อย่ากลัวความรู้สึก

#อย่ากลัวความรู้สึก#เรากลัวความรู้สึกของตัวเองเราต่อสู้กับพวกเขา เพราะเราไม่เคยได้รับการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพวกเขาและเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าจากการทำเช่นนั้น ?️? #เป็นผลให้พวกเขากลับมาหาเราเรื่อยๆทำให้เราหมดพลังงานซึ่งเสียไปในการตัดสินใจต่อสู้และหนีเป็นความจริงที่ความรู้สึกจะไม่คงอยู่ แต่ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ความรู้สึกเหล่านั้นจะย้อนกลับมาเสมอตราบเท่าที่คุณไตร่ตรองและเรียนรู้จากพวกเขา#คำนึงถึงความรู้สึกของคุณ#เมื่อคุณประสบกับพวกเขา ให้พวกเขาเข้ามาและครุ่นคิด เพื่อให้คุณเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังสื่อสารถึงคุณ?️?#การปล่อยให้ความรู้สึกของคุณแสดงออกมาอย่างเต็มที่ในตัวคุณ เท่ากับคุณหล่อเลี้ยงลูกในตัวคุณส่งเสริมให้ลูกสามารถสื่อสารสิ่งที่รู้สึกผิดโดยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่คุณได้กระทำลงไป (และคุณรู้สึกผิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น) หรือคุณเคยเห็นคนอื่นทำ ( และคุณรู้สึกโกรธ หงุดหงิด และรู้สึก “ผิด”)?️?#คุณไม่สามารถหาคำตอบได้เว้นแต่คุณจะยอมให้ความรู้สึกเหล่านั้นแสดงออกมา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับตัวเอง เพื่อที่คุณจะได้ไตร่ตรอง

Similar Posts

  • คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเอง

    คนในทุกวันนี้ได้แต่แสวงหาเพื่อจะยัดใส่ตัวเองด้วยความรู้ความสามารถในการใช้เหตุผลทางอนุมานแสวงหาความรู้ทางพระคัมภีร์อยู่ทุกหนทุกแห่งและเรียกการทำอย่างนั้นว่าการปฎิบัติธรรมเขาเหล่านั้นไม่รู้ว่าความรู้และสติปัญญาชนิดนั้นยิ่งมีมากก็ยิ่งมีผลในทางตรงกันข้าม#คือเป็นการสุ่มกองสิ่งกีดขวางให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง การถ่ายทอดความว่างให้กันและกันนั้นไม่สามารถทำได้โดยท่องคำพูดการถ่ายทอดตามความหมายของฝ่ายวัตถุนั้นไม่สามารถใช้การได้กับธรรมะเมื่อเป็นดังนั้น#จิตเป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดโดยจิตและจิตเล่านี้ไม่แตกต่างกันเลยการถ่ายทอดและการรับการถ่ายทอดทั้งสองอย่างนี้เป็นความเข้าใจอันเร้นลับที่เข้าใจได้ยากที่สุดจนถึงกับมีไม่กี่คนจริงๆที่สามารถรับเอาได้เมื่อสิ่งที่เรียกว่าความรู้และสติปัญญาเฉลียวฉลาดชนิดนั้นเกิดย่อยไม่ได้ขึ้นมามันก็กลายเป็นพิษขึ้นเพราะมันเป็นได้แต่เพียงของในเครือเดียวกันกับสังสารวัฏเท่านั้นในฝ่ายธรรมอันสูงสุดนั้นไม่มีของชนิดนี้เลยดังนั้นจึงมีคำกล่าวไว้ว่าในคลังแสงสรรพวุฒิแห่งราชาธิปัตย์ของข้าหามีดาบแห่งความเป็นเช่นนั้นใหม่#MAEKHUNOYวันนี้ที่ #สะเกิน

  • พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์

    พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีเมตตากรุณาไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือทำร้ายสิ่งมีชีวิตด้วยความโกรธ แต่บริวารของพวกท่าน ทั้งผู้รักษาธรรม เทวดา นาคมังกร ภูติผี และวิญญาณ จะโกรธเคือง วิญญาณชั่วร้ายและผีร้ายเหล่านั้น เมื่อเห็นเจ้าสวดมนต์ในขณะที่กระทำความผิด จะนำภัยพิบัติและอันตรายมาสู่เจ้า จะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมาก จะทำให้เจ้าเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าต้องประสบกับความโชคร้ายหรือผลกรรมนานาต่อเนื่อง” “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น!ดังนั้นเจ้าทำตัวเองให้บริสุทธิ์(โดยศีล) ส่วนใหญ่จิตใจของเจ้าต้องบริสุทธิ์ อย่าได้มีมลทินความคิดมิจฉา รักษาความบริสุทธิ์ทางกาย ไม่ปฏิบัติธรรมอันเป็นมลทิน รักษาความบริสุทธิ์ของเจ้าตลอดเวลาอย่าทำผิดวินัยแม้แต่น้อย” #อย่าให้เทวดาหมดความศรัทธาต่อเจ้า#และเจ้าจะไม่ได้รับการปกป้อง

  • 10 ประการ อุปสรรคทั้งหลายก็จะหายไป การปฏิบัติสิบประการเหล่า

    ไม่แสวงหา 10 ประการ อุปสรรคทั้งหลายก็จะหายไป การปฏิบัติสิบประการเหล่านี้คือ 1. #เราไม่ควรปรารถนาให้ร่างกายของเราปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะร่างกายที่ปราศจากโรคมักมีความอยากและราคะ นี้นำไปสู่การทำลายศีลและการถอยหลัง 2. เราไม่ควรปรารถนาให้ชีวิตเราปราศจากความโชคร้ายและความทุกข์ยาก หาไม่แล้วเราจะมีความหยิ่งจองหองและยะโสโอหัง ทำให้เราดูหมิ่นและทำโอหังต่อผู้อื่น 3. เราไม่ควรปรารถนาให้การปฏิบัติจิตของเราปราศจากอุปสรรคทั้งปวง เพราะในกรณีเช่นนี้ จะทำให้เราคิดว่าความรู้ของเราย่อมเป็นเลิศ จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองตื่นแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้ตื่นขึ้น 4.เราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง 5. เราไม่ควรปรารถนาให้แผนและกิจกรรมของเราประสบผลสำเร็จโดยง่าย เพราะเช่นนั้นแล้วเราจะมีความคิดดูหมิ่นและดูหมิ่นเหยียดหยาม จะนำไปสู่การล่วงละเมิดอันกิดจากความจองหองและหยิ่งทะนง โดยคิดว่าตนเองเต็มไปด้วยคุณธรรมและพรสวรรค์ 6. เราไม่ควรหวังผลกำไรในความสัมพันธ์ทางสังคมของเรา จะทำให้เราละเมิดหลักศีลธรรมและมองเห็นแต่ความผิดพลาดของผู้อื่นเท่านั้น 7.เราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห้นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็น 8.เราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภ 9.เราไม่พึงปรารถนาที่จะมีส่วนในโอกาสเพื่อผลกำไร หาไม่แล้วจิตจะหลงผิด จะทำให้เราเสียคุณงามความดีและชื่อเสียงอันดีของเราไปเพราะเห็นแก่ประโยชน์อันไม่ดี 10. เมื่ออยู่ภายใต้ความอยุติธรรมและการใส่ร้าย เราไม่ควรพยายามหักล้างและปฏิเสธ เพราะการทำเช่นนั้นบ่งชี้ว่าจิตของตนเองและผู้อื่นยังไม่ได้ถูกตัดขาด (หมายความว่ายังมีความคิดแบ่งเขาแบ่งเรา) จะนำไปสู่ความขุ่นเคืองและความเกลียดชังมากขึ้นอย่างแน่นอน

  • ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า

    #ตำนานจีนโบราณบรรยายถึงโลกและจักรวาลทั้งมวลที่เชื่อมโยงกันด้วยธาตุทั้งห้า ได้แก่ น้ำ โลหะ ดิน ไฟ และไม้ #หากไม่มีความสมดุลด้วยองค์ประกอบทั้งห้า ความโกลาหลก็เป็นอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ เราต้องปฏิบัติต่อตนเองเช่นเดียวกับธาตุทั้งห้าเนื่องจากเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับโลกของเราและอีกมากที่กระจัดกระจายไปทั่วสวรรค์ อย่างไรก็ตาม ในฐานะมนุษย์ เรามีเพียงหนึ่งหรือสององค์ประกอบที่โดดเด่นกว่าองค์ประกอบอื่นๆ มาก แต่ละองค์ประกอบสามารถอธิบายรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับบุคลิกภาพของคุณที่อาจถูกซ่อนไว้1. น้ำธาตุในฐานะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธาตุน้ำมากกว่าธาตุทั้งสี่ คุณแบกรับน้ำหนักไว้มากจากความรู้ที่คุณได้รับตลอดหลายปีที่ผ่านมา เฉกเช่นสายน้ำ คุณพยายามจะเป็นสายธารที่แผ่วเบาที่ถางหุบเขา สร้างผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อยหรือไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ในขณะที่คุณสาธิตขั้นตอนที่จำเป็นทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อให้คุณและคนอื่นๆ ประสบความสำเร็จ คุณห่วงใยคนรอบข้างอย่างสุดซึ้ง มีความคิดเห็นที่ละเอียดมากในการให้คำแนะนำกับผู้อื่นเกี่ยวกับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา และคุณทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้แน่ใจว่าความสมดุลนั้นอยู่ในลำดับ2. ธาตุโลหะเช่นเดียวกับที่โลหะทำหน้าที่เป็นตัวสนับสนุนที่จำเป็นสำหรับสิ่งต่าง ๆ บนโลกเช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของจักรวาล คุณก็แสวงหาความมั่นคงแบบเดียวกัน คุณเป็นคนที่ไม่สามารถรับมือได้โดยไม่มีโครงสร้างในชีวิต และต้องการให้คนอื่นมีความคิดที่ดีว่าพวกเขาต้องการอะไร พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด และสิ่งที่พวกเขาวางแผนจะทำเมื่อไปถึงที่นั่น คุณเป็นคนใจเย็น โกรธยาก และคุณทำได้ดีภายใต้แรงกดดันเมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์ยากขึ้น คุณไม่เคยล้ม เพราะคุณคือเสาหลักของชีวิตนี้และอีกหลายชีวิตที่คุณห่วงใย3. ธาตุดินผู้ที่มีความโดดเด่นมากขึ้นในองค์ประกอบของโลก คุณกำลังแสวงหาที่จะนำสันติสุขมาสู่โลกรอบตัวคุณอยู่ตลอดเวลา สิ่งนี้ทำให้คุณเป็นหนึ่งในนักแก้ปัญหาที่น่าทึ่งที่สุด เนื่องจากคุณมีความน่าเชื่อถือ มั่นคง และความต้องการความสามัคคีอย่างไม่ลดละของคุณ ทำให้คุณเป็นหนึ่งในผู้นำที่เก่งที่สุดโดยกำเนิดโดยกำเนิด ไม่ใช่ทุกคนที่มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เท่าคุณในการจัดการกับอารมณ์และคุณอย่าเอาปัญหาของคนอื่นไปง่ายๆ เพียงเพราะว่าคุณเอาใจใส่ทุกคนมากแค่ไหน เช่นเดียวกับที่โลกทำ คุณจะไม่หยุดพยายามที่จะเป็นผู้รักษาสันติภาพที่คุณรู้ว่าคุณสามารถเป็นได้4. ธาตุไฟในฐานะบุคคลที่เชื่อมโยงกับธาตุไฟ คุณเป็นคนที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งที่คุณหลงใหลที่สุดในโลก ไม่มีอะไรมาขวางทางคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณต้องการให้มันแย่พอ…

  • ให้อนุโมทนา

    #ให้อนุโมทนา บุญจากการเดินดงทุกครั้งมีอานิสงค์สูงมากทันตาเห็นไม่ทันข้ามวันข้ามคืนผลิกคว่ำผลิกหงาย(ของปลอมก็ให้หงาย)ของร้ายก็ให้ปรากฏของปลดอย่าได้ปิดของมืดมิดให้สว่าง #ผู้มีเจตนาดีก็พบความโชคดีไม่สุดสิ้นผู้เจตนาร้ายก็ค่อยๆจางหายไปตามกาลเวลา ความสันโดษ หมายถึง ความพอใจตามมีตามได้ พอใจตามสมควร ตามกำลังความสามารถ ตามฐานะ พอใจตามควรแก่ศีลธรรม หมายถึง ความไม่มักมาก ความรู้จักประมาณ ไม่โลภ รู้จักพอ  การที่ผู้ใดจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้ใจ ได้รับความรัก ความเชื่อถือ ก็ต้องมีความสันโดษเป็นคุณสมบัติ ความสันโดษจะแสดงให้เห็นได้แม้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ว่ากันว่า #หากต้องการทำให้ผู้ใดที่เคยดีกับเรา เคยศรัทธาเรา เกลียดเรา ก็ให้สังเกตดูว่าเขามีของอะไรที่เป็นของรักของหวง แล้วก็ให้ขอสิ่งนั้น แรกๆ เขาก็อาจจะให้ แต่สุดท้ายเขาจะห่างหายไปเอง ดังคำว่า “ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก” ในทางตรงข้ามกันก็เป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะผู้ที่มักขอ หรือขอในสิ่งที่สำคัญหรือสิ่งที่ผู้นั้นหวงแหน ย่อมไม่เป็นที่รักอย่างแน่นอน ผู้ที่มีแต่ความโลภ ความต้องการโน่นนี่เสมอ ได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ จึงไม่เป็นที่รักของใครๆ อย่างแน่นอน  ผู้ที่มีความสันโดษอย่างแท้จริง จึงเป็นผู้ที่มีความรู้ประมาณในอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค และมีความงดงามในการดำรงชีวิต 

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…