาโดยสัญชาตญาณ เพราะสัญชาตญาณเป็นความรู้สึกที่แท้จริง เช่นเดียวกับความสามารถในการมองเห็น ได้ยิน ลิ้มรส สัมผัส และได้กลิ่นของเรา มันไม่ได้ผลเพราะเราพูดถึงตัวเองโดยยืนยันว่าเราทำไม่ได้หรือ “นั่นไม่ใช่วิธีการทำ” (กล่าวคือ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ “มีเหตุมีผล”)?️?#เมื่อเราผ่านอุปสรรคและเข้าถึงสัญชาตญาณของเราแล้ว เราก็มีปัญหาอีกอย่างหนึ่ง: #สัญชาตญาณไม่ถูกต้องเสมอไปรออ่านต่อ

Similar Posts

  • “สายใยพลังงาน” (Energy Cords)

    ในทางพลังงานและการปฏิบัติสายแม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ การตัด “สายใยพลังงาน” (Energy Cords) ที่เหนี่ยวรั้งจิตวิญญาณเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะหากไม่ตัดให้ขาดสะบั้น ต่อให้ตัวห่างกันหมื่นลี้ แต่ “ธาตุ” ของเขาก็ยังสามารถสูบกินพลังงานบุญของคุณได้ สายใยที่ควรตัดให้ขาดมีดังนี้ 1. สายใยแห่ง “ความสงสารที่เจือด้วยกิเลส” (The Savior Cord) นี่คือสายใยที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ใจบุญ เรารู้สึกสงสาร อยากช่วยให้เขาพ้นทุกข์ อยากให้เขาตื่นรู้เหมือนเรา ความจริง: ความสงสารที่ไม่มีอุเบกขาจะกลายเป็น “ท่อส่งพลังงาน” ที่เขาสามารถส่งความทุกข์ ความร้อนรุ่ม และวิบากกรรมมาให้เราแบกรับแทน โดยที่เขาไม่ต้องสำนึกหรือแก้ไขตนเอง โทษของการแบกกรรมผู้อื่น วิธีตัด: วางอุเบกขาว่า “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ตัดความอยากเป็นผู้ช่วยโลกในส่วนที่เกินกำลังออกไป 2. สายใยแห่ง “ความโกรธแค้นและคำสาปแช่ง” (The Grudge Cord) การที่เรายังนึกถึงความเจ็บปวดที่เขาทำไว้ หรือแอบแช่งให้เขาได้รับผลกรรม คือการสร้าง “โซ่ตรวนพลังงาน” ที่ผูกเราไว้กับเขาอย่างเหนียวแน่นความจริง: ตราบใดที่คุณยังโกรธ พลังงานของคุณกับเขาจะยัง “จูน” ถึงกันตลอดเวลา ทำให้คุณโชคลาภติดขัดเพราะมีกระแสพยาบาทขวางทาง อานุภาพของเมตตาบารมีวิธีตัด: อโหสิกรรมอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อ…

  • ไขรหัส

    #ไขรหัส มองเข้าไปข้างในเพื่อค้นหาความจริงคุณจะไม่มีวันค้นพบความจริงว่าคุณเป็นใครหรือมาจากไหน #โดยอาศัยมุมมองของคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงพรสวรรค์ของพวกเขา ทำงานกับพระเจ้าของคุณเองเท่านั้น ของขวัญของคุณจะสอดคล้องและให้ข้อมูลที่คุณไม่สามารถหาได้จากผู้อื่น หยุดแสวงหาการตรวจสอบจากคนรอบข้าง หยุดรอให้คนอื่นรักษาคุณ ไม่มีสิ่งใดที่คนคนหนึ่งรักษาอีกคนหนึ่งได้จริงๆ ผู้รักษาจะให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติหรือความถี่ของการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยให้คนอื่นรักษาตัวเองได้เท่านั้น คุณมักจะรักษาตัวเองและทำให้ตัวเองป่วยอยู่เสมอ เมื่อความสมดุลเปลี่ยนไปสู่สภาวะที่มีการสั่นสะเทือนสูง โรคจะไม่เข้าสู่ร่างกายของคุณอีก #พูดกับโครงสร้างเซลลูลาร์ของคุณและดูการตอบสนอง ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดอยู่ในตัวคุณที่ควบคุมสุขภาพทั้งหมดของคุณเป็นหน่วย ไม่ใช่แค่ด้านเดียว ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดประกอบด้วย DNA หลายล้านล้านชิ้น #ที่ได้ยินทุกสิ่งที่คุณตั้งใจและตอบสนองตามนั้น คุณคิดว่าการทุเลาโดยธรรมชาติเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่? นั่นคือ DNA ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในเสี้ยววินาที และมันเกิดขึ้นตลอดเวลา DNA ของคุณ กำลังรอให้คุณกลายเป็นควอนตัม เช่นเดียวกับที่เป็นควอนตัม  DNA ของคุณไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดกับคุณ #มันเข้าใจสิ่งที่คุณพูดกับตัวเอง คุณเป็นผู้รักษาที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นครูที่ดีที่สุดของคุณ คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง และทุกสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ตระหนักว่า DNA ของคุณสามารถขยายตัวเองได้ในรูปแบบที่สะท้อนถึงทุกสิ่งที่คุณคิด รู้สึก และกระทำในชีวิตประจำวันของคุณ สุขภาพและโรคทั้งหมดเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดนี้ก่อน  ใช้เวลา ไตร่ตรอง หรือไตร่ตรองว่าคุณเป็นใครและกำลังจะไปที่ใด เดินเล่นในธรรมชาติและสื่อสารกับลมหายใจของคุณและ แม่ธรรมชาติ เอง มีปัญญามากมายอยู่ที่นั่นและรอฟังจากท่านอยู่ #คุณเป็นที่รักมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้

  • พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือน

    พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนให้เกิดสติขึ้นว่า ความทุกข์นี้มีเพราะความรักมีรักมากก็เป็นทุกข์มากมีรักน้อยก็เป็นทุกข์น้อยจนถึงไม่มีรักเลยจึงไม่ต้องเป็นทุกข์เลย  แต่ตามวิสัยโลกจะต้องมีความรักมีบุคคลและสิ่งที่รัก ในเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนให้มีสติควบคุมใจ #มิให้ความรักมีอำนาจเหนือสติ#แต่ให้สติมีอำนาจควบคุมความรัก ให้ดำเนินในทางที่ถูกและให้มีความรู้เท่าทันว่าจะต้องพลัดพรากรักสักวันหนึ่งอย่างแน่นอน เมื่อถึงคราวเช่นนั้นจักได้ระงับใจลงได้  อันความรักหรือที่รัก เมื่อผู้ใดมีร้อยหนึ่ง ผู้นั้นก็มีทุกข์ร้อยหนึ่ง รักเก้าสิบ แปดสิบ เจ็ดสิบ หกสิบ ห้าสิบ เป็นต้น จำนวนทุกข์ก็มีเท่านั้น ถึงแม้มีรักเพียงอย่างหนึ่ง ก็มีทุกข์อย่างหนึ่ง ต่อเมื่อไม่มีรักจึงจะไม่มีทุกข์ ผู้หมดรักหมดทุกข์นั้นพระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่า“เป็นผู้ไม่มีโศก ไม่มีธุลีใจ ไม่มีคับแค้น”

  • เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี

    เรื่องบางเรื่องคนบางคนไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดี แต่เมื่อนึกถึงคราใดก็หัวเราะได้ทุกทีอย่าหาเหตุผลในเรื่องที่ไม่มีคำอธิบายครูมีความสุขได้กับลูกศิษย์ทุกๆคนที่ผ่านเข้ามาพบครูรักทุกคนเพียงไว้แต่ …..แค่ปัจจุบัน

  • ๒๕ มกราคม

    ๒๕ มกราคม #คิดว่าฉันอยู่เหนือผู้ที่ “ไม่รู้”เมื่อข้าพเจ้าเริ่มเดินบนเส้นทางแห่งจิตวิญญาณครั้งแรก ข้าพเจ้าประณามผู้ที่ไม่ทำสมาธิ ข้าพเจ้าไม่ชอบอยู่กับคนที่ไม่สามารถพูดคุยเกี่ยวกับพลังงานบวกและกฎแห่งการดึงดูด#ข้าพเจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นปุถุชนที่โชคร้ายที่ไม่เคยใช้ชีวิตที่เติมเต็มที่ ข้าพเจ้าเป็นอยู่ แต่แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้พบกับคนที่ไม่มีจิตวิญญาณซึ่งอบอุ่นและดีกว่าคนทางจิตวิญญาณมากมายที่ ข้าพเจ้ารู้จักแม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยจดบันทึกความกตัญญู แต่พวกเขาก็มีความสุขและโต้เถียงกับชีวิตของพวกเขา พวกเขาอาจไม่ได้เลือกเดินในเส้นทางแห่งความรักอย่างมีสติ แต่พวกเขากำลังแสดงให้เห็นทุกแง่มุมของการมีอยู่อย่างบริบูรณ์ข้าพเจ้าพบว่าจิตวิญญาณไม่ได้เกี่ยวกับว่าคุณรู้เกี่ยวกับจักระมากแค่ไหนหรืออาหารของคุณปราศจากความโหดร้ายเพียงใด มันเกี่ยวกับการที่คุณใส่แง่บวกเข้ามาในชีวิต บางครั้งถึงแม้จะไม่รู้ตัว

  • เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลงพลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง 

     ถึงประตูธรรม ๑๓/๒/๖๙ เมื่อร่างกาย เจ็บป่วย หรืออ่อนแอลง พลังงานใน มิติที่ 3 (ร่างกายและตรรกะ) จะลดกำลังลง ทำให้กำแพงที่เคยกั้นระหว่าง “จิตสำนึก” กับ “จิตใต้สำนึก” บางลงจนเปิดออก ตามแนวทางของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สภาวะนี้มีประเด็นสำคัญดังนี้ 1. การเผยตัวของ “ผังกรรม” (Karmic Blueprint) ในยามปกติ เราใช้สมองสั่งการและกลบเกลื่อนความรู้สึกลึกๆ ไว้ แต่เมื่อป่วยจนขยับกายไม่ได้ จิตจะย้อนกลับไปขุดคุ้ยความจำส่วนลึก สิ่งที่ปรากฏ: คุณอาจฝันแปลกๆ เห็นภาพอดีต หรือมีความรู้สึกผิด/โกรธแค้นที่ลืมไปแล้วผุดขึ้นมา นี่คือการที่ จิตใต้สำนึก กำลังสำแดง “ขยะพลังงาน” หรือ วิบากกรรม ออกมาให้เราเห็นเพื่อแก้ไข 2. ช่องโหว่ของ “สนามพลังงาน” เมื่อจิตใต้สำนึกเปิดในขณะที่จิตใจหดหู่ สนามพลังงานรอบตัวจะหม่นหมองความเสี่ยง: พลังงานลบภายนอกหรือเจ้ากรรมนายเวรจะเข้าแทรกแซงได้ง่าย ทำให้เห็นนิมิตที่น่ากลัว หรือรู้สึกกระสับกระส่ายผิดปกติทางแก้: แม่ครูน้อยสอนให้ใช้ สติ ประคองไว้ที่จุดเดียว (เช่น ลมหายใจ)…