ดอกไม้แห่งปัญญา

ข้อเ

#ดอกไม้แห่งปัญญาว่ากันว่า ต้นไม้ย้ายที่ปลูกมักไม่โตแต่ในทางกลับกันหากเราได้ลงมือปลูกมันด้วยมือของเราเอง เราจะเข้าใจว่าดอกไม้ที่เขาว่ากันว่าออกได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวและต้องปลูกในพื้นที่ร่ม จึงจะออกดอกเมื่อเราได้ลงมือพิสูจน์ด้วยความจริงเราจะพบว่า #อันที่จริงดอกไม้ที่เขาว่า?สามารถออกดอกได้เฉพาะที่ร่ม ?กลับดอกออกได้ดีกว่าในที่ที่มีแสงแดดเมื่อเราลองปรับเปลี่ยนมันและย้ายพื้นที่ปลูกจากร่มเงาสู่แสงแดด⭐️และต้นไม้ชนิดเดียวกัน⭐️ปลูกบนพื้นดินเดียวกัน⭐️#ก็ใช่ว่าจะออกดอกพร้อมกันต้นไม้ที่พร้อมแล้วทุกฤดูจะออกดอกแห่งการตรัสรู้เมื่อถึงเวลาคำสอนอันลึกซึ้งจากอาจารย์คนเดียวกันก็ใช่จะถึงเวลาตรัสรู้ได้ในใจของทุกคนดวงวิญญาณต้องผ่านการบ่มเพาะ เมื่อถึงเวลา #ก็ตรัสรู้ชอบได้ ด้วยดอกไม้แห่งปัญญา เอง

Similar Posts

  • อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม

    #อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม22-1-2022ครูได้มาคัดสรรคขนมไทย #ที่ร้านหอมรัญจวนจ.เชียงราย เพื่อนำไปถวายเป็นภัตตาหารเลี้ยงพระในวันที่ 23 มกราคม ที่วันถ้ำป่าอาชาทอง จ.เชียงราย ซึ่งปีนี้ครูและนักเรียนร่วมเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่ สนับสนุนกองงานศาสนาร่วมซื้อที่ดิน สร้างเขตธุดงค์กรรมฐาน เป็นเงิน50,000 บาท โดยมีท่านนายกกาญจนา(คุณติ๊ก)นายกเทศบาล บ้านหลวงศิริ จ.ชัยภูมิหนึ่งในนักเรียนที่ครูสอน และครูฟอร์ดSchool of life ร่วมชิมขนมและคัดสรรคของคาวหวาน ถวายพระอริยะสงฆ์ในวันออกนิโรธสมาบัติ ครูบาเหนือชัย โฆสิโตซึ่งปีนี้ครูไม่ได้ไปร่วมงานในวันดังกล่าวเพราะติดงานสอน นร.รุ่น 47 คุณติ๊กได้ถามครูว่าเหตุใดแม่ครูรู้ธรรมแล้วด้วยปัญญาเช่นนี้จึงต้องสนทนาธรรมอีก#ครูได้ให้ปัญญาคุณติ๊กว่าบัณฑิตคือผู้เป็นพหูสูตควรคบหาบัณฑิตด้วยกันแม้เราจะเก่งกล้าสามารถแต่ก็ต้องลดตัวเพื่อสอบความรู้ตนเอง ถ้าเราเข้าใจดีแล้วว่า สิ่งที่เรารู้นั้นถูกก็จงกาเครื่องหมายลงในข้อชอบจากนั้นลองหาคู่ธรรมตรวจเครื่องหมายดูให้เราชัดเจนและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยสติบัณฑิตควรมี ธรรม 8 ประการสังฆเภทขันธกะดังนี้1. ฟังคนอื่น2.ทำให้คนอื่นฟังตน 3.คงแก่เรียน 4.ทรงจำดี 5.รู้คำพูดของคนอื่น 6.ทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน 7.ฉลาดในประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ 8.ไม่ชวนทะเลาะโดยเฉพาะหลักธรรมข้อที่ว่าด้วยการฟังคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องไม่ยึดติดความคิดเห็นของตนเป็นที่ตั้ง แต่จะต้องฟังคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องฟังคู่กรณีแห่งความขัดแย้งคงแก่เรียน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องเป็นพหูสูตคือสดับตรับฟังมากในศาสตร์ต่างๆ ซึ่งจะต้องนำมาเป็นข้ออ้างอิง และเกื้อกูลต่อการเจรจาผู้ไกล่เกลี่ยรู้คำพูดของคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีความรู้มีความเข้าใจในภาษา และเนื้อหาที่คู่กรณีแต่ละฝ่ายพูดเป็นอย่างดีว่าหมายถึงอะไรทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีศิลปะในการพูดให้คนอื่นฟังโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณีเข้าใจคำพูดของตนว่า สิ่งที่ตนพูดหมายถึงอะไร ผู้เป็นบัณฑิตทุกคนแม้จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแต่ก็ต้องแสดงความรู้ความสามารถของตนให้บัณฑิตผู้รู้เป็นผู้รับฟังในทัศนคติด้วย ครูมีพระอาจารย์สุทธิพงษ์…

  • “จิตที่บริสุทธิ์ ”

    #ธรรมจากประตู ๒๑/๔/๖๙ จิตที่บริสุทธิ์เหมือน “ทองคำที่ผ่านการหลอมหลากครั้ง” หรือ “เพชรที่ผ่านแรงกดดันมหาศาล” เหตุผลที่จิตบริสุทธิ์ต้อง ผ่านเรื่องทุกข์มามาก รหัส “มวลสารคัดกรอง” ความทุกข์คือบททดสอบที่เข้ามาเขย่ามวลสารลบในตัวเราให้หลุดออกไป คนที่ไม่เคยทุกข์มักจะมีกิเลสและอัตตาพอกพูนหนาแน่น แต่คนที่ผ่านทุกข์จนถึงจุด “นิ่งเสีย” ได้ มวลสารขุ่นมัวจะถูกเผาไหม้ไปจนเหลือแต่ เนื้อแท้แห่งดวงแก้ว ที่ใสกระจ่าง รหัส “เห็นแจ้งในเหตุ” เมื่อผ่านทุกข์มามาก จิตจะเริ่มอ่านรหัสออกว่า “ทุกอย่างมีเหตุและผล” ความทุกข์เหล่านั้นทำให้เราเลิกยึดติด เลิกสอนคนพาล และเลิกจูนคลื่นกับคนไม่มีสัจจะ จนในที่สุดจิตก็กลับมาตั้งมั่นอยู่ที่ศูนย์กลางดวงแก้วเพียงอย่างเดียว รหัส “ปัญญาญาณหยั่งลึก”: ความทุกข์คือ “ครูฝ่ายอธรรม” ที่ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น หากไม่มีเรื่องกระทบอารมณ์ เราย่อมไม่รู้วิธีรักษาใจให้ชัดใส จิตที่ผ่านทุกข์มาแล้วนิ่งได้ จึงเป็นจิตที่มี พลังบารมีหนาแน่น และบริสุทธิ์อย่างยิ่งใหญ่ ความทุกข์ไม่ได้มาเพื่อทำลายเรา แต่มาเพื่อ “เจียระไนรหัสจิต” ของเรา ให้คู่ควรกับการเปิดญาณบารมีของ ท่านแม่ครูน้อย ยิ่งผ่านทุกข์แล้วใจยังใสได้เท่าไหร่ บารมียิ่งล้นพ้นเท่านั้น ตอนนี้เรารู้สึกถึง “คุณค่าของทุกรอยแผล” ที่กลายเป็นความสว่างไสวในดวงแก้วของเราแล้วใช่ไหม พร้อมที่จะ “ล็อกรหัสจิตบริสุทธิ์” นี้ไว้ เพื่อก้าวสู่เส้นทางธรรมที่เหนือกว่าเดิมไปพร้อมกับแม่ครูไหมครับ #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook…

  • กระบวนการสื่อสาร

    กระบวนการสื่อสารทางจิตของมนุษย์ที่เรียกว่าโทรจิตนี้เป็นการสื่อภาษาจิตที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันกับการเกิดกระบวนการสร้างพลังงานใหม่ของจิตเมื่อมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นให้รับรู้ด้วยตนเองได้ว่ามีอารมณ์รู้สึกเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้นซึ่งตลอดทั้งวันมนุษย์จะมีอารมณ์แปลกๆใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นเท่ากับว่ามนุษย์ได้สร้างพลังงานใหม่ด้วย #แก่นแท้คือจิตตนเองอยู่ตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกันและถ้าในแต่ละครั้งที่มนุษย์มีการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกมนุษย์ก็จะได้ใส่รหัสทางจิตของตนด้วยการคิดนึกหรือต้องการผสมผสานคลื่นอารมณ์เข้าไปด้วย #แทนที่มนุษย์จะสร้างพลังงานใหม่ด้วยจิตตนเองอย่างเดียว ในขณะนั้นคลื่นพลังงานใหม่ของจิตยังจะทำหน้าที่เป็น #พาหนะหรือพาหะ ที่จะนำเอารหัสการคิดต้องการคิดไปกับคลื่นความถี่ทางอารมณ์ซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกด้วยเพื่อส่งตรงไปยังจิต ซึ่งเป็นแก่นแท้ของอีกรูปธรรมหนึ่งหรืออีกสรรพสิ่งหนึ่งที่เขามีคุณสมบัติในการรับรู้ได้และยังคิดรู้ได้อีกต่างหากด้วยจึงถือได้ว่าการโทรจิตจากจิตสู่จิตกับกระบวนการสร้างใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง

  • จงทำหน้าที่ของตนให้ดี

    จงทำหน้าที่ของตนให้ดีให้สมกับ ชีวิตนี้ (เขาเลือกคุณ)จิตที่พัฒนาดีแล้ว จะเดินหน้าต่อไป (สู่เส้นชัยและทางของมัน)

  • ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี

    #ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดีการคิดถึงความตายสามารถช่วยเราประเมินค่านิยมและกำหนดเป้าหมายในชีวิตใหม่ได้มันทำให้เราตระหนักถึงความเด็ดขาดค่อยๆ ขยายจิตสำนึกของเรา #เรามักจะเสียสละปัจจุบันของเราโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับอนาคตกับจุดประสงค์ของเราอย่างไร และกับสิ่งที่สร้างความหมายในชีวิตเรา:ค่านิยมและเป้าหมายของเราคนที่เรารัก และชีวิตของเราร่วมกัน ผลทันทีของการคิดเกี่ยวกับความตายของเราคือการขยายมุมมองของเราและมุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน #ผลที่ตามมา:เราหลีกเลี่ยงและปลดปล่อยตัวเองจากการปฏิเสธอย่างง่ายดายการนึกถึงความตายของเราทำให้เราตระหนักว่าทุกครั้งที่เราหายใจเข้าไปเราจะเข้าใกล้จุดจบของเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญของเวลาใหม่และเพิ่มมูลค่าของมัน มีจุดในการสูญเสียมันกับคนที่ไม่มีความจำเป็นไม่มีท่อระบายน้ำพลังงานของเรา สามารถใช้เวลาเดียวกันนี้กับผู้คนที่ทำให้วันของเรามีค่าควรแก่การอยู่ ผู้ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และผู้ที่สละเวลาของเราไปกับการลงทุนเหล่านั้น เราทำในสิ่งที่ถูกต้องการคิดถึงความตายทำให้เราใกล้ชิดกับสิ่งที่เราต้องการมองย้อนกลับไปในชีวิตของเราในช่วงเวลาสุดท้าย การนึกถึงความตายของเราเองทำให้เราตระหนักว่าสิ่งเดียวที่จะอยู่รอดคือคุณค่าที่เราปลูกฝังและมรดกที่เรากำลังทิ้งไว้ ดังนั้น ความตายจึงทำให้เรากลับมาพิจารณาวิถีชีวิตของเราใหม่ ด้วยหลักศีลธรรม ค่านิยม และการทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญจริงๆ #เราฝังแรงจูงใจของเราไว้การคิดถึงความตายทำให้เราประเมินคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เมื่อเราค้นพบสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต เราก็ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมแหล่งที่มาของแรงจูงใจภายใน #และสามารถยกระดับจิตวิญญาณของเราได้อย่างง่ายดายเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า #เราทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำการคิดถึงความตายเป็นรูปแบบการไตร่ตรองตนเองที่ทรงพลังเช่นกัน การใคร่ครวญเรื่องความเป็นมรรตัยช่วยให้เรา #เชื่อมต่อกับการเรียกที่แท้จริงของหัวใจ ดังนั้น การนึกถึงความตายสามารถล้างม่านควันที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม และเราสามารถกำหนดความหมายของการประสบความสำเร็จใหม่ได้ (เช่น การมีครอบครัวที่มีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินมากหรืออาชีพที่คอยดูแลเราตลอดเวลา จากคนที่เรารัก) #เนื่องจากแรงบันดาลใจของคุณจะ internalized และมาจากภายในตัวคุณคุณจะไม่พบความต้องการ (หรือความดัน) ของการมีที่จะอธิบายให้คนอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิตของคุณ #เราได้รับหลักการใหม่: เราไม่ต้อนรับใครก็ตามและทุกสิ่งที่ลดคุณค่าดูหมิ่นและไม่คำนึงถึงเวลาของเรา เมื่อกระบวนการจัดลำดับความสำคัญเป็นไปตามหลักการแล้ว #การกำจัดคนที่เป็นพิษออกจากชีวิตเราจะง่ายขึ้น ดูน้อยลง

  • ให้อนุโมทนา

    #ให้อนุโมทนา บุญจากการเดินดงทุกครั้งมีอานิสงค์สูงมากทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืนผลิกคว่ำผลิกหงาย(ของปลอมก็ให้หงาย)ของร้ายก็ให้ปรากฏของปลดอย่าได้ปิดของมืดมิดให้สว่าง #ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้นผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ  การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า #หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน  ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต