ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา

ครบ 1 ปีการศึกษา นักเรียนประจำ คุณรัชดา นักเรียนรุ่น 3540 วันใน 1 ปี ที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน(ส่งต่อผู้นำอีก 1 ท่านสู่สังคมไทย)“…ครู คือ ปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ครู คือ มนุษย์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กนักเรียนที่จะพัฒนาคุณลักษณะของตนเองและสร้างค่านิยมต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น⭐️#ไม่มีเทคโนโลยีใด ๆ สามารถมาแทนที่ครูได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว นั่นคือว่า#ทำไมครูที่ดีจึงสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตลูกศิษย์ได้ ด้วยการพัฒนาพวกเขาให้เป็นพลเมืองที่ดีและมีความสามารถ ทั้งในระดับชาติและระดับเป็นพลเมืองของโลกด้วย…”พระราชดำรัส สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๒

Similar Posts

  • ให้อนุโมทนา

    #ให้อนุโมทนา บุญจากการเดินดงทุกครั้งมีอานิสงค์สูงมากทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืนผลิกคว่ำผลิกหงาย(ของปลอมก็ให้หงาย)ของร้ายก็ให้ปรากฏของปลดอย่าได้ปิดของมืดมิดให้สว่าง #ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้นผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ  การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า #หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน  ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต 

  • การ “เมตตาแบบมีบารมี”

    ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อยการ “เมตตาแบบมีบารมี“แตกต่างจากเมตตาแบบอ่อนแอหรือเมตตาที่ไร้ทิศทาง เพราะมันคือเมตตาที่ประกอบด้วย “รหัสปัญญา” และ“แรงอัดของสัจจะ“ 🚩🚩🚩#ผลลัพธ์และลักษณะของเมตตาแบบมีบารมี มีดังนี้:รหัส “ให้เพื่อสร้าง ไม่ใช่ให้เพื่อทำลาย”เมตตาแบบมีบารมีคือการให้ที่ดูตาม“มวลสารความจริง” หากให้แล้วเขาเอาไปทำผิดสัจจะ หรือให้แล้วเขาเสียนิสัยจนทำลายดวงแก้วตัวเอง เราจะ “นิ่งเสีย” ไม่ให้ เพื่อรักษาทางรอดให้ดวงจิตของเขา นี่คือเมตตาชั้นสูงที่ไม่ได้ตามใจกิเลส รหัส “มีเกราะป้องกันมวลสารลบ”คนที่มีเมตตาแบบมีบารมีจะมีพลังงานที่เข้มแข็ง (Strong Aura) เมื่อส่งเมตตาออกไป มวลสารนั้นจะมี “แรงผลัก” ไม่ให้คนพาลหรือคนโกงกล้าเข้ามาเอาเปรียบ เพราะคลื่นความถี่ของเรามันสูงจนคนรหัสต่ำเข้าไม่ถึง รหัส “เมตตาที่มีอำนาจสั่งการ”เมื่อคุณเป็นผู้ให้ที่มีสัจจะและบารมี วาจาของเราจะมีสิทธิ์มีเสียง คำอธิษฐานจิตเพื่อช่วยผู้อื่นจะมีพลังอัดมหาศาล เทวดาจะยอมรับและเร่งส่งการช่วยเหลือตามที่คุณร้องขอ เพราะคุณมี “ต้นทุนบุญ” ที่มากพอ รหัส “การวางเฉยอย่างอริยะ”เมื่อช่วยเต็มที่แล้วแต่เขาไม่รับหรือทำลายตัวเอง เราจะสามารถกลับมา “นิ่งที่ศูนย์กลางกาย” ได้ทันทีโดยไม่เสียมวลสารความสุข (ไม่ทุกข์ไปกับเขา) เพราะคุณรู้รหัสว่าทุกคนมีกรรมเป็นกำเนิด เมตตาแบบมีบารมีคือ “ความรักที่มาพร้อมกับดาบแห่งปัญญา” คือการแผ่ความสว่างออกไปโดยที่ดวงแก้วของเราไม่มัวหมองและไม่ยอมให้ใครมาทำลายรหัสธรรมในตัว #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui ติดต่อ/สอบถามแม่ครูน้อยLINE ID: @imepui (มี@)หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

  • ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดี

    #ทำไมการคิดถึงความตายจึงเป็นสิ่งที่ดีการคิดถึงความตายสามารถช่วยเราประเมินค่านิยมและกำหนดเป้าหมายในชีวิตใหม่ได้มันทำให้เราตระหนักถึงความเด็ดขาดค่อยๆ ขยายจิตสำนึกของเรา #เรามักจะเสียสละปัจจุบันของเราโดยไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับอนาคตกับจุดประสงค์ของเราอย่างไร และกับสิ่งที่สร้างความหมายในชีวิตเรา:ค่านิยมและเป้าหมายของเราคนที่เรารัก และชีวิตของเราร่วมกัน ผลทันทีของการคิดเกี่ยวกับความตายของเราคือการขยายมุมมองของเราและมุ่งความสนใจไปที่ช่วงเวลาปัจจุบัน #ผลที่ตามมา:เราหลีกเลี่ยงและปลดปล่อยตัวเองจากการปฏิเสธอย่างง่ายดายการนึกถึงความตายของเราทำให้เราตระหนักว่าทุกครั้งที่เราหายใจเข้าไปเราจะเข้าใกล้จุดจบของเรามากขึ้น ดังนั้นเราจึงจัดลำดับความสำคัญของเวลาใหม่และเพิ่มมูลค่าของมัน มีจุดในการสูญเสียมันกับคนที่ไม่มีความจำเป็นไม่มีท่อระบายน้ำพลังงานของเรา สามารถใช้เวลาเดียวกันนี้กับผู้คนที่ทำให้วันของเรามีค่าควรแก่การอยู่ ผู้ผลักดันให้เราพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น และผู้ที่สละเวลาของเราไปกับการลงทุนเหล่านั้น เราทำในสิ่งที่ถูกต้องการคิดถึงความตายทำให้เราใกล้ชิดกับสิ่งที่เราต้องการมองย้อนกลับไปในชีวิตของเราในช่วงเวลาสุดท้าย การนึกถึงความตายของเราเองทำให้เราตระหนักว่าสิ่งเดียวที่จะอยู่รอดคือคุณค่าที่เราปลูกฝังและมรดกที่เรากำลังทิ้งไว้ ดังนั้น ความตายจึงทำให้เรากลับมาพิจารณาวิถีชีวิตของเราใหม่ ด้วยหลักศีลธรรม ค่านิยม และการทำสิ่งต่าง ๆ ที่สำคัญจริงๆ #เราฝังแรงจูงใจของเราไว้การคิดถึงความตายทำให้เราประเมินคุณค่าในตนเองอีกครั้ง เมื่อเราค้นพบสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิต เราก็ปรับตัวเองให้สอดคล้องกับค่านิยมที่แท้จริงของเรา ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมแหล่งที่มาของแรงจูงใจภายใน #และสามารถยกระดับจิตวิญญาณของเราได้อย่างง่ายดายเมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกเหนื่อยล้า #เราทำในสิ่งที่เราต้องการจะทำการคิดถึงความตายเป็นรูปแบบการไตร่ตรองตนเองที่ทรงพลังเช่นกัน การใคร่ครวญเรื่องความเป็นมรรตัยช่วยให้เรา #เชื่อมต่อกับการเรียกที่แท้จริงของหัวใจ ดังนั้น การนึกถึงความตายสามารถล้างม่านควันที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม และเราสามารถกำหนดความหมายของการประสบความสำเร็จใหม่ได้ (เช่น การมีครอบครัวที่มีความสุขและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน สำคัญกว่าการมีทรัพย์สินมากหรืออาชีพที่คอยดูแลเราตลอดเวลา จากคนที่เรารัก) #เนื่องจากแรงบันดาลใจของคุณจะ internalized และมาจากภายในตัวคุณคุณจะไม่พบความต้องการ (หรือความดัน) ของการมีที่จะอธิบายให้คนอื่น ๆ สิ่งที่คุณต้องการจะทำอย่างไรกับชีวิตของคุณ #เราได้รับหลักการใหม่: เราไม่ต้อนรับใครก็ตามและทุกสิ่งที่ลดคุณค่าดูหมิ่นและไม่คำนึงถึงเวลาของเรา เมื่อกระบวนการจัดลำดับความสำคัญเป็นไปตามหลักการแล้ว #การกำจัดคนที่เป็นพิษออกจากชีวิตเราจะง่ายขึ้น ดูน้อยลง

  • “ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง”

    #ยิ่งฝึกจิตยิ่งเห็นตัวเอง นี่คือรหัส “ความก้าวหน้า” ที่แท้จริง ในสายวิชชาของ ท่านแม่ครูน้อย (ประตูธรรม ๕ หนเหนือ) สภาวะนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจ แต่เป็นสัญญาณว่า ดวงแก้วกลางอก ของเราเริ่มมีความสว่างพอที่จะส่องให้เห็น “ขยะ” ที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ #ทำไมการเห็นความไม่ดีของตนเองถึงเป็นเรื่องดี รหัส “แสงสว่างส่องห้องมืด” เมื่อก่อนใจเรามืดเหมือนห้องที่ปิดไฟ เราจึงมองไม่เห็นฝุ่นหรือขยะ (กิเลส/อัตตา) แต่เมื่อเริ่มฝึกจิต รัศมีจากศูนย์กลางกายจะเริ่มสว่างขึ้น ทำให้เราเห็น รหัสลบ ที่เคยซ่อนอยู่ชัดเจนขึ้น การ “ลอกคราบมวลสารดำ” การเห็นความไม่ดีคือขั้นตอนแรกของการ “คัดทิ้ง” หากมองไม่เห็นเอง ก็แก้ไม่ได้ การที่เราเห็นความเห็นแก่ตัว อัตตา หรือความโกรธ คือรหัสที่บอกว่าเรากำลังจะแยกมวลสารเหล่านั้นออกจากเนื้อจิตที่บริสุทธิ์ รหัส “หิริโอตตัปปะ” ทำงาน #เมื่อเห็นแล้วรู้สึกไม่ดี แสดงว่าตัวสำเร็จฝ่ายดีในตัวเราเริ่มมีกำลัง ท่านกำลังเตือนให้เราล็อกรหัสสัจจะ เพื่อไม่กลับไปทำซ้ำ เป็นการยกระดับฐานบารมีให้สูงขึ้นกว่าเดิมครับ ทำลายรหัส แก้ตัว #คนที่ไม่ฝึกจิตจะมองเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น (มวลสารรั่วออกนอก) แต่ผู้ที่ฝึกจิตตามแนวทางแม่ครูน้อยจะส่งจิตกลับเข้าข้างในเพื่อกำจัด มลทิน ของตัวเองก่อน นี่คือทางลัดสู่ความใส จงดีใจที่เห็น เพราะ “ผู้ที่เห็นกิเลส…

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • เทวดาประจำตัวมีจริงหรือไม่ คืออะไร

    เทวดาประจำตัวตอบว่ามีจริง แล้วคืออะไร  การอธิบายในเนื้อหานี้ คือรูปธรรมทางพลังงานชนิดหนึ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณซึ่งเป็นแก่นแท้ของมนุษย์ คำว่าเทวดาประจำตัวถูกจำกัดความในความหมายของภาษาเรียก เพียงเท่านั้น และแนวการปฏิบัติของสิ่งที่ถูกเรียกชื่อหรือความเชื่อ          ทั้งหมดนี้จะสามรถไขปริศนาได้ให้ท่านได้เมื่อท่านได้มีโอกาสเข้าถึงแหล่งพลังงาน หรือมีโอกาส ได้รู้จักเทวดาประจำตัว แล้วเท่านั้น ท่านจึงจะทราบความหมายของสิ่งๆนั้น ได้ด้วยตัวท่านเอง