ดอกไม้แห่งปัญญา

ข้อเ

#ดอกไม้แห่งปัญญาว่ากันว่า ต้นไม้ย้ายที่ปลูกมักไม่โตแต่ในทางกลับกันหากเราได้ลงมือปลูกมันด้วยมือของเราเอง เราจะเข้าใจว่าดอกไม้ที่เขาว่ากันว่าออกได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวและต้องปลูกในพื้นที่ร่ม จึงจะออกดอกเมื่อเราได้ลงมือพิสูจน์ด้วยความจริงเราจะพบว่า #อันที่จริงดอกไม้ที่เขาว่า?สามารถออกดอกได้เฉพาะที่ร่ม ?กลับดอกออกได้ดีกว่าในที่ที่มีแสงแดดเมื่อเราลองปรับเปลี่ยนมันและย้ายพื้นที่ปลูกจากร่มเงาสู่แสงแดด⭐️และต้นไม้ชนิดเดียวกัน⭐️ปลูกบนพื้นดินเดียวกัน⭐️#ก็ใช่ว่าจะออกดอกพร้อมกันต้นไม้ที่พร้อมแล้วทุกฤดูจะออกดอกแห่งการตรัสรู้เมื่อถึงเวลาคำสอนอันลึกซึ้งจากอาจารย์คนเดียวกันก็ใช่จะถึงเวลาตรัสรู้ได้ในใจของทุกคนดวงวิญญาณต้องผ่านการบ่มเพาะ เมื่อถึงเวลา #ก็ตรัสรู้ชอบได้ ด้วยดอกไม้แห่งปัญญา เอง

Similar Posts

  • ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต

    #ธรรมชั้นครู ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสเป็นอุปกรณ์ฝึกจิต” คือการเปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็น “ปุ๋ย” ในทางพุทธศาสนาและพลังงานยุคใหม่ เราไม่ได้มองว่ากิเลสเป็นสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งแบบรุนแรง แต่เรามองมันเป็น “#ห้องแล็บ” สำหรับการตื่นรู้ นี่คือ 5 เทคนิคในการใช้กิเลสเป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตให้ผ่องใส 1. ใช้กิเลสเป็น “เครื่องวัดสติ” (The Speedometer) กิเลสที่เกิดขึ้นคือแบบทดสอบความไวของสติ วิธีฝึก: เมื่อความโกรธหรือความอยาก (กิเลส) พุ่งขึ้นมา ให้ “จับเวลา” ว่าสติเราเห็นมันช้าหรือเร็ว? ถ้าเห็นทันทีที่มันเริ่มไหวในใจ แปลว่าสติคุณแหลมคม (High Vibration) ถ้าผ่านไปครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ตัว แปลว่าต้องฝึกเพิ่ม ถ้าผ่านไปเป็นวันยังไม่รู้ตัวเลยให้คนอื่นเห็นให้แปลว่าต้องเริ่มในการฝึกจิตแล้ว ผลลัพธ์: กิเลสกลายเป็น “นาฬิกาปลุก” ที่ช่วยกระตุ้นให้เราตื่นอยู่เสมอ 2. ใช้กิเลสเรียนรู้ “ความจริง “ (The Reality Teacher) กิเลสเป็นครูที่สอนเรื่อง “ไตรลักษณ์” ได้ชัดที่สุด: วิธีฝึก: เมื่อความอยากได้บางอย่างเกิดขึ้น (เช่น อยากได้ของใหม่ หรือคนชอบมาขอทำให้เราอยากรำคาญ)…

  • ธรรมชาติของจิตกำลังเล่นตลกกับคนประมาท

    ยิ่งทำงานมาก ยิ่งมักน้อยสันโดษ ยิ่งทำงานมาก ยิ่งไร้ซึ่งความอยากมีอยากได้อยากเป็น #เรากำลังพูดถึงผลลัพธ์จากการวางใจอันถูกต้องเมื่อลงมือทำงาน ตรงกันข้าม หากวางใจผิดย่อมได้สิ่งที่เป็นขั้วตรงข้าม ยิ่งทำงานมาก ยิ่งอยากได้ ยิ่งสำเร็จมากยิ่งอยากเป็น ยิ่งมีมากเท่าไหร่ กลับรู้สึกถึงความยากจน ไม่ปลอดภัย และความว่างเปล่า #ธรรมชาติของจิตกำลังเล่นตลกกับคนประมาท ความประมาทในที่นี้หมายถึง การไม่เคยระวังความโลภที่เกิดในใจตน จากเทพบุตรกลายเป็นมารร้าย แม้ได้อะไรๆ เท่าไหร่ไม่เคยพอ

  • ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า

    #ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า ได้แก่ น้ำ โลหะ ดิน ไฟ และไม้ #หากไม่มีความสมดุลด้วยองค์ประกอบทั้งห้า ความโกลาหลก็เป็นอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ เราต้องปฏิบัติต่อตนเองเช่นเดียวกับธาตุทั้งห้าเนื่องจากเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับโลกของเราและอีกมากที่กระจัดกระจายไปทั่วสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ในฐานะมนุษย์ เรามีเพียงหนึ่งหรือสององค์ประกอบที่โดดเด่นกว่าองค์ประกอบอื่นๆ มาก แต่ละองค์ประกอบสามารถอธิบายรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับบุคลิกภาพของคุณที่อาจถูกซ่อนไว้1. น้ำธาตุในฐานะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำมากกว่าธาตุทั้งสี่ คุณแบกรับน้ำหนักไว้มากจากความรู้ที่คุณได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฉกเช่นสายน้ำ คุณพยายามจะเป็นสายธารที่แผ่วเบาที่ถางหุบเขา สร้างผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ในขณะที่คุณสาธิตขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อให้คุณและคนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ คุณห่วงใยคนรอบข้างอย่างสุดซึ้ง มีความคิดเห็นที่ละเอียดมากในการให้คำแนะนำกับผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา และคุณทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าความสมดุลนั้นอยู่ในลำดับ2. ธาตุโลหะเช่นเดียวกับที่โลหะทำหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับสิ่งต่าง ๆ บนโลกเช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของจักรวาล คุณก็แสวงหาความมั่นคงแบบเดียวกัน คุณเป็นคนที่ไม่สามารถรับมือได้โดยไม่มีโครงสร้างในชีวิต และต้องการให้คนอื่นมีความคิดที่ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด และสิ่งที่พวกเขาวางแผนจะทำเมื่อไปถึงที่นั่น คุณเป็นคนใจเย็น โกรธยาก และคุณทำได้ดีภายใต้แรงกดดันเมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ยากขึ้น คุณไม่เคยล้ม เพราะคุณคือเสาหลักของชีวิตนี้และอีกหลายชีวิตที่คุณห่วงใย3. ธาตุดินผู้ที่มีความโดดเด่นมากขึ้นในองค์ประกอบของโลก คุณกำลังแสวงหาที่จะนำสันติสุขมาสู่โลกรอบตัวคุณอยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้ทำให้คุณเป็นหนึ่งในนักแก้ปัญหาที่น่าทึ่งที่สุด เนื่องจากคุณมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และความต้องการความสามัคคีอย่างไม่ลดละของคุณ ทำให้คุณเป็นหนึ่งในผู้นำที่เก่งที่สุดโดยกำเนิดโดยกำเนิด ไม่ใช่ทุกคนที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เท่าคุณในการจัดการกับอารมณ์และคุณอย่าเอาปัญหาของคนอื่นไปง่ายๆ เพียงเพราะว่าคุณเอาใจใส่ทุกคนมากแค่ไหน เช่นเดียวกับที่โลกทำ คุณจะไม่หยุดพยายามที่จะเป็นผู้รักษาสันติภาพที่คุณรู้ว่าคุณสามารถเป็นได้4. ธาตุไฟในฐานะบุคคลที่เชื่อมโยงกับธาตุไฟ คุณเป็นคนที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่คุณหลงใหลที่สุดในโลก ไม่มีอะไรมาขวางทางคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการให้มันแย่พอ…

  • คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์

    คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์ให้ตัวเอง มิตรภาพที่เห็นแก่ตัวเองเท่านั้นที่ทำลายความไว้วางใจ “จงมีมิตรภาพที่ยั่งยืนด้วยใจที่บริสุทธิ์” อย่าแสวงหาผลกำไรเกินกว่ามูลค่างานของเรา การได้มาซึ่งกำไรปลอมทำให้เราเป็นคนโง่งม คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า “จงมั่งคั่งในความซื่อสัตย์”

  • น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมา ด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า

    น้ำตาเป็นของมีค่าควรให้ไหลออกมาด้วยความปิติไม่ใช่ความโศกเศร้า พระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า#คือจิตสำนึก…ไม่ใช่ผู้สร้าง พระเจ้าเป็นแหล่งกำเนิดของการสร้างเองมัน (ไม่ใช่เขาหรือเธอหรือใคร)ไอทีไม่ได้เป็นอิสระจากคุณคือความสมบูรณ์ของทุกสิ่ง #ดังนั้นเมื่อคุณเรียกตัวเองว่าพระเจ้าไม่ได้หมายถึงตัวคุณเองคุณกำลังพูดถึงการแสดงออก #ของตัวตนของพระเจ้าที่อยู่ภายในตัวคุณ  กริยา…พลังงาน…ไม่ใช่คำนาม เมื่อคุณคิดว่าพระเจ้าเป็นคำนาม คน สถานที่ หรือสิ่งของ #คุณจะแยกตัวเองออกจากพระเจ้าและกลายเป็นสิ่งที่จำกัดในทันที นั่นคือสิ่งที่แยกผู้เชื่อ (ศาสนา) ออกจากผู้รู้ (ฝ่ายวิญญาณ)

  • สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”

    สภาวะ “บารมีขาด” หรือ “บารมีพร่อง”คือการที่กำลังสำรองทางพลังงาน ในดวงจิตของเราลดต่ำลงจนไม่สามารถต้านทานเคราะห์กรรม หรือดึงดูดโชคลาภได้ ซึ่งมีสาเหตุและวิธีแก้ไขดังนี้ 1. สาเหตุหลักที่ทำให้บารมีขาด (รอยรั่วพลังงาน) ผิดสัจจะบ่อยครั้ง: สัจจะคือเขื่อนกั้นบารมี เมื่อเราพูดแล้วไม่ทำ หรือผิดคำสัญญากับเทวดาและตนเองบ่อยๆ “เขื่อน” จะพังทลาย ทำให้บารมีที่สะสมมาไหลออกหมด การนินทาและเพ่งโทษ: นี่คือ “สนิมจิต” ที่กัดกร่อนบารมีเร็วที่สุด การว่าร้ายผู้อื่นจะสร้างพลังงานลบที่รุนแรง ทำให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” และดวงตกอย่างรวดเร็ว อกตัญญูต่อเจ้าบุญนายคุณ: การละเลยหรือล่วงเกินพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ทำให้ “ท่อพลังงาน” ขาดสะบั้น #เราจะกลายเป็นคนโดดเดี่ยวทางพลังงานที่ไม่มีเทวดาหนุนหลัง 2. สัญญาณเตือนเมื่อบารมีขาดทำอะไรก็ติดขัด: หยิบจับอะไรก็ไม่สำเร็จ หรือเกือบจะสำเร็จแล้วก็มีเหตุให้พังลงในนาทีสุดท้าย ใจหนัก ใจร้อน: รู้สึกหงุดหงิดง่าย คุมอารมณ์ไม่ได้ และมักเจอแต่คนไม่จริงใจเข้ามาหาสุขภาพเสื่อมโทรม: ร่างกายอ่อนเพลียอย่างไร้สาเหตุ #เพราะธาตุในกายไม่มีพลังงานบุญคอยหล่อเลี้ยง 3. วิธีแก้สภาวะบารมีขาด (เติมบารมีเร่งด่วน)หยุดสร้างรอยรั่วทันที: ตั้งสัจจะว่าจะ “ไม่นินทาและไม่เพ่งโทษใคร” อย่างน้อย 3-7 วัน เพื่อให้ภาชนะใจเริ่มนิ่งและกักเก็บพลังงานได้อีกครั้งทำพิธีขอขมาเพื่อ “ต่อสัญญา”: จัดน้ำสะอาด ดอกไม้หน้าพานอธิษฐานจิต…