มองเข้าไปข้างในเพื่อค้นหาความจริง

?️?#มองเข้าไปข้างในเพื่อค้นหาความจริง
คุณจะไม่มีวันค้นพบความจริงว่าคุณเป็นใครหรือมาจากไหนโดยอาศัยมุมมองของคนอื่น
โดยไม่คำนึงถึงพรสวรรค์ของพวกเขา
ทำงานกับพระเจ้าของคุณเองเท่านั้น ของขวัญของคุณจะสอดคล้องและให้ข้อมูลที่คุณไม่สามารถหาได้จากผู้อื่น

?หยุดแสวงหาการตรวจสอบจากคนรอบข้าง
?หยุดรอให้คนอื่นรักษาคุณ ไม่มีสิ่งใดที่คนคนหนึ่งรักษาอีกคนหนึ่งได้จริงๆ

ผู้รักษาจะให้เมล็ดพันธุ์แห่งสติหรือความถี่ของการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยให้คนอื่นรักษาตัวเองได้เท่านั้น คุณมักจะรักษาตัวเองและทำให้ตัวเองป่วยอยู่เสมอ เมื่อความสมดุลเปลี่ยนไปสู่สภาวะที่มีการสั่นสะเทือนสูง #โรคจะไม่เข้าสู่ร่างกายของคุณอีก

?️?#พูดกับโครงสร้างเซลลูลาร์ของคุณและดูการตอบสนอง ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดอยู่ในตัวคุณที่ควบคุมสุขภาพทั้งหมดของคุณเป็นหน่วย ไม่ใช่แค่ด้านเดียว ระบบร่างกายที่ชาญฉลาดประกอบด้วย DNA หลายล้านล้านชิ้น ที่ได้ยินทุกสิ่งที่คุณตั้งใจและตอบสนองตามนั้น คุณคิดว่าการทุเลาโดยธรรมชาติเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่? นั่นคือ DNA ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ในเสี้ยววินาที และมันเกิดขึ้นตลอดเวลา

DNA ของคุณ กำลังรอให้คุณกลายเป็นควอนตัม เช่นเดียวกับที่เป็นควอนตัม DNA ของคุณไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดกับคุณ #มันเข้าใจสิ่งที่คุณพูดกับตัวเอง คุณเป็นผู้รักษาที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นครูที่ดีที่สุดของคุณ คุณคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ดีที่สุดของคุณ คุณเป็นส่วนหนึ่งของทุกสิ่ง และทุกสิ่งเป็นส่วนหนึ่งของคุณ ตระหนักว่า DNA ของคุณสามารถขยายตัวเองได้ในรูปแบบที่สะท้อนถึงทุกสิ่งที่คุณคิด รู้สึก และกระทำในชีวิตประจำวันของคุณ สุขภาพและโรคทั้งหมดเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดนี้ก่อน

?️? ใช้เวลา ไตร่ตรอง หรือไตร่ตรองว่าคุณเป็นใครและกำลังจะไปที่ใด เดินเล่นในธรรมชาติและสื่อสารกับลมหายใจของคุณและ แม่ธรรมชาติ เอง มีปัญญามากมายอยู่ที่นั่นและรอฟังจากท่านอยู่

#คุณเป็นที่รักมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้

Similar Posts

  • ธรรมชาติของบรมวิญญาณและบรมวิญญาณของธรรมชาติ

    ธรรมชาติของบรมวิญญาณและบรมวิญญาณของธรรมชาติ#จงฟังว่าเจ้าจะหยั่งรู้ เราได้อย่างไรเมื่อจิตเอิบอาบอยู่ในเรามีเราเป็นที่พึ่งฟังไว้เถิดว่าเจ้าจะหยั่งรู้เราได้บริบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัยอยากรู้เราด้วยคุณลักษณะและอำนาจทั้งหมดของเราได้อย่างไรเราจะบอกเจ้าให้หมดสิ้นทางปัญญาตามทฤษฎีและปัญญาญาณที่อาจ รู้ได้ด้วยสหัชญาณหยั่งรู้ เมื่อเจ้าเข้าถึงปัญญานี้แล้วไม่มีสิ่งใดในโลกที่เจ้าจะไม่รู้ในหมู่ผู้คนนับล้านอาจมีเพียงคนเดียวที่ขวนขวายไปสู่จิตวิญญาณ แต่ในบรรดาผู้แสวงหาแท้จริงที่พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อถึงเราบางทีอาจมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเราตามที่เราเป็น เพราะบรมวิญญาณอยู่ในธาตุดินน้ำลมและไฟเมื่อเจ้าเข้าไม่ถึงเจ้าก็ไม่มีทางพบ บรมวิญญาณหลังจากเวียนเกิดเวียนตายมาหลายภพชาติผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงเราและหยั่งรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ทั่วแต่ผู้รู้แจ้งเช่นนี้หาได้ยากนักCamp 45/2021#MAEKHUNOY

  • #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้?

    #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้? #เมื่อพระบารมีในตัวเรากดวิญญาณเราให้รู้ตนและก้มกราบให้วิญญาณเรายอมรับความจริงในสิ่งที่ถูกรู้  วันนี้ผมพบคำตอบแล้ว  ผมนั่งดูท่านสื่อสอนแต่ละครั้งและท่านก็บอกว่าท่านไม่มีลูกศิษย์ ผมก็ตั้งคำถามมาตลอดว่าท่านสอนปัญญาตื่นรู้ขนาดนี้นำพาให้ดวงวิญญาณทั้งหลายได้เจอเทวดาได้ขนาดนี้เพราะอะไรคนเหล่านั้นจึงไม่ศึกษาตนเองในทางนี้ผมเห็นการสอนออนไลน์ของท่านกับการพบพานท่าน ….#ห่างไกลกันเหลือเกิน ท่านสามารถแสดงของยากให้เป็นของง่ายได้และสามารถเล่นกับทุกคนได้โดยไม่ถือตนของตนเอง #วันนี้ผมพบคำตอบแล้วหากคุรุเจอนักเรียนที่ต้องการฝึกจริงๆ ผู้ที่มีการคืนชีพอย่างแท้จริง คุรุไม่ควรซับซ้อนเกินไปกับทุกประเภทของคําและวลีและภาษา เขาหรือเธอควรจะเป็น อย่างที่ชาวทิเบตกล่าวว่า“เหมือนเป็ดแยกนม ”(เชื่อกันว่าถ้าผสมน้ํากับนม เป็ดจะกินแต่นมเท่านั้น ) อีกนัยหนึ่ง #คุรุควรเข้าประเด็น  เพราะการเข้าประเด็นของแม่ครูชี้ตรงลงจิตนี้เองจึงทำให้หลายคนไม่ยอมรับความเป็นจริงของตนเอง #และที่ผมได้พบเห็น  แม่ครูท่านนี้ไม่สอนนักเรียนที่ขี้เกียจและไม่ฝึกฝนนักเรียนที่ไม่สนใจคำสอนและนักเรียนที่พูดเรื่องไร้สาระมากท่านไม่ได้รับงานสอนนักเรียนประจำทุกคน สิ่งที่ผมพบเงินซื้อท่านไม่ได้ #วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าผมเป็นอีกหนึ่งคนที่เจอครูเพชรน้ำเอกแห่งสยามประเทศ #แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

  • บารมีเต็ม

    #ธรรมชั้นครู ๑๖/๑/๖๙ “บารมีเต็ม” ไม่ได้หมายถึงการต้องไปทำบุญด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่หมายถึงสภาวะที่ดวงจิตของคุณมี “กำลังภายใน” บริสุทธิ์จนถึงขีดสุดที่จะดึงดูดปาฏิหาริย์และทรัพย์ใหญ่ได้ #โดยมีเครื่องหมายยืนยันดังนี้ 1. ภาชนะใจ “ไม่มีรอยรั่ว” บารมีจะเต็มได้ ต้องเริ่มจากการ “หยุดทำให้พร่อง” คนที่บารมีเต็มคือคนที่อุดรอยรั่วจากการนินทา การเพ่งโทษ และการปากไม่ตรงกับใจได้สนิท เมื่อไม่มีรอยรั่ว บุญเพียงเล็กน้อยที่เราทำจะสะสมจนเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตที่เคย “ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ” กลายเป็น “ทำนิดเดียวแต่ได้มหาศาล” 2. “สัจจะบารมี” เป็นตัวขับเคลื่อน เครื่องหมายของคนที่บารมีเต็ม คือ การมีวาจาสิทธิ์ เมื่อเรารักษาสัจจะจนเป็นนิสัย พลังงานในตัวคุณจะมีกำลังสูงมาก (High Frequency) #จนเทวดาประจำตัวสามารถรับคำสั่งและหนุนนำเราได้ทันทีที่อธิษฐาน นี่คือการมี “บารมีสั่งการ” ในมิติทิพย์ 3. สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นปกติคนบารมีเต็มจะมีจิตที่อยู่เหนือมารทดสอบ แม้เจออุปสรรคใจก็ยัง เบา สบาย ไม่ฟูไม่แฟบ เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างคือบททดสอบบารมี เมื่อใจนิ่งและสว่างบารมีจะยิ่งควบแน่น #กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสทองเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา 4. พลังความ “กตัญญู” ที่ใสสะอาด บารมีจะเต็มบริบูรณ์ได้ต้องมี “สายใยพลังงาน”…

  • เมื่ออัตตานั้นตายจากคุณมีคนฉลาดถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตาย ?

    #เมื่ออัตตานั้นตายจากคุณมีคนฉลาดถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากความตาย ? “คุณจะไม่หลุดพ้น เพราะคุณจะจากโลกนี้ไปด้วยรูปแบบนิสัยที่ไร้สติของคุณ นั่นคือพาหนะสําหรับ จิตใต้สำนึกหรือ จิตวิญญาณของแต่ละบุคคล จิตที่ขาดสติของคุณจะอยู่กับคุณ คุณจะยังคงเป็นรายบุคคลเพราะคุณมีรูปแบบทางกายของแต่ละบุคคลซึ่งได้รับการสร้างขึ้นจากรูปแบบนิสัย ความประทับใจ ความปรารถนา และแรงจูงใจของคุณ นิสัยของแต่ละบุคคลไม่เหมือนนิสัยของคนอื่น คุณแตกต่าง ไม่ใช่เพราะความคิดที่แตกต่าง แต่เพราะพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ความต้องการที่แตกต่างกัน แรงจูงใจ ความประทับใจ จากนั้นคุณก็พัฒนารูปแบบนิสัยการปลดปล่อยทางจิตวิญญาณบรรดาผู้ที่หัวใจของพวกเขาได้รับการเจาะลึกโดยการดํารงอยู่ตลอดกาลของ อัตตมันเป็นอมตะ ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของคุณกับความไม่สนใจที่ไม่ประมาทนั้น การพลัดพราก คือความตายที่หลอกหลอนคุณ ความกลัวเข้าไปในหัวใจ แต่ถ้าหลังจากการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง คุณถอนรากและทิ้งตัวตนนั้นซึ่งเป็นความหลงลืมของตนเอง แล้วคุณจะบรรลุชีวิตอมตะ ผู้ที่อีโก้ของพวกเขาเสียชีวิตได้เข้าถึงสภาพความเป็นอมตะแล้ว พวกที่โง่เขลาที่มีอีโก้ที่พองตัวนั้นตายแล้วจริง ๆ ความตายไม่มีอะไรอื่นนอกจากความหลงผิดที่เพิ่มขึ้นโดยการนําร่างมนุษย์ต่างดาวเป็น ‘ฉัน’ ในขณะที่ความเป็นอมตะไม่มีอะไรนอกเหนือจากความสุขของตนเอง สติที่ปราศจากความแตกต่างซึ่งรวมกับคุณเมื่อความหลงผิด (อัตตา) นั้นตาย พระครูสันติวนานุรักษ์ (ชูชาติ อภิวฑฺฒโน)เจ้าคณะตำบลดงประคำ เขต ๑เจ้าอาวาสวัดพุทธสถานสันติวัน จ.พิษณุโลก (เยี่ยมชมประตูธรรม๕หนเหนือ)

  • สภาวะ ที่ “จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง”

    ธรรมชั้นครู ๗/๑/๖๙ #บันทึกโดยแม่ครูน้อย สภาวะ ที่ “#จิตไร้สำนึกเสีย” หรือ “บันทึกจิตพัง” หมายถึง การที่ดวงจิตถูกสะสมด้วยคลื่นความถี่ต่ำและข้อมูลลบ (Toxic คลื่น) มายาวนานจนกลายเป็นโปรแกรมอัตโนมัติที่คอยขัดขวางความเจริญของชีวิต นี่คือลักษณะของสภาวะนี้และวิธี “ชุบพลังใหม่” ให้กลับมาเป็นปกติ1. สัญญาณที่บอกว่า “จิตไร้สำนึก” ของเราเริ่มเสีย#ทำผิดซ้ำซาก: แม้ใจจะรู้ว่าไม่ดี แต่จิตใต้สำนึกจะสั่งให้ทำเรื่องเดิมๆ เช่น ผิดสัจจะบ่อยครั้ง หรือเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจผู้มีพระคุณ ดึงดูดแต่เรื่องร้าย: จิตที่เสียจะส่งคลื่นความถี่ต่ำออกไปดึงดูดวิบากกรรมลบ ทำให้ เงินหนี เจอแต่อุปสรรค และคนโกงเข้ามาในชีวิตอาการ “#ญาณบอด” รุนแรง: ไม่สามารถแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ มักจะมองความปรารถนาดีของครูบาอาจารย์เป็นการตำหนิจนเกิดอาการ #เกลียดครูเพราะครูรู้ทัน ร่างกายรับผลกระทบ: มีอาการเหนื่อยล้า ปวดหัว หรืออึดอัดแน่นหน้าอกบ่อยครั้ง เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ #พลังยัน 2. #สาเหตุที่ทำให้จิตไร้สำนึกเสียการเพ่งโทษและนินทา: การเก็บเอาขยะพลังงานของผู้อื่นมาไว้ในจิตตนเองเป็นเวลานานการอกตัญญูและดูถูกครู: เป็นการทำลายโครงสร้างพลังงานที่สะอาดในดวงจิตอย่างรุนแรงการบันทึกอารมณ์ลบก่อนนอน: ทำให้จิตใต้สำนึกนำเรื่องร้ายไปขยายผลตลอดทั้งคืน 3. วิธีซ่อมแซมและ “ชุบพลังใหม่”แม่ครูน้อยเน้นย้ำว่า แม้จิตจะเสียเพียงใด ก็สามารถกู้คืนได้ในปี 2026 ด้วยกระบวนการนี้ขออโหสิกรรมถอนรากถอนโคน: ทำพิธีขอขมาต่อพระรัตนตรัย พ่อแม่…

  • การคัดกรองคนเข้ามาในชีวิต คัดกรองด้วยระดับพลังงาน

    #การคัดคนเข้าชีวิตไม่ใช่ เรื่องของการเลือกที่ฐานะหรือหน้าตา แต่คือการ “#คัดกรองด้วยระดับพลังงาน” เพื่อป้องกันไม่ให้คนที่มีคลื่นความถี่ ต่ำมาดึงดวงชะตาหรือสร้างรอยรั่วทางบุญให้เรา 1. คัดคนด้วย “สัจจะ” (เสาสัญญาณ) ในปี 2026 นี้ #พลังของสัจจะรุนแรงมาก วิธีสังเกต: หากใครที่พูดแล้วไม่ทำ รับปากพล่อยๆ หรือผิดนัดเป็นประจำ คนเหล่านี้มีคลื่นพลังงานที่แตกพร่าการตัดสินใจ: #ไม่ควรให้คนไม่มีสัจจะเข้ามาเป็นหุ้นส่วน หรือคนสนิท เพราะเขาจะนำสภาวะ “งานติดขัด” และ “พลังงานรวน” มาสู่ชีวิตคุณ 2. คัดคนด้วย “วาจา” (หยุดคนนินทา)คนที่มีนิสัย นินทาและเพ่งโทษ คือคนที่มี “ขยะทิพย์” หนาแน่น วิธีสังเกต: หากใครเข้าหาเราแล้วเริ่มบทสนทนาด้วยการว่าร้ายผู้อื่น หรือจับผิดครูบาอาจารย์ ให้รู้ทันทีว่าเขากำลังนำ “รอยรั่ว” มาแบ่ง ให้เรา การตัดสินใจ: ให้รักษาระยะห่างทันที เพราะหากเราร่วมวงนินทาด้วย บารมีที่เราสะสมมาจะรั่วไหลออกไป และเกิดสภาวะ ญาณบอด ตัดสินใจอะไรก็พลาด 3. คัดคนด้วย “ความกตัญญู” (รากแก้ว) ความกตัญญูคือเครื่องบ่งบอกถึง “ท่อพลังงาน” ที่สะอาด…