ประติศรณะ 4

ประติศรณะ 4″ ได้แก่

1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล
2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ
(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)
3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก
(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)
4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ

?️?#พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก”

พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ
คือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน

เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย

?️? ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะ
นักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า
#มุสา

สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด

#เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • #มนุษย์สามารถดูดซับพลังงานของผู้อื่นได้

    #มนุษย์สามารถดูดซับพลังงานของผู้อื่นได้ พลังงานเป็นสิ่งที่ผู้คนตระหนักดีหรือหลงลืมไปโดยสิ้นเชิงเช่นกัน เราทุกคนมีพลังงานบางอย่าง และพลังงานนั้นเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราในขณะนี้ #คุณเคยอยู่กับคนที่เพิ่งลดการสั่นสะเทือนที่ไม่ดีหรือไม่? คุณไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าบุคคลนี้ทำผิดต่อคุณหรือทำอะไรที่ทำให้คุณขุ่นเคือง #แต่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เป็นพิษของพวกเขา คุณไม่ได้โดดเดี่ยว อันที่จริง คนส่วนใหญ่มักเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้บ่อยครั้ง#แต่ไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไม พืชมักจะดูดซับพลังงานของพืชชนิดอื่นแม้ว่าแหล่งพลังงานหลักของพืชจะผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง แต่ก็พบว่าพวกมันใช้แหล่งพลังงานเพิ่มเติม #นั่นคือพืชชนิดอื่น #ร่างกายมนุษย์เป็นเหมือนฟองน้ำดูดซับพลังงานต่างๆ รอบตัวเรา #นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออยู่ในกลุ่มบางกลุ่มที่มีพลังและอารมณ์ผสมกัน” “ร่างกายมนุษย์มีความคล้ายคลึงกับพืชที่ดูดกินมาก ดูดซับพลังงานที่จำเป็นในการเลี้ยงสภาวะอารมณ์ของคุณ และสามารถให้พลังงานแก่เซลล์ และเพิ่มปริมาณของคอร์ติซอลและ catabolize ให้อาหารเซลล์ขึ้นอยู่กับความต้องการทางอารมณ์” #วิธีการและเหตุผลที่ผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของพวกเขาได้ทุกเมื่อ #มนุษยชาติส่วนใหญ่สูญเสียความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ทำให้มนุษยชาติไม่ได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนพลังงานใดๆ อย่างไรก็ตาม บางครั้งลิงก์นั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ เหตุการณ์ที่มักปรากฏเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “อาถรรพณ์” หรือ “เหนือธรรมชาติ”วัฒนธรรมโบราณจำนวนมากตระหนักดีถึงเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้อันเป็นผลมาจาก พลังงานต่างๆ #ที่มาถึงจุดสูงสุด#และปรากฏขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ดูน้อยลง

  • คนที่มีความสุข

    #คนที่มีความสุข โลกสวยงาม คิดบวกตลอดเวลา หมายความว่า เป็นพวกที่ทำอะไรก็สำเร็จไปเสียหมด มีวิธีมองโลกให้สดใสไปทุกอย่าง ถ้าความจริงไม่ดี ก็มองให้มันดีเสีย จึงไม่ค่อยได้เจอความทุกข์ เมื่อไม่ค่อยได้พบความทุกข์ จึงไม่รู้จะปฏิบัติธรรมไปทำไม เชื่อว่าตนเองจัดการทุกอย่างได้ บุคคลพวกนี้ จัดเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะเป็นไปได้ว่า ชั่วชีวิตเขาอาจไม่ได้ลงมือปฏิบัติธรรมเพื่อลดทอนภพชาติได้เลย พูดมากเกินไป หมายความว่า เมื่อหาความรู้ได้แล้ว แทนที่จะลงมือปฏิบัติ กลับนำความรู้มาโต้เถียง วิเคราะห์ เที่ยวจับผิดสำนักนั้น สำนักนี้ โดยที่ไม่ได้ลงมือพัฒนาจิตใจของตน ผลที่ตามมาก็คือ จิตใจจะยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เพราะอัตตาตัวตนพอกพูน คิดว่าตนเองดีกว่าผู้อื่นเพราะรู้หลักธรรมมาก ยึดติดกับรูปแบบอัตลักษณ์ หมายความว่า มีความเข้าใจผิด ชอบคิดว่าการปฏิบัติธรรมจะต้องทำในวัด นุ่งขาวห่มขาว ต้องมีกฏระเบียบที่แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตธรรมดา คนกลุ่มนี้จะติดวัดเป็นพิเศษ ชอบหาเวลาเข้าวัดไปปฏิบัติธรรม ถ้าไม่ได้ไปวัด จะรู้สึกว่า ปฏิบัติธรรมไม่ได้ สุดท้ายจึงกลายเป็นว่า ไปติดสังคมในวัด ไปหาเพื่อนคุยในวัด ซึ่งกลายเป็นกับดักอีกรูปแบบหนึ่ง ปฏิบัติผิดวิธี หมายความว่า เป็นกลุ่มที่โชคร้าย เพราะคิดดี และต้องการทำดี แต่ไปเจออาจารย์ไม่ดี เจออรหันต์ปลอม เจอสิบแปดมงกุฏ จึงทำให้การปฏิบัติผิดทิศผิดทางไปหมด คล้ายๆกับองคุลีมาลที่ถูกอาจารย์หลอก ในข้อนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการคบหากัลยาณมิตร…

  • ” วิมลา”ภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่

    ” วิมลา” หมายถึงความบริสุทธ์ปราศจากราคีภูมินี้ศีลบารมีเป็นใหญ่แต่การรักษาศีลนี้ก็แนบเนื่องด้วยปัญญาเช่นกัน ??#คือมองว่าทุกชีวิตต่างเวียนว่ายและเป็นทุกข์ความกรุณานำพาให้ไม่อยากเบียดเบียนใครจึงไม่ได้รักษาศีลเพื่อให้ตนดีงามบริสุทธ์แต่รักษาเพราะตระหนักถึงการอิงอาศัยกัน ??#ทุกการกระทำควรประกอบด้วยปัญญาและกรุณาใจบริสุทธ์เพียงเพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์เท่านั้นจะไม่นำสิ่งใดเข้าตน แม้ความดีสละทั้งตนเอง สละทั้งธรรม!!!ภูมินี้ ลองสำรวจตนก่อนนะค่ะถ้าใครผ่านแล้ว ก็เข้าท่าแล้วล่ะเราจะได้วัดตนเองต่อไปในภูมิที่สูงขึ้น ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ”สอบ” อาจารย์

    #ธรรมชั้นครู๖/๒/๖๙ เมื่อมารจำแลงแปลงกายมาเป็นศิษย์เพื่อ “สอบ” อาจารย์ เป้าหมายเดียวของเขาคือการหา “รอยร้าว” ในดวงจิตของอาจารย์ เขาไม่ได้มาเรียน แต่มาเพื่อเช็คว่าท่านยังมีความหลงในลาภ ยศ หรือ ความยโส หลงเหลืออยู่หรือไม่ การรับมือกับบททดสอบของมาร วิธีที่มารใช้ “สอบ” ท่าน มีดังนี้: สอบความยึดติด (Attachment Test) เขาจะทำตัวเป็นศิษย์ที่เชื่อฟังที่สุด ปรนนิบัติจนท่าน “วางใจ” เพื่อดูว่าท่านจะเผลอเอาใจไปผูกไว้กับเขา (สร้างพันธะกับ สัญญาอดีต) หรือไม่ หากท่านเริ่ม “กลัวศิษย์เสียใจ” หรือ “อยากให้ศิษย์ได้ดี” จนใจไม่นิ่ง นั่นคือท่านเริ่มสอบตก สอบความถือตัว (Ego Test): เขาจะแกล้งทำเป็นโง่ หรือแกล้งทำเป็นเก่งกว่า เพื่อกระตุ้นให้ท่านแสดง “มานะ” หรือความอวดดีออกมา หากท่านเผลอไปต่อสู้กับกิเลสของเขาด้วยโทสะ แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวล ของท่านจะหายไปทันที Vibrational Energy and Ego สอบความมั่นคง (Integrity Test): เขาจะนำลาภสักการะหรือคำสรรเสริญมหาศาลมาล่อ เพื่อดูว่าท่านจะเปลี่ยนจาก “คนมีธรรม”…

  • สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

    ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…

  • ปัจจุบันคุณดึงดูดทุกสิ่งที่เป็นจริง โดยไม่ต้องพยายาม

    หากสิ่งที่คุณกำลังทำ / คิด / พูดรู้สึกดี– คุณกำลังดึงดูดสิ่งที่คุณจะชอบ#ถ้าคุณรู้สึกแย่คุณก็ไม่ได้สร้างสิ่งที่คุณต้องการ” ดังนั้นโปรดให้ความรู้สึกเชิงบวกของคุณเป็นอันดับแรกเสมอเมื่อต้องแสดงออกหากมีสิ่งที่ไม่ดีอย่าลังเลที่จะละทิ้งและเข้าถึงสิ่งที่รู้สึกดีกว่าความรู้สึกของคุณคือเข็มทิศที่ดีที่สุดในการออกแบบชีวิตที่สนุกสนานและน่าตื่นเต้น ระยะเวลา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์