7 กฏจิตวิญญาณของความสำเร็จ

⭐️#กฎของศักยภาพที่บริสุทธิ์
(The Law of Pure Potentiality)
ใช้เวลาอยู่เงียบๆ แค่อยู่ฝึกสมาธิ ครั้งละ 30 นาที 2 ครั้งต่อวัน สังเกตปรัชญาในชีวิตต่างๆอย่างเงียบ. ฝึกการที่จะไม่ตัดสิน
(practice non-judgement)

⭐️#กฎของการให้
(The Law of Giving)
แต่ละวัน ให้ของขวัญกับใครก็ตามที่คุณเจอ อาจจะเป็น คำชม หรือ ดอกไม้รับของขวัญอย่างยินดีให้รักษาความมั่งคั่งให้หมุนเวียนโดยการให้และรับ ความห่วงใย ความชอบพอ ความซาบซึ้งเห็นคุณค่า และ ความรัก ระหว่างกัน

⭐️#กฎของกรรม
(The Law of Karma)
ทุกๆการกระทำจะสร้างแรงหรือพลังงานที่จะย้อนกลับมาในลักษณะคล้ายๆกันการเลือกการกระทำที่จะนำความสุขและความสำเร็จไปให้ผู้อื่น จะเป็นการรับรองว่าจะมีกระแสของความสุขและความสำเร็จกลับมาหาคุณ

⭐️#กฎของการพยายามน้อยที่สุด
(The Law of Least Effort)
ยอมรับผู้คน สถานะการณ์ เหตุการณ์ ต่างๆ ในแบบที่เป็นมีความรับผิดชอบต่อสถานะของคุณ ต่อเหตุการณ์ทุกๆอย่างที่อาจจะเป็นปัญหาปล่อยวางความต้องการที่คุณจะเถียงอธิบายมุมมองของคุณ

⭐️#กฎของความมุ่งมั่น
(The Law of Intention and Desire)
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในทุกๆความมุ่งมั่นปรารถนา คือ กลไก สำหรับการเติมเต็มเขียนรายการของสิ่งที่คุณปรารถนาเมื่อสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคิด ให้เชื่อว่ามันมีเหตุผลของมัน

⭐️#กฎของการปล่อยวาง
(The Law of Detachment)
ยอมให้ตัวคุณเองและคนอื่นๆมีอิสระที่จะเป็นตัวของตัวเองอย่าบังคับทางออก ให้ทางออกมันเกิดขึ้นมาแบบของมันความไม่แน่นอนเป็นสิ่งจำเป็น และ มันเป็นเส้นทางไปสู่อิสรภาพของคุณ

⭐️#กฎของธรรมะ
(The Law of Dharma)
#ค้นหาตัวตนภายในที่สูงกว่าของคุณเอง
ค้นหาความสามารถที่พิเศษของคุณ
ถามตัวเองว่าคุณจะสามารถช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ดีที่สุดอย่างไรการใช้ความสามารถพิเศษของคุณในการช่วยเหลือผู้อื่นจะนำมาซึ่ง ความสุขใจ และ ความ สมบูรณ์

⭐️ไว้วางใจทั้ง 7 กฏ

#MAEKHUNOY

Similar Posts

  • วันแต่ละวันเราทำสิ่งใดกันบ้าง

    2 ม.ค.2022วันนี้เรามอบสิ่งของให้กับพี่น้องชาวบ้าน บ้านกุดบวก และบ้านกองแหะจ.เชียงใหม่ #วันแต่ละวันเราทำสิ่งใดกันบ้าง#ในตอนเช้าคุณตื่นขึ้นและกล่าวคำอธิษฐานสั้นๆ แล้วกินข้าวไปทำงาน ถัดมาคือช่วงพักกลางวัน ทำงานมากขึ้น และถึงเวลาอาหารเย็น และทำกิจกรรมต่างๆ ที่เปล่าประโยชน์ และอีกไม่นานคุณก็จะเข้านอน #เหมือนเดิมทุกวัน! และทุกวัน เจตจำนงของคุณถูกทำลายโดยนิสัยและสิ่งแวดล้อมของคุณ #ทำไมคุณถึงอนุญาตสิ่งนี้ คุณขอโทษตัวเองและพูดว่า “สักวันหนึ่ง ฉันจะพยายามทำสิ่งที่ฉันรู้ว่าควรทำ” แต่วันนั้นอาจไม่มีวันมาถึง ทำไมต้องจำกัดความสามารถของคุณไว้ที่สุภาษิตที่ว่า “อย่ากัดกินมากเกินกว่าที่คุณจะเคี้ยวได้”? อย่าทำตัวไร้ประโยชน์ ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

  • แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)

    แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)#จากรุ่นสู่รุ่น#คุณควรจะเป็นคนหงุดหงิด การปฏิบัติธรรมเป็นธุรกิจที่น่าหงุดหงิด สิ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เริ่มต้น #มักจะล้มเหลวในการตระหนักคือความไม่พอใจ#เป็นสัญญาณของความสําเร็จของเรา การขาดสมาธิ ความทุ่มเทหรือแรงบันดาลใจที่มากเกินไปอาจเป็นเพียงสิ่งที่คุณจําเป็นต้องใช้ความพยายามพิเศษในการปรับแต่งการฝึกฝนของคุณอย่างเต็มที่อีกทางเลือกหนึ่ง แน่นอนมันอาจทําให้คุณล้มไปในทิศทางอื่น ๆ และหยุดคุณฝึกฝนทั้งหมด#สิ่งล่อใจที่คุณต้องต่อต้านทุกค่าใช้จ่ายจําไว้เสมอว่า #ความไม่พอใจกับเส้นทางจิตวิญญาณและความเครียดในระหว่างการฝึกฝนของคุณ#มักเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณกําลังเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

  • ความตั้งใจเป็นสิ่ง สำคัญหากคุณต้องการทำให้ ความฝันของคุณเป็นจริง

    #ความตั้งใจเป็นสิ่งสำคัญหากคุณต้องการทำให้ความฝันของคุณเป็นจริง เมื่อเราตั้งเป้าหมาย เราขอให้จักรวาลนำทางเราไปสู่เป้าหมายของเรา เราขอเลื่อนตำแหน่งความสัมพันธ์ใหม่หรือบ้านในฝัน เหตุผลใหญ่ว่าทำไมผู้คนล้มเหลวที่จะประจักษ์ในสิ่งที่พวกเขาต้องการเป็นเพราะพวกเขาไม่เคยตั้งใจจริงเพื่อความฝันของพวกเขาให้เป็นจริงขึ้นมา พวกเขาเชื่อว่าความปรารถนาของพวกเขานั้นเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปไม่ได้ดังนั้นพวกเขาจึงไม่เคยแม้แต่จะขอด้วยซ้ำ #เราเคยมีความผิดในเรื่องนี้ในอดีตของเรา มีหลายสิ่งที่เราอยากได้และไม่คิดว่าตัวเองจะมี ดังนั้นเราจึงไม่เคยใส่ใจที่จะขอมัน #อย่างไรก็ตามเมื่อเราไม่ขอสิ่งที่เราต้องการ เราจะไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ! ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไม่ขอผ้าเช็ดปากจากพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหาร คุณก็อาจจะไม่ได้ผ้าเช็ดหน้ามา หากคุณหลงทางโดยสมบูรณ์และไม่ถามทาง คุณอาจจะหลงทาง สิ่งเดียวกันนี้ได้ผลสำหรับจักรวาล – ถ้าคุณไม่ขอสิ่งที่คุณต้องการ มันก็จะไม่มีวันมา! ดังนั้น หากคุณมีความปรารถนาใดๆ (ไม่ว่าจะมากหรือน้อย) ให้เริ่มตั้งเป้าหมายให้เป็นจริง! ต่อไปนี้เป็นกลยุทธ์เจ็ดประการในการขอสิ่งที่คุณต้องการจากจักรวาล 1. #ถามสิ่งแรกในตอนเช้า!นี่เป็นวิธีที่เราชอบในการตั้งเป้าหมายเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เมื่อคุณตื่นนอนครั้งแรก ให้ขอพรสำหรับวันของคุณสักสองสามข้อ บางทีคุณอาจต้องการนำเสนอผลงานที่ยอดเยี่ยมในที่ทำงาน ดูดีที่สุดหรือเพียงแค่สนุก ทันทีที่คุณตื่นขึ้น ให้ทำเป็นนิสัยขอบางสิ่งที่คุณต้องการ 2. #นั่งสมาธิในความตั้งใจของคุณการนั่งสมาธิเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการจดจ่อกับความตั้งใจ ขณะนั่งหรือนอนลงกับตาของคุณปิดมุ่งเน้นการหายใจของคุณไม่กี่นาทีเพื่อล้างใจของคุณ เมื่อความคิดของคุณเป็นศูนย์และปราศจากความคิดที่แข่งกัน ให้จินตนาการว่าความปรารถนาของคุณเป็นจริงและขอให้จักรวาลช่วยนำทางคุณไปสู่เป้าหมาย 3.#รับทุกความปรารถนา?? โอกาสที่คุณพบทำเช่นนี้ทุกวันวันละหลายครั้ง เมื่อไหร่ก็ตามที่นาฬิกาบอกเวลา 11:11 น. เห็นดาวตกหรือผ่านบ่อน้ำขอพร จงใช้เวลาสักครู่เพื่อนึกถึงความปรารถนาอย่างรวดเร็ว ใช้โอกาสเหล่านี้ทุกครั้งที่แสดงตัวเพื่อเริ่มแสดงความปรารถนาออกไปและเริ่มแสดงสิ่งที่คุณต้องการมากขึ้น บ่อยครั้งที่เราเก็บความปรารถนาของเราไว้สำหรับบางสิ่งที่ใหญ่กว่า แต่คุณสามารถตั้งความตั้งใจได้มากเท่าที่คุณต้องการ – ทำไมไม่ขอเพิ่มล่ะ 4. #เขียนความตั้งใจของคุณลงไปการเขียนความตั้งใจของคุณเป็นอีกกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยม เขียนเป้าหมายของคุณลงในบันทึกส่วนตัว หรือเก็บ “ความปรารถนา” ไว้ในขวดโหล?? พบว่าการเขียนเป้าหมายและความปรารถนาของเราลงไปและเก็บมันไว้สักระยะหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่สนุกมาก…

  • จิตไม่ผูกพัน

    #จิตที่ไม่ผูกพัน ไม่ใช่การเพิกเฉยหรือไร้ความรู้สึก แต่คือสภาวะขั้นสูงของการบริหารพลังงานในมิติที่ 5 #เพื่อรักษาบารมีไม่ให้รั่วไหล ดังนี้ การก้าวข้าม “มารทดสอบ” (Non-Attachment) จิตที่ผูกพันมักนำไปสู่ความคาดหวัง เมื่อไม่ได้ดั่งใจจะเกิดความเกลียดหรือความโกรธ (เช่น การเกลียดครูผู้สอน หรือไม่ชอบสไตล์ครู) แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะมองทุกอย่างเป็น “สมมติ” และ “หน้าที่” ทำให้ใจนิ่ง สงบ และไม่เกิด พลังงานยัน กับคำสอนหรือสถานการณ์รอบข้าง การปิด “รอยรั่วทางบุญ” ความผูกพันที่มากเกินไปมักนำมาซึ่งความกังวลและการเพ่งโทษผู้อื่น ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ พลังงานรั่ว ได้ง่ายที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันจะรักษาความสะอาดของสนามพลังงานไว้ได้ เพราะใจจะจดจ่ออยู่กับการ “#บันทึกจิตใหม่” ของตนเองมากกว่าการส่งจิตออกนอกไปยึดติดกับบุคคลหรือสิ่งของ สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เมื่อจิตไม่ผูกพัน ใจจะเข้าสู่สภาวะว่างและเบา ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ตรงกับ เทวดาประจำตัว ทำให้พลังงานกุศลและ ทรัพย์ทางพลังงาน ไหลเข้าสู่ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอะไรอุดตัน กตัญญูโดยไม่ยึดมั่น แม้จะมีความกตัญญูสูง แต่จิตที่ไม่ผูกพันจะทำหน้าที่ตอบแทนพระคุณด้วยสัจจะและเมตตา โดยไม่ยึดมั่นว่าผู้นั้นต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ #สภาวะนี้จะช่วยให้บารมีเปิดกว้างที่สุดเพราะไม่มีอัตตามาคั่นกลาง เตรียมพร้อมสำหรับ “#วันที่จากลา” การฝึกจิตที่ไม่ผูกพันช่วยให้เมื่อถึงวาระที่ต้องพลัดพราก จิตจะไม่เศร้าโศกจนเสียระบบพลังงาน แต่จะสามารถอุทิศกุศลและส่งพลังงานบริสุทธิ์ให้แก่กันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด #จิตที่ไม่ผูกพันคือการ “ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด…

  • การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม”

    ๒๘/๑/๖๙ การ “ใช้กิเลสในการบรรลุธรรม” ฟังดูย้อนแย้ง แต่ในทางปฏิบัติขั้นสูง (เช่น แนวทางวัชรยาน หรือการเจริญสติแบบวิปัสสนา) กิเลสคือ “#เชื้อเพลิง” ชั้นดีที่ทำให้เกิดการตื่นรู้ #หากไม่มีกิเลสเราก็ไม่มีอะไรให้เรียนรู้เพื่อจะหลุดพ้น นี่คือวิธีการเปลี่ยน “พิษ” ของกิเลส ให้กลายเป็น “ยา” แห่งปัญญา 1. กิเลสคือ “ครู” ที่สอนอริยสัจ หนทางบรรลุธรรมเริ่มต้นที่การ “กำหนดรู้ทุกข์”ถ้าไม่มีกิเลส (ความโลภ ความโกรธ ความหลง) เราก็จะไม่เห็น “ความบีบคั้น” (ทุกข์) ในใจ เมื่อกิเลสเกิดขึ้น ให้จ้องมองความทุกข์ที่มันสร้างขึ้นมาอย่างชัดๆ จนจิตมัน “เข็ด” และเห็นความจริงว่า “การมีกิเลสนั้นเป็นภาระ” การบรรลุ: เกิดขึ้นเมื่อจิตเห็นโทษของกิเลสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกิดการ “คลายความกำหนัด” (วิราคะ) และปล่อยวางไปเองโดยธรรมชาติ 2. ใช้กิเลสเป็น “เป้านิ่ง” ของสติ การฝึกจิตที่ไม่มีกิเลสเลยเหมือนการซ้อม ชกมวยกับลม แต่การฝึกกับกิเลสคือการลงสนามจริง วิมุตติ (ความหลุดพ้น) ไม่ได้เกิดจากการที่กิเลสหายไปหมดโลก แต่เกิดจาก “การที่กิเลสทำอะไรจิตไม่ได้” ทุกครั้งที่กิเลสมา…

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…