สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลาย

สิ่งที่ผู้รู้พระเวทเรียกว่าความไม่เสื่อมสลายที่ผู้เลิกละผู้พ้นแล้วจากปัญหาและความคิดมั่นหันมาฝึกฝนเราจะบอกเจ้าอย่างคร่าวๆถึงวิธีที่จะไปถึงสิ่งนั้น

?? ผู้ปิดทวารทั้งเก้าในกาย
กักจิตไว้ที่จักระหัวใจ
ตั้งพลังชีวิตปราณไว้ในสมองใหญ่
ตั้งจิตมั่นในโยคะ แน่วแน่อยู่ในในพระวัจนะศักดิ์สิทธิ์ แห่งพรหม ระลึกถึงแต่เรา
(บรมวิญญาณ) เมื่อเขาละร่างนี้ ย่อมไปถึงเป้าหมายอันเลิศล้ำนั้น

ผู้มีจิตแน่วแน่ ระลึกถึงเราต่อเนื่องทุกวัน จิตของท่านไม่หันเหไปจากเรา(คือบรมวิญญาณ) ท่านจะเข้าถึงเราได้โดยง่าย

ผู้ภักดีจิตใจหนักแน่น เมื่อ???บรรลุถึงเรา (บรมวิญญาณ) ย่อมเข้าถึงความสำเร็จเลิศล้ำ จะไม่กลับ มาเกิดใหม่ได้แดนทุกข์ไร้ความจีรัง

ผู้ที่ยังไม่พ้นจากโลก จะกลับจากแดนพรหม การรวมเป็นหนึ่งกับพระเจ้าในสมาธิ มาเกิดใหม่ (บนโลกนี้) แต่เมื่อเข้าถึงเราบรมวิญญาณอันประเสริฐท่านจะไม่เกิดใหม่อีกเลย

Similar Posts

  • เราได้รับสัญญาณทุกประเภท

    เราได้รับสัญญาณทุกประเภทจากจักรวาลทุกวันแต่การถอดรหัสและนำไปใช้กับชีวิตประจำวันของเรานั้นค่อนข้างท้าทาย สิ่งที่ยุ่งยากคือคุณอาจไม่รู้จักคำแนะนำในตอนแรกมันอาจจะมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง หรือแม้ว่าคุณจะสังเกตเห็น มันก็ง่ายที่จะทำให้เสียชื่อเสียงว่าเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ จักรวาลไม่ได้ทิ้งคุณและความดื้อรั้นของคุณไว้ให้แห้ง ละเว้นสัญญาณแรกและจักรวาลจะคงอยู่และชัดเจนยิ่งขึ้น มันอาจมาในรูปแบบของอาการทางร่างกาย หรือเหตุการณ์ที่ผลักคุณออกจากเขตสบายของคุณ

  • #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?

    #อุปสรรคใหญ่ของลูกศิษย์ใหม่#ของท่านอาจารย์คืออะไรครับ ?คำตอบหลวงปู่ชา : ทิฐิ ความเห็นและความนึกคิดเกี่ยวกับสิ่งทั้งปวง เกี่ยวกับตัวเขาเอง เกี่ยวกับการปฏิบัติภาวนา เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า หลายๆ ท่านที่มาที่นี่ มีตำแหน่งการงานสูงในสังคมบางคนเป็นพ่อค้าที่มั่งคั่ง หรือได้ปริญญาต่างๆ ครูและข้าราชการ สมองของเขาเต็มไปด้วยความคิดเห็นต่อสิ่งต่างๆ เขาฉลาดเกินกว่าที่จะฟังผู้อื่น เปรียบเหมือนน้ำในถ้วย ถ้าถ้วยมีน้ำสกปรกอยู่เต็มถ้วยน้ำก็ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ เมื่อได้เทน้ำเก่านั้นทิ้งไปแล้วเท่านั้น ถ้วยนั้นก็จะใช้ประโยชน์ได้ ท่านต้องทำจิตให้ว่างจากทิฐิ แล้วท่านจึงจะได้เรียนรู้การปฏิบัติของเรานั้นอยู่เหนือความฉลาดหรือความโง่ #ถ้าท่านคิดว่า..ฉันเก่ง ฉันรวย ฉันเป็นคนใหญ่คนโตฉันเข้าใจพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งทั้งหมด เช่นนี้แล้ว ท่านจะไม่เห็นความจริงในเรื่องอนัตตา หรือความไม่ใช่ตัวตน ท่านจะมีแต่ตัวตน ตัวฉัน ของฉัน แต่พระพุทธศาสนา คือ การละตัวตน เป็นความว่าง เป็นความไม่มีทุกข์ เป็นนิพพาน

  • “ครูเทพครูธรรมไม่รับ”

    ลักษณะของบุคคลที่ “#ครูเทพครูธรรมไม่รับ“ หรือถูกทอดทิ้งในมิติพลังงาน ตามวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย คือกลุ่มคนที่ดวงจิตมี “มลทินหนาเกินเจียระไน” แม้ภายนอกจะดูเหมือนนักบุญ แต่คลื่นความถี่ข้างในกลับขัดแย้ง กับสัจธรรมอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณอันตรายที่บอกว่าโลกทิพย์ปิดประตูใส่คุณแล้ว 1. “คนไร้สัจจะและปลิ้นปล้อน” (The Vow Breaker) ปากรับปากว่าจะปฏิบัติ จะแก้ไข อนุสัย หรือนิสัยเสียๆ แต่ใจกลับกลอก พอพ้นสายตาครูก็กลับไปทำชั่วแบบเดิม นินทา ริษยา หรือขี้เกียจเหมือนเดิม เมื่อ “สัจจะปาก” กับ “สัจจะใจ” ไม่ตรงกัน พลังงานในตัวจะ เน่าเหม็น จนครูเทพครูธรรมทนไม่ได้และถอนกระแสคุ้มครองออกทันที 2. “ศิษย์คิดล้างครู” (The Arrogant Critic) ชอบจับผิดครูบาอาจารย์ เอาธรรมะที่เรียนมาไปเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อเสริม อัตตา ของตัวเองว่าเก่งกว่า รู้ดีกว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ตัดสายใยวิชชา” ด้วยตัวเองอย่างรุนแรงที่สุด โลกทิพย์จะบันทึกรหัสจิตว่าเป็น คนอกตัญญู และจะทำการ คืนพลังหลับ คือไม่ส่งกระแสใดๆ ให้เราอีกเลย 3. “คนทำบุญหล่อเลี้ยงมาร” (The…

  • “เทวดาชั้นสูง”ส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน

    “เทวดาชั้นสูง” หรือเทวดาที่มีสัมมาทิฐิท่านจะลงมาคุ้มครองและส่งเลี้ยงเฉพาะดวงจิตที่มี “รหัสที่ตรงกัน” เท่านั้น⭐️⭐️หากทำตัวแบบที่กล่าวมา(เสียสัจจะ พูดมาก ปั่นป่วนวิชชา หนีกลางคัน) ผลลัพธ์ทางพลังงานคือ!!! ✅✅ รหัส “คลื่นความถี่ไม่ตรงกัน”เทวดาดีๆ ท่านดำรงอยู่ได้ด้วยมวลสารแห่ง“ศีล สัจจะ และความสงบ” เมื่อเราทำตัววุ่นวายหรือไร้สัจจะ คลื่นของเราจะกลายเป็น “มวลสารหยาบ” ซึ่งเทวดาท่านเข้าใกล้ไม่ได้ เหมือนเอาของเหม็นไปวางไว้ข้างคนรักความสะอาด ท่านจึงต้องถอยห่างออกไปโดยปริยาย ✅✅รหัส “การถอนการส่งเลี้ยง”: หน้าที่ของเทวดาผู้รักษาคือการสนับสนุนคนทำดีเพื่อขยายบารมีต่อ หากเราทำตัวเป็น “ท่อรั่ว” หรือสร้างเหตุลบ ท่านจะถือว่าเรา “ปฏิเสธพร” นั้นเอง ท่านก็จะหยุดส่งมวลสารโภคทรัพย์ เพราะส่งมาเท่าไหร่ก็เสียเปล่าและอาจกลายเป็นโทษแก่ตัวเราเอง ✅✅รหัส “ช่องว่างของกฎแห่งกรรม”เมื่อเทวดาดีๆ ท่านคุ้มครองไม่ได้เพราะเราทำผิดกติกา “เกราะแก้ว” จะหายไปทันที กลายเป็นโอกาสให้ “เจ้ากรรมนายเวร” หรือ “พลังงานลบ” เข้ามากระแทกชีวิตได้โดยตรง แบบที่ไม่มีใครช่วยเบี่ยงเบนแรงปะทะให้ ✅✅เหลือเพียง “เทวดาชั้นต่ำ”หรือ “สัมภเวสี”: เมื่อรหัสจิตเราตกต่ำ เราจะดึงดูดได้เพียงพลังงานระดับเดียวกันเข้ามาคุ้มครอง ซึ่งมักจะชักจูงให้เราหลงผิดหนักขึ้น หรือพาไปหาผลประโยชน์ที่ฉาบฉวยแต่แฝงด้วยความพินาศในภายหลังครับ การที่เทวดาไม่คุ้มครอง ไม่ใช่เพราะท่านใจร้าย แต่เป็นเพราะ “เราทำตัวให้ท่านช่วยไม่ได้”การรักษาเทวดาไว้กับตัว จึงเริ่มที่การรักษา “สัจจะและจิตสำนึก”…

  • ไขรหัส

    #ไขรหัส มองเข้าไปข้างในเพื่อค้นหาความจริงคุณจะไม่มีวันค้นพบความจริงว่าคุณเป็นใครหรือมาจากไหน #โดยอาศัยมุมมองของคนอื่น โดยไม่คำนึงถึงพรสวรรค์ของพวกเขา ทำงานกับพระเจ้าของคุณเองเท่านั้น ของขวัญของคุณจะสอดคล้องและให้ข้อมูลที่คุณไม่สามารถหาได้จากผู้อื่น หยุดแสวงหาการตรวจสอบจากคนรอบข้าง หยุดรอให้คนอื่นรักษาคุณ ไม่มีสิ่งใดที่คนคนหนึ่งรักษาอีกคนหนึ่งได้จริงๆ ผู้รักษาจะให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติหรือความถี่ของการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยให้คนอื่นรักษาตัวเองได้เท่านั้น คุณมักจะรักษาตัวเองและทำให้ตัวเองป่วยอยู่เสมอ เมื่อความสมดุลเปลี่ยนไปสู่สภาวะที่มีการสั่นสะเทือนสูง โรคจะไม่เข้าสู่ร่างกายของคุณอีก #พูดกับโครงสร้างเซลลูลาร์ของคุณและดูการตอบสนอง ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดอยู่ในตัวคุณที่ควบคุมสุขภาพทั้งหมดของคุณเป็นหน่วย ไม่ใช่แค่ด้านเดียว ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดประกอบด้วย DNA หลายล้านล้านชิ้น #ที่ได้ยินทุกสิ่งที่คุณตั้งใจและตอบสนองตามนั้น คุณคิดว่าการทุเลาโดยธรรมชาติเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่? นั่นคือ DNA ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในเสี้ยววินาที และมันเกิดขึ้นตลอดเวลา DNA ของคุณ กำลังรอให้คุณกลายเป็นควอนตัม เช่นเดียวกับที่เป็นควอนตัม  DNA ของคุณไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดกับคุณ #มันเข้าใจสิ่งที่คุณพูดกับตัวเอง คุณเป็นผู้รักษาที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นครูที่ดีที่สุดของคุณ คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง และทุกสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ตระหนักว่า DNA ของคุณสามารถขยายตัวเองได้ในรูปแบบที่สะท้อนถึงทุกสิ่งที่คุณคิด รู้สึก และกระทำในชีวิตประจำวันของคุณ สุขภาพและโรคทั้งหมดเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดนี้ก่อน  ใช้เวลา ไตร่ตรอง หรือไตร่ตรองว่าคุณเป็นใครและกำลังจะไปที่ใด เดินเล่นในธรรมชาติและสื่อสารกับลมหายใจของคุณและ แม่ธรรมชาติ เอง มีปัญญามากมายอยู่ที่นั่นและรอฟังจากท่านอยู่ #คุณเป็นที่รักมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว