บารมีเก่า

อย่าคาดหวังว่าจะทำอะไรให้เสร็จง่ายๆ หากเจ้าบังเอิญได้อะไรมาง่า

?️?#บารมีเก่า คือ สิ่งที่เราทุกผู้ทุกคนได้สร้างสมบำเพ็ญมาในอดีต ไม่ว่าจะเกิดมาแล้วกี่ภพกี่ชาติก็ตาม เมื่อเราได้ละสังขารไปแล้วในแต่ละชาติภพ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นทิพย์และจะถูกนำไปเก็บรวบรวมสะสมไว้โดยอัตโนมัติให้กับตัวเราเองในโลกทิพย์ (คล้ายกับการฝากเงินบัญชีออมทรัพย์ในธนาคาร)?️?#การเรียกบารมีเก่า คือการสื่อสารกับโลกทิพย์ ขอนำบุญบารมีเก่าที่เป็นของเรานั้นเองมาใช้พร้อมๆกับการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญบุญในปัจจุบันชาติเพื่อให้การปฏิบัติธรรมนั้นมีความ ก้าวหน้าพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วขึ้น บรรลุมรรคผลนิพพานในที่สุด ?️? แต่ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า เรามีฐานบารมีเก่าของเรามากน้อยแค่ไหน (เหมือนการขอเบิกเงินในบัญชีมาใช้ในการลงทุน ซึ่งหากมีทุนมาก การดำเนินกิจการจะสะดวก,ง่าย,ไปได้เร็ว และได้รับผลกำไรตอบกลับมาเร็วเช่นกัน)?️?#การที่จะเรียกบารมีเก่าของเรามาได้นั้น ซึ่งต้องใช้กำลังของฌานและพลังเยอะมาก การทำด้วยตัวเอง อาจจะเป็นอันตรายถึงขั้นอาจทำให้จิตของท่านแตกได้ ฉะนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลช่วย เหลือไม่ให้มีผลกระทบร้ายๆเกิดขึ้นกับตัวท่านในภายหลัง?️? สิ่งเป็นทิพย์ส่วนหนึ่งจะเข้ามาซึ่งไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากฐานบารมีเก่ามีจำกัด ถ้าหากรับไปหมดในคราวเดียวจะทำให้ท่านควบคุมตัวเองไม่ได้ บางท่านทำมาเยอะจะได้ หูทิพย์ตาทิพย์เจโตปริยญาณเลยก็มี สามารถสื่อสารทางโลกทิพย์ ได้ เห็นเทพ, พรหม, วิญญาณ พูดภาษาทิพย์ได้ การปฏิบัติธรรมหลังจากนี้จะให้ผลเร็วมาก จิตของท่านจะละเอียดขึ้น และจะทำให้ท่านได้รับดวงธรรมมาด้วยซึ่งดวงธรรมนี้ก็เป็นทิพย์เช่นกัน#MAEKHUNOYเทวดาประจำตัวรุ่น 45/2021

Similar Posts

  • แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น

    แม้จิตและจักรวาลมันจะมีทางออกที่วกวนก็ไม่พ้น (จิต+วิญญาณ=การเป็นคน)นี้เช่นกันที่พาออก (จงใช้เวลา) อันแสนสั้นของดวงวิญญาณมนุษย์นี้ ไขกุญแจวิญญาณด้วยมหาปัญญาของผู้รู้เสียก่อนที่จะดับผู้รู้#ทำไมสัญชาตญาณไม่ทำงาน?เราถูกล้างสมองเพราะคิดว่ามันยากเกินไปหรือลึกลับ ดังนั้นเราจึงขาดการติดต่อกับวิธีง่ายๆ ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมาจากบรรพบุรุษของเราโดยธรรมชาติ นั่นหมายความว่าตอนนี้เราต้อง#มองว่ามันเป็นภาษาต่างประเทศและหาวิธีที่จะเรียนรู้มันสัญชาตญาณทำงานอย่างไรในการแตะสัญชาตญาณของเรา ก่อนอื่น เราต้องเลิกใช้วิจารณญาณของเรา และวิธีการที่มีตรรกะและเป็นเส้นตรงที่เราได้รับการสอนให้คิด สัญชาตญาณเป็นสิ่งใหม่สำหรับเราเท่านั้นเพราะเราละเลยมาหลายชั่วอายุคน หากเราคิดว่ามันเป็นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เราสามารถเรียนรู้ใหม่ได้ เรากำลังปล่อยบล็อกสู่การเรียนรู้ นั่นคือถ้าเราไม่คิดว่าเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ เราก็ทำไม่ได้—ไม่ใช่เพราะความสามารถหรือความสามารถ แต่เป็นเพราะเราไม่ใส่ใจการค้นหาว่าความสามารถโดยสัญชาตญาณของเราทำงานอย่างไรเป็นกุญแจสำคัญ เช่นเดียวกับที่บางคนลิ้มรสอาหารว่าเค็มหรือหวานเกินไป ทักษะตามธรรมชาติของแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นกัน#มีความสามารถทางสัญชาตญาณที่จำเป็นสี่ประการ:ครูจะเขียนให้อ่านในลำดับถัดไป๛ครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ผู้เชี่ยวชาญด้านวิญญาณศาสตร์(เทวดาประจำตัว)#?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ (พรหมนาคา) ประจำปี 2564 สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น ปูชนียบุคคล (ประดับเกียรติสดุดี)วชิรนุสรณ์ บุคคลตัวอย่างแห่งชาติประจำปี 2565 สาขา บุคคลผู้ส่งเสริมศาสนาดีเด่น#ทูตวัฒนธรรม (ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ) ประจำปี 2564 โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย สืบสานสู่ประชาคมอาเซียน สาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่นครูผู้คนพบคำตอบในมิติที่ 5 (ญาณบารมี)ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริง มากกว่า 300 ชีวิต(ห้องเรียนเข้าสู่ปีที่ 5)

  • “ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5

    #ศิษย์เดินทิ้งครู” คือสภาวะที่น่าเป็นห่วงที่สุดในทางพลังงานมิติที่ 5 #เพราะไม่ใช่แค่การเลิกติดตามอาจารย์ แต่หมายถึงการที่ศิษย์ “เดินทิ้งความกตัญญูและสัจจะ” จนสายใยบารมีขาดสะบั้น 1. เดินทิ้งเพราะ “อัตตา” (จิตหลงตน) เมื่อศิษย์เริ่มมีบุญหนุนนำ เริ่มทำมาหากินคล่องตัวขึ้น มักจะเกิดความคิดว่า “ฉันเก่งเอง ฉันทำเองได้” จนลืมรากแก้วที่ครูบาอาจารย์เคยช่วยอุดรอยรั่วและชี้ทางทรัพย์ให้#ผลที่เกิด: เมื่อเดินทิ้งครูด้วยใจที่ลำพอง ท่อพลังงานบารมีจะถูกปิดทันที เราจะกลายเป็นคน “บารมีขาด” และเมื่อถึงคราวเคราะห์หรือโดน “มารสอบ” หนักๆ จะไม่มีเกราะป้องกันจนดวงตกอย่างรวดเร็ว 2. เดินทิ้งเพราะ “#ทนคำดุไม่ได้” (สอบตกมารทดสอบ) #ครูบาอาจารย์ที่แท้จริงจะดุศิษย์แรงขึ้นเพื่อไล่ขยะทิพย์ (การนินทา/เพ่งโทษ) ออกจากใจศิษย์ผลที่เกิด: ศิษย์ที่ใจไม่หนักแน่นพอจะเกิดจิตปรามาส รู้สึกน้อยใจหรือเกลียดครู แล้วเดินทิ้งสายธรรมไป การเดินทิ้งในลักษณะนี้คือการเดินเข้าสู่สภาวะ “ญาณบอด” สนิท เพราะเราได้ทิ้ง “กระจกเงา” ที่คอยเตือนภัยให้ตนเอง 3. สภาวะ “เรือล่มเมื่อใกล้ฝั่ง” แม่ครูน้อยมักเตือนว่า ศิษย์ที่เดินทิ้งครูตอนที่ชีวิตกำลังจะรุ่งเรืองที่สุด มักจะเกิดจากเจ้ากรรมนายเวรมาจูงจิตให้เดินออกไปเพื่อให้พ้นจากเขตบุญ ผลที่เกิด: ทรัพย์ที่กำลังจะได้จะหลุดลอยไป สิ่งที่สร้างมาจะพังทลาย เพราะไม่มีกำลังบารมีจากครูบาอาจารย์มาคอยพยุงธาตุในกายและดวงชะตา 4. วิธีแก้ไขหากรู้ตัวว่ากำลัง “เดินหลงทาง” หากเราเคยเดินทิ้งครูไปแล้ว…

  • #ครูที่กล้าเตือน การเตือนคือการ “ทุบเปลือก” เพื่อให้จิตของเราสว่าง

    #ธรรมจากประตู-ครูที่กล้าเตือน ๑๐/๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ “#เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์” ถือเป็นกลุ่มพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพสูงมาก ซึ่งศิษย์และผู้ปฏิบัติธรรมควรทำความเข้าใจเพื่อการวางจิตที่ถูกต้องดังนี้ ผู้พิทักษ์กระแสธรรม: เทวดากลุ่มนี้มีหน้าที่อารักขาพระธรรมและรักษาความบริสุทธิ์ของสายธรรม #ท่านจะทำหน้าที่คัดกรองผู้ที่จะเข้ามาสู่ประตูธรรม หากใครเข้ามาด้วยจิตที่มืดบอด หรือมีเจตนาแฝง ท่านจะสร้างสภาวะ “พลังงานยัน” #ทำให้คนเหล่านั้นอยู่ไม่ได้หรือต้องออกไปจากสายธรรม  บทลงโทษจากการปรามาส หากศิษย์คนใดเกิดจิตดูถูกครูผู้สอน หรือทำตัว อกตัญญู เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์จะปิดกั้นบารมีของศิษย์คนนั้นทันที ส่งผลให้เกิดสภาวะ “ญาณบอด” และ “เงินหนี” เนื่องจากรัศมีธรรมของครูถูกปิดกั้นไม่ให้ส่งถึงศิษย์ การเชื่อมต่อบารมีผ่านครู: เมื่อเรากตัญญูและทำตามคำชี้แนะของครูบาอาจารย์ เทวดาอารักขาของท่านจะเชื่อมต่อกระแสบุญมายัง เทวดาประจำตัว ของเรา ทำให้เทวดาของเรามีกำลังมากขึ้น ส่งผลให้ชีวิตเกิดสภาวะ “พลังงานไหล” และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว พลังแห่งสัจจะ: เทวดาอารักขาครูบาอาจารย์ให้ความสำคัญกับ “สัจจะ” สูงสุด หากศิษย์รักษาสัจจะที่ให้ไว้ต่อหน้าครู ท่านจะช่วยเปิดทางทรัพย์และดึงดูดสิ่งดีงามมาให้เป็นรางวัลทางการปฏิบัติ  #วิธีวางจิตต่อเทวดาอารักขาครูบาอาจารย์ นอบน้อมจากใจ: ไม่ใช่เพียงทางกาย แต่ต้องนอบน้อมจากจิตบันทึกภายใน เพื่อไม่ให้เกิดรอยรั่วทางพลังงาน ขอขมาเมื่อพลาดพลั้ง: หากเผลอคิดลบต่อครู ให้รีบทำพิธีขอขมาเพื่อถอนกรรมปรามาสก่อนที่เทวดาอารักขาจะปิดทางบารมี การเคารพครูบาอาจารย์คือการเคารพเทวดาอารักขาของท่าน ซึ่งเป็นทางลัดที่ทำให้เรา ได้รับการคุ้มครองและหนุนนำในมิติที่สูงขึ้นอย่างเต็มกำลัง  ถ้าครูท่านไม่สื่อสารจากวาจาของท่านผ่านมาให้เรารู้เราจะตื่นรู้ได้เช่นไร #ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ#ข่าวสารและกิจกรรม#ฆราวาสบ้านธรรม#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว#ประตูธรรม๕หนเหนือ#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ #เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://universethailand25.comFacebook : https://www.facebook.com/theangelspiritualYoutube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130Tiktok…

  • ต้องดรอป พลังแวมไพร์

    #ต้องดรอปพลังแวมไพร์ มีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่รู้สึกว่าจำเป็นต้องลดระดับพลังงานของผู้อื่นที่อยู่รอบตัวพวกเขา #เพื่อให้ได้รับความเห็นอกเห็นใจและความรักจากคนรอบข้าง แม้ว่าคนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงได้ #แต่ก่อนอื่นพวกเขาต้องตระหนักว่าพวกเขาเป็นแวมไพร์พลังงาน คุณต้องถอยนะ หากไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงบุคคลเหล่านี้ #และส่งพลังบวกจากระยะไกลให้พวกเขา คุณยังสามารถป้องกันตัวเองจากการดูดพลังงานด้วยการจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในฟองสบู่ขนาดใหญ่ที่ใสสะอาด จากนั้นคุณสามารถส่งพลังงานบวก แต่ขับไล่พลังงานเชิงลบ ลองทำค่ะ

  • ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆ

    ชีวิตในชาติหนึ่งๆ กับทั้งสุขทุกข์ต่างๆเกิดขึ้นเพราะกรรมที่แต่ละตัวตนทำไว้ฉะนั้น ตนเองจึงเป็น ผู้สร้างชาติคือความเกิดและความสุขทุกข์ของตนแก่ตน หรือผู้สร้างก็คือตนเอง แต่มิได้ไปสร้างใครอื่น เพราะใครอื่นนั้นๆ ต่างก็เป็นผู้สร้างตนเองด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่มีใครเป็นผู้สร้างให้ใคร และเมื่อผู้สร้างคือตนสร้างให้เกิดก็เป็นผู้สร้าง ให้ตายด้วย ทำไมผู้สร้างคือตนเองจึงสร้างชีวิตที่เป็นทุกข์เช่นนี้เล่า ปัญหา นี้ตอบว่า #สร้างขึ้นเพราะความโง่ ไม่ฉลาดคือไม่รู้ว่าการสร้างนี้ก็คือสร้างทุกข์ขึ้นถ้าเป็นผู้รู้ฉลาด เต็มที่ก็จะไม่สร้างสิ่งที่เกิดมาต้องตาย

  • อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม

    #อย่าประมาทตนอย่าประมาทข้อธรรม22-1-2022ครูได้มาคัดสรรคขนมไทย #ที่ร้านหอมรัญจวนจ.เชียงราย เพื่อนำไปถวายเป็นภัตตาหารเลี้ยงพระในวันที่ 23 มกราคม ที่วันถ้ำป่าอาชาทอง จ.เชียงราย ซึ่งปีนี้ครูและนักเรียนร่วมเป็นเจ้าภาพซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่ สนับสนุนกองงานศาสนาร่วมซื้อที่ดิน สร้างเขตธุดงค์กรรมฐาน เป็นเงิน50,000 บาท โดยมีท่านนายกกาญจนา(คุณติ๊ก)นายกเทศบาล บ้านหลวงศิริ จ.ชัยภูมิหนึ่งในนักเรียนที่ครูสอน และครูฟอร์ดSchool of life ร่วมชิมขนมและคัดสรรคของคาวหวาน ถวายพระอริยะสงฆ์ในวันออกนิโรธสมาบัติ ครูบาเหนือชัย โฆสิโตซึ่งปีนี้ครูไม่ได้ไปร่วมงานในวันดังกล่าวเพราะติดงานสอน นร.รุ่น 47 คุณติ๊กได้ถามครูว่าเหตุใดแม่ครูรู้ธรรมแล้วด้วยปัญญาเช่นนี้จึงต้องสนทนาธรรมอีก#ครูได้ให้ปัญญาคุณติ๊กว่าบัณฑิตคือผู้เป็นพหูสูตควรคบหาบัณฑิตด้วยกันแม้เราจะเก่งกล้าสามารถแต่ก็ต้องลดตัวเพื่อสอบความรู้ตนเอง ถ้าเราเข้าใจดีแล้วว่า สิ่งที่เรารู้นั้นถูกก็จงกาเครื่องหมายลงในข้อชอบจากนั้นลองหาคู่ธรรมตรวจเครื่องหมายดูให้เราชัดเจนและไม่ประมาทในการใช้ชีวิตด้วยสติบัณฑิตควรมี ธรรม 8 ประการสังฆเภทขันธกะดังนี้1. ฟังคนอื่น2.ทำให้คนอื่นฟังตน 3.คงแก่เรียน 4.ทรงจำดี 5.รู้คำพูดของคนอื่น 6.ทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน 7.ฉลาดในประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ 8.ไม่ชวนทะเลาะโดยเฉพาะหลักธรรมข้อที่ว่าด้วยการฟังคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องไม่ยึดติดความคิดเห็นของตนเป็นที่ตั้ง แต่จะต้องฟังคนอื่นบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะต้องฟังคู่กรณีแห่งความขัดแย้งคงแก่เรียน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องเป็นพหูสูตคือสดับตรับฟังมากในศาสตร์ต่างๆ ซึ่งจะต้องนำมาเป็นข้ออ้างอิง และเกื้อกูลต่อการเจรจาผู้ไกล่เกลี่ยรู้คำพูดของคนอื่น : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีความรู้มีความเข้าใจในภาษา และเนื้อหาที่คู่กรณีแต่ละฝ่ายพูดเป็นอย่างดีว่าหมายถึงอะไรทำให้คนอื่นรู้คำพูดของตน : ผู้ไกล่เกลี่ยจะต้องมีศิลปะในการพูดให้คนอื่นฟังโดยเฉพาะอย่างยิ่งคู่กรณีเข้าใจคำพูดของตนว่า สิ่งที่ตนพูดหมายถึงอะไร ผู้เป็นบัณฑิตทุกคนแม้จะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถแต่ก็ต้องแสดงความรู้ความสามารถของตนให้บัณฑิตผู้รู้เป็นผู้รับฟังในทัศนคติด้วย ครูมีพระอาจารย์สุทธิพงษ์…