สุษุมนา

?#สุษุมนา คือ ไขสันหลังหรือช่องทางเดินชีวิตของกายทิพย์กายแสงอันปราณีตของมนุษย์ ปราณหรือประจุพลังชีวิตซึ่งเป็นกาบวิญญาณชั้นที่สองในบรรดากาบอุ้มวิญญาณสามชั้น ?กายเหตุหรือกายดำริ? กายทิพย์และกายเนื้อ?️?กายทิพย์มีอำนาจให้ชีวิตแก่กายเนื้อเช่นเดียวกับที่ประจุไฟฟ้าทำให้หลอดไฟเกิดความสว่างในสมาธิภาวนาเมื่อจิตท่านสู่ภายในและไหลเข้าสู่กระแสชีวิต สุษุมมา มุนีจะได้ประสบการณ์อภิจิตอันเกษมหยั่งรู้ทิพยสัจจะคือรู้เหตุและสารัตถะแห่งสิ่งสร้าง?️?#จิตของคุรุผู้นำทางศิษย์สู่แดนแห่งบรมวิญญาณ#ด้วยพรและญาณปัญญาอันเก่าเก่านิรันดร์ #ความเกษมที่ยิ่งลึกล้ำเมื่อผู้แสวงหาจิตวิญญาณพ้นจากกายไปรวมกับบรมวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ทั่ว???#จงอย่าถอยหนีนกที่อยู่ในกรงจนชินมักจะลังเลเมื่อมีโอกาสที่จะพ้นจากกรงขังกลับสู่อิสรภาพทำนองเดียวกันวิญญาณที่จองจำอยู่กับกายอาจหวั่นไหวเมื่อแรกได้ประสบการณ์ความเกษมอันสถิตทั่วในสมาธิลึกแห่งโยคะ

Similar Posts

  • จงพัฒนาปัญญา

    จงพัฒนาปัญญาให้รู้ทุกมิติมัวแต่อยู่มิติที่ 5ไม่ขึ้นไม่ลง#มันจะบ้าความรัก#บ้าความสมบูรณ์ขึ้นลงสติด้วยการพิจารณาความจริงของเรื่องบ้าง #ตั้งสติ

  • ประตูธรรม 5 หนเหนือ (Pratu Tham Ha Hon Nuea)

    ก่อนเข้าประตู “ประตูธรรม 5 หนเหนือ” (Pratu Tham Ha Hon Nuea) ไม่ได้เป็นคำศัพท์ทางศาสนาพุทธทั่วไป แต่เป็นชื่อกลุ่มหรือเพจที่เกี่ยวกับการสอนธรรมะและจิตวิญญาณ โดยเฉพาะจากบุคคลที่เรียกว่า “แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว” ซึ่งเน้นสอนเรื่องความจริงของชีวิต ความไม่เที่ยง ความยากลำบาก และการค้นหาแก่นแท้ของจิตวิญญาณ ผ่านมุมมองที่ลึกซึ้งกว่าคำสอนทางภาษาปกติ โดยมีเป้าหมายเพื่อพาผู้คนออกจาก “ทะเลทรายแห่งตัณหา”ไปสู่ความเข้าใจที่แท้จริง (แก่นสาร) เพื่อชัยชนะทางจิตวิญญาณ. 🚩 #ความหมายโดยรวม:ประตูธรรม: สื่อถึงการเข้าถึงธรรมะ, การเข้าใจความจริงของชีวิต (ธรรมะที่แท้จริง) 5 หนเหนือ: คำว่า “หนเหนือ”ไม่ได้หมายถึงทิศเหนือตรงๆ แต่เป็นสำนวนที่สื่อถึง “ระดับที่สูงขึ้น” หรือ “ความลึกซึ้งที่เหนือกว่า” ซึ่งอาจหมายถึงการเข้าถึงธรรมะในระดับที่ลึกซึ้ง เป็นปัญญาญาณที่สูงส่งกว่าการรู้ธรรมะแบบทั่วไปตามตัวอักษร แม่ครูน้อย: ผู้สอนหลักของกลุ่มนี้, เป็นผู้ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ ⭐️ #สิ่งที่ครูน้อยสอน ชีวิตจริงมีความยากลำบาก แต่เป็นโอกาสให้จิตวิญญาณเติบโต ภาษาและคำสอนทั่วไปเป็นเพียงแบบจำลอง (Simulation) แต่คำสอนของพระพุทธเจ้ามีแก่นสาร (Sacca) ที่แท้จริง การเตือนซ้ำๆ เพื่อให้ผู้คนหลุดพ้นจากความอยาก (ตัณหา) และค้นพบเป้าหมายที่แท้จริง.การตระหนักรู้ถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงความจริงของธรรมชาติ สรุปคือ…

  • รางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะ

    #รางวัลเกียรติคุณวิทยฐานะอัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564 #อัครบุคคลแห่งชาติ ผู้มีความรู้ความสามารถเชี่ยวชาญพิเศษหรือการปฏิบัติตนและงานหน้าที่ความรับผิดชอบโดยยึดหลักวินัยคุณธรรมจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพสร้างและหรือพัฒนาบริหารจัดการทั้งการพัฒนาตนเองพัฒนาชีวิตและวิชาชีพเป็นแบบอย่างที่ดีหรือผู้นำแก้ไขปัญหาด้วยกลยุทธ์สร้างคุณภาพและพัฒนาการเรียนรู้ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักเกณฑ์ของ อัครบุคคลแห่งชาติ #พัฒนาบุคคลผู้ที่ทำให้เกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติยึดหลักแห่งการทำความดีเพื่อแผ่นดินเกิดแผ่นดินพ่อตามรอยพระยุคลบาท ตามรอย ในอันที่จะดำรงตนด้วยสันติสุขและความเจริญสู่สังคมและประเทศชาติ โครงการปณิธานความดีเพื่อ“แผ่นดินพ่อ” อัครบุคคลแห่งชาติ รางวัล อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา #ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่นคุณเอื้องจันทร์ (แม่ครูน้อย)ครูจิตวิญาณ ประตูธรรม๕หนเหนือ(ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์)

  • ดีอย่างไร

    #ดีอย่างไรใจเบาบาง= พร้อมต่อการพิจารณาความจริงปัญญาผ่องใส=ฟังสิ่งใดง่ายขึ้นสติดี =คิดการคิดงานมีหลากหลายทางออกได้พบคนดี สิ่งดี ที่เหมาะกับ #บารมีตนเอง เมื่อเจริญจิต เจริญใจ เจริญปัญญาวิญญาณก็ง่ายต่อการสดับรับคำสอนเหมาะสมต่อบารมีแห่งการปลดปล่อยวิญญาณตนเอง สู่การหลุดพ้น ชีวิตที่เหลือจึงสมบูรณ์มีกำลังทรัพย์ต่อการสะสมบารมี และเกื้อกูลตนเองไม่ขาดแคลน ทำซ้ำๆทำบ่อยๆ ดี ดี ดี คว่ำตายหงายเป็น สุขสวัสดีมีชัย

  • เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง

    เรากลายเป็นสังคมที่เน้นวัตถุนิยมและผลิตภาพสูง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ทุกวันนี้ผู้คนจำนวนมากดึงดูดให้ทำสิ่งพิธีกรรมฝ่ายวิญญาณและมีสิ่งฝ่ายวิญญาณมากกว่า #ที่จะเป็นฝ่ายวิญญาณจริงๆจำไว้ว่าจิตวิญญาณนั้นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงกับบรมวิญญาณและการแสดงสถานะความรักสูงสุด ไม่พบในการ์ดหรือคริสตัล มนต์พิธีหรือคำยืนยัน หรือการบูชาใดๆ หากคุณพึ่งพาหรือใช้ “#พิธีกรรมทางจิตวิญญาณ” ใด ๆ ขอเชิญคุณตรวจสอบพิธีกรรมของคุณสิ่งที่คุณทำ และที่สำคัญที่สุดคือทำไมคุณถึงทำ พิธีกรรมหลายอย่างอาจเป็นประโยชน์และเป็นประโยชน์ แต่จุดประสงค์เบื้องหลังการใช้งานคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวอย่างเช่น #หากคุณทำอะไรเพราะกลัว แสดงว่าคุณได้บล็อกการเชื่อมต่อกับแหล่งที่มาตัวอย่างเช่น บางคนใช้พิธีกรรมเฉพาะเพื่อ “ป้องกัน” ตัวเองจาก “พลังงานเชิงลบ” นี่คือตัวอย่างของการทำบางสิ่งด้วยความกลัว ความจริงแล้ว #คุณไม่มีอะไรต้องปกป้องตัวเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว และไม่มี “พลังงานเชิงลบ” ใดที่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณ#หากคุณเชื่อมต่อและสั่นด้วยความถี่สูงของความรัก (#พลังงานความถี่ต่ำสามารถดึงดูดและส่งผลกระทบต่อพลังงานความถี่ต่ำที่คล้ายกันเท่านั้น)โชคไม่ดีที่พิธีกรรมมักถูกใช้โดยไม่ได้ตั้งใจเพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางจิตวิญญาณของอัตตา การทำบางสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณทำให้เราเข้าใจผิดว่าตนเองเป็นฝ่ายวิญญาณ แต่ทั้งสองไม่เท่าเทียมกัน ดังนั้น หากมีการกระทำหรือเครื่องมือบางอย่างที่คุณอยากจะใช้หรือมีส่วนร่วมด้วย มันอาจจะดีตราบใดที่คุณทำเพื่อความรักที่จะทำ ไม่ใช่เพราะคุณคิดว่าคุณต้องทำหรือคิดว่าคุณควรจะทำ #พยายามคิดให้ดีเพื่อหลีกเลี่ยงการเติมพลังให้อัตตาตัวตนทางจิตวิญญาณของคุณ ทำตามภูมิปัญญาของหัวใจของคุณแทน นี่อาจเป็น “พิธีกรรม” ที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุด #ถ้าคุณอยากเรียกมันว่า ที่ใครๆ ก็ฝึกฝนได้

  • หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

    #ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา