ในทางพลังงานมนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์ หรือ วาสนาเก่า

?️?#ในทางพลังงานมนุษย์ทุกคนมีพรสวรรค์ หรือ วาสนาเก่า

กฏแห่ งศักยภาพ บริสุทธิ์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใน
(The Law Of Pure Potential) จริงๆมนุษย์เราทุกคนมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ ภายใน แต่ส่วนมากจะเกิดสภาวะตีบตันในระดับพลังงาน ไม่สามารถสำแดงพลังมหาศาลนั้นออกมาได้ เปรียบดุจ ดั่งยักษ์จินนี่ที่หลับไหลอยู่ในตะเกียงวิเศษ

?️?#รอคอยใคร บางคนไป “ปลุก” ให้มีสติปัญญาขึ้นมาจากตะเกียงนั่นแหละ

เจตนารมณ์หรือ Intention
เจตนำจักรวาล หรือ ดำริจากจักรวาล
(Divine Will) ถ้ าเร าป รับ ค ว าม ตั้งใจ (Willpower) ของเราให้เข้ากับดำริจากจักรวาลหรือ เจตนารมณ์ของจักรวาลได้แล้ว

สิ่งที่เราต้องการจะ เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย
มาก เพราะมันเป็นความต้องการ ของจักรวาลอยู่แล้ว เพียงแต่สำแดงออกมาผ่านทางเรา

? ซึ่งคือกายเนื้อในรูปของมนุษย์
?หรืออธิบายด้วยภาษาที่ เข้าใจง่ายก็คือ เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดไว้แล้วและเป็นชะตา ลิขิต

(Destiny) หมายความว่าเบื้องบนอาจจะมีแผนการ บางอย่าง(Soul Plan)ที่ตัวตนของเราไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้

?️?#แรงบันดาลใจและพลังสร้างสรรค์ที่ไหลทะลัก ออกมาแบบไม่มีเหตุผลตัวตนที่สูงกว่าเข้ามาทำหน้าที่ เมื่อใดก็ ตามที่คุณสำแดงตัวคุณเองออกมาผ่านทางพรสวรรค์ ของคุณ

?️?#มีความอ่อนไหวกับสิ่งรอบตัวอย่างรุนแรงมาก
?️?#การใช้วิธีการปกป้องจิตและปกป้องทางพลังงาน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องทำ

โดยในตอนแรกเลยนั้นคุณก็ ต้องมีสติรับรู้ให้ได้ก่อนว่าคุณไปรับพลังงานนั้นมาจาก ไหน
การคัดเลือกสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่จะอยู่อาศัยจะ สำคัญมากในช่วงนี้ คุณมีความจำเป็นต้องสแกนพลังงาน ก่อนทุกครั้งไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนความสามารถในการสแกนพลังงานเป็นอีก ความสามารถหนึ่งที่คุณจำเป็นต้องฝึกฝนเพิ่มเติมโดยใช้ เทคนิค การตื่นรู้ด้วยปัญญาสติระดับ 5 ขึ้นไปเพื่อตรวจจับพลังงาน The Energy Awareness

?️?#เมื่อกระบวนการของจิตและคลื่นความถี่ในตัวเรา เปลี่ยนไป ความรู้สึกของเวลาเปลี่ยนตามไปด้วย บางครั้ง หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแต่กลับเร็วเหมือนสามวัน และในหนึ่ง วันหมดไปเร็วมาก เหมือนผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง

????สิ่งศักดิสิทธิ์ที่เราชอบใจอาจไม่ได้มาจากการจำแลงแปรงตัวโชว์
อาจพบได้จาก รหัศนัย บุคคล หรือจิตทิพย์
ประการสำคัญ (จิตท่านต้องว่างพอ) ต่อการไม่นึกไม่คิดคาดเดา (เรื่องเหล่านี้) เราอาจต้องปรึกษาผู้รู้นะ เพื่อการศึกษาที่ลึกขึ้น

#MAEKHUNOY
เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • จิตที่สอนไม่ได้

    #จิตที่สอนไม่ได้” คือสภาวะอันตรายที่สุดของดวงจิต เพราะมันคือการปิดประตูรอดในยุคศิวิไลซ์ มักมีลักษณะที่เรียกว่า “จิตหยาบสูง” หรือ “จิตหลงตน” โดยมีสัญญาณเตือนดังนี้ 1. แบกอัตตาและถือดี (อีโก้หนา) จิตที่สอนไม่ได้มักคิดว่าตนเองรู้ดีแล้ว เก่งแล้ว หรือมีธรรมะสูงแล้ว เมื่อถูกครูบาอาจารย์ชี้จุดบกพร่องหรือดุสอนเพื่ออุดรอยรั่ว จะเกิดแรงต้านทันที อาการ: ไม่ยอมรับผิด ชอบอธิบายเหตุผลข้างๆ คูๆ เพื่อให้ตนเองดูดี (แกล้งเป็นคนถูก)ผลในยุค 2026: จิตจะหนักและร้อน ไม่สามารถปรับคลื่นความถี่ให้เข้ากับความ “เบา สบาย” ของมิติที่ 5 ได้ ทำให้พลาดโอกาสรับทรัพย์ใหญ่ที่เทวดาจัดสรรไว้ให้ 2. มีนิสัย “เพ่งโทษและนินทา” เป็นอาจิณ จิตที่สอนไม่ได้จะมองไม่เห็น “ขยะทิพย์” ในใจตนเอง แต่มองเห็นความผิดของคนอื่นเท่าภูเขาอาการ: เมื่อครูสอนเรื่องการหยุดนินทา จะรู้สึกอึดอัด และแอบไปนินทาครูหรือเพื่อนศิษย์ลับหลังผลในยุค 2026: เกิดสภาวะ “ญาณบอด” สนิท พลังงานลบจากการเพ่งโทษจะบดบังทางสว่าง ทำให้ชีวิตวนเวียนอยู่กับปัญหาเดิมๆ แก้ไขไม่ได้ เพราะภาชนะใจรั่วจนเก็บรักษาบุญไม่อยู่ 3. ขาด “สัจจะ” ต่อดวงจิตตนเองจิตที่สอนไม่ได้มักปากรับคำว่า “จะทำ”…

  • สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดี

     #ถึงประตูธรรม (๑๑/๑/๖๙)  เมื่อเทวดาประจำตัวกลายร่างเป็นจิตมิจฉาทิฐิ จิตมิจฉาทิฏฐิ ไม่กล้าเข้าประตูธรรม (เพราะพลังบริสุทธิ์) หนาแน่น ทั้งที่อยากไปแต่มีพลังบางอย่างยันไว้ไม่สามารถเข้าได้ #เทวดามิจฉาทิฏฐิ หรือพลังงานลบไม่กล้าเข้าไปใกล้ คือสถานที่ที่มี “คลื่นพลังงานบริสุทธิ์”และมีฐานของ สัจจะบารมี ที่มั่นคงมากพอ สถานที่ที่รักษา “สัจจะ” อย่างเคร่งครัด ที่ใดที่ผู้คนในสถานที่นั้น (เช่น วัด หรือสำนักปฏิบัติธรรม) #มีความซื่อตรงต่อคำพูดและการกระทำ ไม่มีการโกหกหลอกลวง พลังงานจากสัจจะนี้จะสร้างกำแพงพลังงานที่เข้มแข็งที่สุด #ซึ่งเทวดามิจฉาทิฏฐิที่เน้นการบิดเบือนความจริงไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้ สถานที่ที่มีแต่ “พลังความกตัญญู” ในสถานที่ที่ผู้คนแสดงความเคารพและกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และผู้มีพระคุณอย่างแท้จริง พลังงานความกตัญญูนี้เป็นคลื่นความถี่สูงมากในมิติที่สูง(เหนือทิพย์) #ทำให้สถานที่นั้นสว่างไสวด้วย แสงสว่างจากบุญ จนพลังงานมืดไม่สามารถสถิตอยู่ได้ สถานที่ที่เน้น “ใจเบา ใจสบาย” เป็นหลัก สถานที่ที่ผู้คนไม่แบกความเครียด ไม่ตัดสินผู้อื่น (ไม่เพ่งโทษ) แต่รักษาใจให้ว่างและเป็นกลางอยู่เสมอ จะมี พลังบริสุทธิ์ #ที่ทำให้เทวดามิจฉาทิฏฐิรู้สึก “ร้อน” หรืออึดอัดจนอยู่ไม่ได้ เพราะคลื่นพลังงานไม่ตรงกัน สถานที่ที่ไร้ “รอยรั่วทางบุญ” (ไร้นินทา) หากสถานที่นั้นไม่มีการนินทาว่าร้าย หรือการใส่ร้ายป้ายสีกัน พลังงานจะรวมเป็นหนึ่งเดียวและไม่มีช่องโหว่ให้พลังงานลบเข้าแทรกแซงได้ ซึ่งจะช่วยปิดกั้น มารทดสอบ ได้อย่างถาวร  #สถานที่ที่เทวดามิจฉาทิฏฐิกลัวที่สุดไม่ใช่สถานที่ที่เน้นการปลุกเสกของขลัง แต่คือสถานที่ที่ผู้คนรักษาความดีพื้นฐานอย่าง สัจจะ…

  • ที่สำคัญที่สุด

    ที่สำคัญที่สุด ทำในสิ่งที่คุณรัก!อย่าใช้พลังหรือแม้แต่ความสนใจกับสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวที่ทำให้จิตใจของคุณเสียไป ทำในสิ่งที่คุณใฝ่ฝันถึงแม้จะต้องเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ“ทำในสิ่งที่คุณรัก แล้วชีวิตคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลย”

  • เรามีความ รู้ภายใน

    เรามีความ รู้ภายใน ซึ่งมีพลังมากกว่าความสามารถทางจิต แทนที่จะคิด #เราควรใช้ความรู้สึกเพื่อทำความเข้าใจโลก พวกเราต้องสังเกตการสั่นสะเทือนทางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ทุกคนส่งออกไป #จากนั้นจึงมีความสามารถในการแปลพลังงานเพื่อทำความเข้าใจ

  • “วิบากกรรมทางพลังงาน”

    นี่คือสภาวะ “สัจจะรั่ว” ที่อันตรายที่สุดในวิถีของ ท่านแม่ครูน้อย เพราะการให้สัจจะด้วยปากแต่ใจมี อัตตา คอยดึงไว้ไม่ให้ทำตามคำพูด คือการสร้าง “#วิบากกรรมทางพลังงาน“ ที่จะปิดกั้นความเจริญของคุณอย่างรุนแรง เมื่อการกระทำย้อนแย้งกับสัจจะที่ให้ไว้ จะเกิดผลกระทบต่อกายทิพย์ดังนี้ 1. “เทวดาถอยห่าง” พลังคุ้มครองพังทลาย สัจจะคือ “หัวใจของพลังงานจักรพรรดิ” เมื่อคุณรับปากว่าจะปฏิบัติหรือเข้าหาครูแล้วไม่ทำ เทวดาคุ้มครองและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสายวิชชาจะถือว่าคุณเป็น คนไร้สัจจะ ท่านจะถอนกระแสการหนุนหลังออกทันที ทำให้คุณกลายเป็นเป้านิ่งให้ มารแทรก และวิบากเก่ารุมเร้าได้ง่าย 2. อัตตาที่พองโตจนกลายเป็น “กำแพงนรก” การบอกว่า “เดี๋ยวจะมา” แต่ในใจแอบผลัดวันประกันพรุ่ง หรือแอบคิดว่า “ฉันทำเองได้” คือการเลี้ยง อนุสัย แห่งความประมาทและดื้อรั้น อัตตาตัวนี้จะค่อยๆ หนาขึ้นจนกลายเป็นกำแพงที่กั้นคุณจาก ประตูธรรม ๕ หนเหนือ แม้คุณจะมานั่งต่อหน้าครูในภายหลัง วิชชาที่รับไปก็จะไม่เข้าตัว เพราะใจคุณ “ด้าน” ไปเสียแล้ว 3. การ “บล็อกโภคทรัพย์” อย่างถาวร คนผิดสัจจะคือคนที่ทำลายแรงดึงดูดของตัวเอง เมื่อปากกับใจไม่ตรงกัน สนามพลังงานออร่าจะ สั่นพร่าและมัวหมอง ส่งผลให้เงินทอง โอกาส…

  • วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ “ศิษย์”

    #ธรรมจากประตู ๖/๒/๖๙ วิธีเช็คมารที่แฝงมาในรูปแบบของ”ศิษย์” ให้ดูที่ “กระแสพลังงาน” และ “ผลลัพธ์ของใจ” เป็นหลัก #หากท่านนิ่งพอท่านจะเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน มาเพื่อ “สูบ” ไม่ใช่เพื่อ “สร้าง”: สังเกตว่าเมื่ออยู่ใกล้หรือสนทนาด้วย ท่านรู้สึก “เหนื่อยหม่น” หรือพลังงานรั่วไหล หากเขามาเพื่อกิเลส ใจท่านจะสัมผัสได้ถึง แรงสั่นสะเทือนที่หยาบ ที่พยายามดึงท่านลงไปคลุกคลีกับเรื่องทางโลกหรือความยโส และตัวตนของเขา เอาธรรมะไป “พอกอัตตา”: เช็คว่าเขาเรียนรู้เพื่อนำไป “ละ” หรือนำไป “อวด” หากเขายิ่งรู้ธรรมยิ่งมีความยโส ถือตัวว่าเก่งกว่าคนอื่น หรือนำชื่อท่านไปแอบอ้างเพื่อลาภสักการะ นั่นคือลักษณะของมารที่มาทำลายกระแสธรรมที่บริสุทธิ์ กับดักของกิเลสในคราบนักบุญ ความกตัญญูที่เคลือบแฝง: มารในรูปศิษย์มักจะปรนนิบัติอย่างหนักในช่วงแรกเพื่อให้ท่าน “ตายใจ” และเกิดความผูกพัน แต่เมื่อไม่ได้ดั่งใจหรือท่านชี้ขุมขนกิเลสให้ เขาจะพลิกกลับเป็นศัตรูหรือนินทาท่านทันที สังเกตลักษณะกัลยาณมิตรเทียม ลองใจและจับผิด: เขาจะไม่ได้มองท่านด้วยความศรัทธาที่แท้จริง แต่มองด้วยสายตาของ “ผู้คอยจับผิด” เพื่อหาจุดอ่อนมาลดทอนความน่าเชื่อถือของท่าน นี่คือการสะท้อนว่าใจเขาไม่มี พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว แต่มีกิเลสเป็นใหญ่ #ศิษย์แท้จะทำให้ท่านเบาสบาย #แต่ศิษย์ที่เป็นมารจะทำให้ท่านรู้สึกเหมือนมีโซ่ตรวนมาล่ามใจไว้ วิธีที่เด็ดขาดที่สุดคือ “วางอุเบกขา” ให้ธรรมตามหน้าที่แล้วเดินผ่านไป อย่าเอาใจไปผูกไว้กับความสำเร็จหรือความล้มเหลวของเขา ในบรรดาคนที่เข้ามาหาท่านตอนนี้…