ยินดีในความไม่มีทุกข์ของผู้อื่น

ภูมิธรรมแรกจะเชื่อมโยงกับทานบารมี
แต่ทานบารมีนี้จะไม่แยกกับปัญญา
เพราะทานบารมีจะเกิดเมื่อ
ไม่มีการแบ่งแยก ผู้ให้กับผู้รับ
ไม่มีการคาดหวัง
ทำบุญโดยไม่หวังบุญ
แค่ทำหน้าที่ตามปณิธาน
ที่เป็นเหตุปัจจัยชี้นำ

ดังนั้นแค่ภูมิธรรมแรก
ก็เริ่มปล่อยวางแล้ว
ทั้งตัวบุคคลและธรรมมีความปิติ
ในการหยั่งรู้ความว่างหล่อเลี้ยงใจ

๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛
ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่
มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิต
ครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ
ในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ
#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5
#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

Similar Posts

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว

  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก

    ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก: บันทึกทุกอย่าง ตื่นตัวและตื่นตัวอยู่เสมอ มันควบคุม 95% ของชีวิตของเรา มันถูกสร้างขึ้นบนความเคยชิน มันพูดกับคุณในความฝัน มันไม่มีภาษาพูดมันโต้ตอบด้วยภาษาของจิตใช้ทุกอย่างตามตัวอักษร สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้หลายล้านล้านอย่างพร้อมกัน มันโต้ตอบผ่านความรู้สึกจิตใจ มีพลังมากกว่าจิตสำนึกหนึ่งล้านเท่า แต่คุณต้องปลุกมันด้วยจิตสำนึกของคุณ7% ของจิตสำนึก คุณจะทำอย่างไร กับเครื่องมือนี้เพื่อจะปลุก พลังจิตใต้สำนึกของคุณ 93%ครูมีคำตอบ

  • “มาร” หรือ”พลังงานลบ” ที่คอยขัดขวางความเจริญ

    #ธรรมจากประตู ๑๑/๑/๖๙ #วิชชาที่ท่านแม่ครูน้อยทดลองมาแล้ว “มาร” หรือพลังงานลบที่ คอยขัดขวางความเจริญ ไม่ได้กลัวอาวุธหรือของขลังแต่กลัว สภาวะจิตที่มีความเข้มแข็งและบริสุทธิ์ #กลัวคนที่มี “สัจจะ”: มารกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด เพราะสัจจะเป็นพลังงานที่เด็ดขาดและ #มีอำนาจในการสั่งการมิติพลังงาน เมื่อเรามีสัจจะ มารจะหาช่องว่างเข้าแทรกแซงหรือบิดเบือนดวงชะตาของเราไม่ได้เลย กลัว “#พลังความกตัญญู”: ความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัว เป็นคลื่นความถี่สูงที่สว่างมาก #มารเป็นพลังงานความถี่ต่ำ (ความโกรธ ความเนรคุณ) เมื่อเจอแสงสว่างจากความกตัญญู มารจะสลายตัวไปเองเพราะทนกระแสความดีไม่ได้ กลัวสภาวะ “ใจเบา ใจสบาย”: #มารจะทำงานได้ดีเมื่อเราโกรธ เศร้า หรือกังวล แต่ถ้าเรารักษาใจให้ เบา สบาย และเป็นกลาง ได้ตลอดเวลา มารจะไม่มี “เหยื่อล่อ” ให้เราหลุดจากเส้นทางบุญ สภาวะนี้คือเกราะป้องกันมารที่ทรงพลังที่สุด กลัว “#การไม่เพ่งโทษ”: มารชอบให้คนนินทาและจับผิดกัน เพราะนั่นคือการสร้าง รอยรั่วทางบุญ หากเราฝึกจิตจนไม่เพ่งโทษใคร แต่มุ่งดูใจตนเอง มารจะไม่มีช่องทางให้เราสร้างกรรมใหม่ ชีวิตเราจึงเข้าสู่สภาวะ พลังงานไหล ได้ถาวร กลัว “การขอขมา”: ทุกครั้งที่เราทำพิธีขอขมาด้วยความจริงใจ…

  • พลังหญิง พลังงานชาย และความศักดิ์สิทธิ์

    ?️? #พลังงานชาย (“ชาย” หรือ“หญิง”) อาศัยอยู่ในความเป็นจริงภายใต้ กฎหมายของขั้วความเป็นจริงประเภทนี้มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากสามารถแสดงประสบการณ์เชิงบวกและเชิงลบได้ ?️? #ประสบการณ์เหล่านี้ยอดเยี่ยมสำหรับการสอนจิตวิญญาณให้วิญญาณของมนุษย์ให้ก้าวข้ามบทเรียนชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งเพื่อที่พวกเขาจะสามารถพัฒนาไปสู่สิ่งมีชีวิตที่รู้แจ้งเพื่อให้คุณรู้จักตัวเองในระดับที่ลึกที่สุด คุณต้องสัมผัสกับการแสดงออกของพลังเพศหญิงและความเป็นชายจากสวรรค์ เพื่อที่คุณจะได้เติบโตทางจิตวิญญาณ และขยายจิตสำนึกของคุณทำให้คุณ “เข้าใจ” ในความดีและความชั่ว ?? #พลังงานของผู้หญิงที่ศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของสัญชาตญาณความเมตตาอารมณ์ความคิดสร้างสรรค์การเอาใจใส่การทำงานร่วมกันความคิดแบบองค์รวมและการคิดจากสมองซีกขวา#จากมุมมองของแม่เหล็กไฟฟ้าพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งคือพลังไฟฟ้าและพลังงานของผู้ชายที่ศักดิ์สิทธิ์คือพลังแม่เหล็ก ?? #พลังงานของผู้ชายศักดิ์สิทธิ์คืออะไร? พลังงานของผู้ชายที่สูงส่งเป็นพลังงานที่มองไม่เห็นอันชาญฉลาดซึ่งมีคุณภาพของการคิดวิเคราะห์และมีเหตุผลการแข่งขันความมุ่งมั่นการคิดเชิงเส้นการกระทำและการคิดสมองซีกซ้าย ?? #ด้วยเหตุนี้คนที่มีคุณสมบัติของพลังแห่งความเป็นชายสูงส่งมักจะเก่งในด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ คนส่วนใหญ่ได้รับการปรับสภาพให้สนับสนุนพลังแห่งความเป็นชายจากพระเจ้าซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเราจึงอยู่ในสังคมที่ต้องอาศัยคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์เป็นหลักเพื่อทำความเข้าใจชีวิต ?? สิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่า#พลังงานของผู้หญิงที่สูงส่ง#ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้หญิง#และพลังงานของผู้ชายจากสวรรค์ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงร่างกายของผู้ชายนอกจากนี้ชายหรือหญิงทุกคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นผู้หญิงและความเป็นชาย #จากสวรรค์ภายในตัวเขาหรือเธอ ?? #สาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์ความไม่สมดุลของพลังงานของหญิงและชายจากสวรรค์เป็นสาเหตุพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของมนุษย์#เพราะมันทำให้เราไม่อยู่ในสภาวะสมดุลและสอดคล้องกับธรรมชาติ ?? ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกที่พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าแข็งแกร่งและบิดเบี้ยวจนทำให้พลังงานของผู้หญิงจากสวรรค์อ่อนแอลง ทำให้ไม่สามารถแสดงออกถึงคุณสมบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ?? #เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ว่าชายหรือหญิงแต่ละคนมีทั้งพลังแห่งความเป็นชายและหญิงอันศักดิ์สิทธิ์ในตัวเขาหรือเธอ อย่างไรก็ตามผู้หญิงมักมีคุณลักษณะของพลังงานของผู้หญิงที่สูงส่งและผู้ชายมักจะมีคุณลักษณะของพลังแห่งความเป็นชายที่สูงส่งมากกว่าการกระทำของผู้ชายที่ทะเลาะกับพลังงานของสตรีศักดิ์สิทธิ์นั้นไร้จุดหมายเพราะพวกเขากำลังทำสงครามกับพลังของตัวเองเท่านั้นนอกจากนี้ยังใช้กับผู้หญิงที่ทำสงครามกับพลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าในตัวเอง ?? เพื่อป้องกันไม่ให้พลังแห่งความเป็นชายของพระเจ้าที่บิดเบี้ยวทำลาย (โลก)เราจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างไรนี้สามารถทำได้โดยการ เรียนรู้วิธีการดูและชื่นชมความงามของธรรมชาติและความสมดุลของผู้หญิงที่สูงส่งและพลังงานผู้ชายของพระเจ้าไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายต้องดูแลพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองอย่างนี้ที่อยู่ในตัวเราเองให้ดีผู้หญิงที่ทะเลาะกับตัวเองก็เท่ากับว่ามี ปัญหากับพลังงานชายของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าในตน ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • การที่ครูกล้าเตือนคือ “พร” อย่างหนึ่ง

    #ถึงประตูแห่งธรรม ๑๐/๑/๖๙ การที่ “#ครูกล้าเตือนเรา” (แม้จะไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเตือนผ่านสื่อ) ถือเป็นวาระพิเศษทางพลังงาน ที่เราควรตระหนักดังนี้ การหยุด “พลังงานรั่ว” ที่ครูกล้าเตือน เพราะท่านเห็น “จุดรั่ว” ในสนามพลังงานของเรา(เช่น การเพ่งโทษ การผิดสัจจะ หรืออีโก้) #การเตือนคือการช่วยอุดรอยรั่วก่อนที่บุญบารมีของคุณจะไหลออกจนหมด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสภาวะ “เงินหนี” หรือชีวิตติดขัด บททดสอบ “มารสอบอัตตา”: เมื่อถูกเตือน จิตของเราจะเกิดปฏิกิริยาทันที หากเรารู้สึกโกรธ ขัดใจ หรือไม่ชอบใจ นั่นคือ มารทดสอบ ที่กำลังทำงาน หากเราก้าวข้ามความโกรธไม่ได้ เราจะเกิด พลังงานยัน #ทำให้บารมีที่ควรจะเปิดกลับถูกปิดกั้นลง ความเมตตาจากภพที่สูง การเตือนคือการ “#ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของคุณตาสว่าง ครูที่กล้าเตือนคือครูที่ยอมเสี่ยงต่อการถูกโกรธเพื่อช่วยให้ศิษย์พ้นจากสภาวะ ญาณบอด #การที่ครูสื่อสารออกมาแล้วตรงกับสภาวะของคุณพอดี เป็นเพราะ เทวดาประจำตัว ของคุณไปเชื่อมกระแสเพื่อให้ครูช่วยดึงเราออกจากวิบากกรรม กุญแจสู่ “พลังงานไหล”: หากเราน้อมรับคำเตือนด้วย ใจเบา ใจสบาย และนำไปปรับปรุง (บันทึกจิตใหม่) สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านเป็นแรงดึงดูดทันที ทำให้โชคลาภและสิ่งดีงามที่เทวดาเตรียมไว้สามารถไหลเข้าสู่ชีวิตได้ #วิธีปฏิบัติเมื่อถูกครูเตือน อย่าส่งจิตออกนอก:…

  • เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล

    #เมื่อเราเผชิญกับบททดสอบจากมาร (อุปสรรค, คนนินทา, หรือเหตุการณ์ขัดใจ) ให้ใช้เทคนิคการวางจิตเพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ หยุดนิ่งและรู้เท่าทัน (Stop & Recognize) วินาทีที่เกิดอาการหงุดหงิดหรือโกรธ ให้รีบบอกตัวเองในใจทันทีว่า “นี่คือมารสอบบารมี” การรู้เท่าทันจะช่วยแยกจิตของเราออกมาจากอารมณ์ลบ ไม่ให้ถลำลึกลงไปสร้างกรรมใหม่ ใช้สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นเกราะ อย่าเข้าไปตอแยหรือหาเหตุผลกับสิ่งที่มากระทบ ให้ดึงจิตกลับมาที่ฐานของความ “เบา สบาย และเป็นกลาง” หากเรานิ่งได้ มารจะไม่มีพลังงาน (อาหาร) มาหล่อเลี้ยง และบททดสอบนั้นจะสลายตัวไปเอง พลิกจิตด้วย “พลังความกตัญญู” หากใจเริ่มสั่นคลอน ให้รีบนึกถึงพระคุณของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือเทวดาประจำตัวทันที คลื่นความถี่สูงจากความกตัญญูจะช่วยยกจิตของเราออกจากมิติต่ำ กลับเข้าสู่ มิติที่ 5 ซึ่งเป็นเขตที่มารเข้าไม่ถึง อุดรอยรั่วด้วยการ “ไม่เพ่งโทษ”เทคนิคสำคัญคือ “หันกลับมาดูใจตนเอง ไม่ไปจับผิดคนอื่น” การนินทาตอบโต้คือการเปิด รอยรั่วทางบุญ ให้กว้างขึ้น ให้วางจิตไว้ที่ความสงบและอโหสิกรรม #เพื่อรักษาความใสสะอาดของสนามพลังงานบุญไว้ รักษาสัจจะบารมีหากมารมาในรูปแบบความขี้เกียจหรือข้ออ้างที่จะไม่ทำความดี ให้ใช้ สัจจะ เป็นตัวตั้ง ยิ่งมารขวาง #ยิ่งต้องทำตามสัจจะที่ให้ไว้…