เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า

⭐️#เธอทั้งหลายยังรู้จักตัวเองกันน้อยเกินไปคือไม่รู้จักตัวเองว่า ⭐️ เด็กๆ #ทั้งหลายเป็นผู้สร้างโลกเธอไม่ใช่เป็นแต่เพียงว่า ‘เป็นเด็กวันนี้ เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า’ เหมือนที่เขาพูดๆ กัน มันไม่มีความหมายอะไรนัก ธรรมดามันก็เป็นอย่างนั้นอยู่เองแล้ว?#เธอรู้จักตัวเองน้อยเกินไปจึงไม่รู้จักข้อนี้?#ไม่รู้ถึงเกียรติอันสูงสุดว่าเป็นผู้สร้างโลก…โลกนี้ทั้งหมดย่อมประกอบอยู่ด้วยมนุษย์ทั้งหมด มนุษย์ทั้งหมดเป็นอย่างไรโลกนี้ก็เป็นอย่างนั้น เด็กทุกคนจะเป็นมนุษย์ทุกคนในอนาคตในโลก โลกจึงเป็นอย่างที่พวกเธอทุกคนเป็นในขณะนั้น หรือจะทำให้มันเป็นในขณะนั้นเธอจึงเตรียมตัวเป็นคนดี เพื่อโลกมันจะเป็นโลกที่ดีมีค่า และสวยสดงดงาม ไม่มีอะไรน่าขยะแขยง แล้วจะเป็นโลกที่มีสันติสุขอย่างที่ไม่เคยมีมาแต่ก่อน ไม่มีวิกฤตการณ์อันเลวร้ายอันโสมมเหมือนที่กำลังมีอยู่ในโลกนี้ในเวลานี้⭐️#นี่เห็นไหมเธอทั้งหลายสามารถสร้างโลกพระศรีอาริยเมตไตรยขึ้นมาได้ ในเมื่อเธอทั้งหลายเป็นคนดีมีศีลธรรมที่เธอควรจะตั้งต้นกันเสียแต่บัดนี้ ศีลธรรมนั้นสรุปเป็นหัวข้อเพียง ๓ ข้อ⭐️ข้อที่ ๑ คือ #รักผู้อื่น – ผู้อื่นทั้งหลายถ้าเธอมองดูสักนิดจะเห็นว่ามันเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตายกันกับเรา มันมีใครเล่าที่ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย มันก็เกิด แก่ เจ็บ ตายเหมือนกัน มีปัญหาอย่างเดียวกัน มีหัวอกอย่างเดียวกัน ทนทุกขเวทนาอย่างเดียวกัน เราจึงถือว่าเป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกัน ครั้นรักผู้อื่นแล้วก็จะหมด #ความเห็นแก่ตัว อันเป็นสิ่งเลวร้ายทำลายโลก ⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจจะฆ่าใคร ไม่อาจจะทำอันตรายใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วเธอก็ไม่อาจลักขโมยคดโกงใคร⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะล่วงละเมิดของรักของใคร่ของใครในทุกระดับ ตั้งแต่ของรักอย่างธรรมดาจนของรักสูงสุดในเรื่องบุตรภรรยาเป็นต้น⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะโกหกพูดเท็จหลอกล่วงใครเพื่อเอาประโยชน์ของเขามา⭐️เธอรักผู้อื่นแล้วไม่อาจจะเสพของมึนเมาให้สูญเสียความเป็นมนุษย์ให้รำคาญแก่ผู้อื่นให้รำคาญแก่บิดามารดา ดังที่รำคาญกันอยู่ในเมื่อบุตรหลานเป็นผู้ติดยาเสพติดเมื่อรักผู้อื่นแล้วโลกนี้ก็จะมีแต่ความเมตตา กรุณา ช่วยเหลือกันฉันท์มิตรทุกทั่วหน้า เป็นโลกที่มีแต่มิตรไม่มีศัตรู แม้นอนก็ไม่ต้องปิดประตู เหลียวไปทางไหนมีแต่มิตร มีแต่มิตรที่พร้อมจะช่วยเหลือไม่ใช่มิตรเฉยๆ ไม่ใช่เป็นเพื่อนกินคอยหลอกลวงมิตรเพื่อจะกิน ⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๒ คือ #การบังคับจิตของตนบังคับจิตก็คือบังคับความรู้สึก ควบคุมความรู้สึก บังคับจิตของตนไม่ให้ผลุนผลันบันดาลโลภะ บันดาลโทสะ บันดาลโมหะ- บันดาลโลภะก็คดโกงทันทีขโมยทันที- บันดาลราคะก็ข่มขืนแล้วฆ่าเหมือนที่มีอยู่ทั่วไป- บันดาลโทสะก็คือโกรธไว โกรธร้ายแรงเป็นดินระเบิดนี่เรียกว่าบันดาลโทสะซึ่งมีเห็นอยู่ทั่วๆไป เธอก็เคยบันดาลโทสะ ถ้าพูดกันจริงๆ แล้วผู้หลักผู้ใหญ่เกือบจะทุกคนก็เคยบันดาลโทสะ เธอมองให้ดีว่ามันเสียหายเท่าไหร่- บันดาลโมหะก็เหมือนกับโง่เร็วเกินไป คือสะเพร่าเร็วเกินไปนี่เรียกว่าบันดาลโมหะถ้าเราบังคับจิตหรือบังคับตัวเองมันไม่บันดาลสิ่งเลวร้ายเช่นนั้น มันจะมีสติสมบูรณ์ ไม่เผลอเรอเลินเล่อ ไม่มีทางที่จะตัดสินใจอะไรผิดๆ ไม่คิดผิด ไม่พูดผิด ไม่ทำผิด#จะทำอะไรก็ตั้งนะโมก่อนเสมอ เด็กบางคนจะนึกหัวเราะเยาะอยู่ในใจว่าตั้งนะโม…ตั้งนะโมนั้นให้สำรวมจิตใจระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าก่อน…ก็จะมีเวลาพอที่จะคิดนึกสังเกตศึกษาว่า ควรทำไหมหรือควรทำอย่างไร ควรทำเท่าไหร่ ควรทำที่ไหน นี่เรียกว่ามันไม่มีทางจะผิดพลาดถ้าทำอะไรนี่ตั้งนะโมเสียก่อนเอาแต่ใจความก็คือว่า #สำรวมสติสัมปชัญญะ ให้ดีที่สุดตัวกิเลสตามธรรมชาติ ตามธรรมดาของคนทุกคนต้องบังคับไว้ ต้องควบคุมไว้ ต้องปกครองไว้ #อย่าให้กิเลสมันไปกระทบกระทั่งผู้อื่น โดยทางกาย หรือโดยทางสิทธิอันชอบธรรม…เดี๋ยวนี้คนละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนเกิดเรื่องเกิดราวอยู่ทั่วไปทั้งโลกองค์การโลกก็มีการละเมิดสิทธิกันบ่อยๆ เหมือนกัน คุมพวกเป็นพวกๆ แล้วก็ออกเสียงเพื่อได้เปรียบทางตน จนกระทั่งว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น เธออย่าเอาอย่างเธอโตขึ้นแล้วจะเป็นผู้สร้างโลก #เธอจงสร้างโลกให้ไม่มีการละเมิดสิทธิของผู้อื่น ทุกหนทุกแห่งให้มีแต่ความถูกต้องมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย⭐️ศีลธรรมข้อที่ ๓ คือถือหลักว่า #การทำการงานนั้นเป็นการปฏิบัติธรรม ทำงานด้วยกิเลสคือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เขาก็เท่ากับทำลายตัวเอง เชือดคอตัวเองลงไปทีละน้อยๆ แล้วก็จะวินาศลงไปในที่สุดการทำงานคือการปฏิบัติธรรมคำว่า ธรรม แปลว่าหน้าที่ของมนุษย์ หน้าที่นั้นมีอยู่ตามธรรมชาติ มีหน้าที่รักษาตัวเองให้รอด แล้วก็มีหน้าที่ทำตัวเองให้เจริญสูงยิ่งๆ ขึ้นไปจนถึงระดับสูงสุดที่มนุษย์ควรจะทำได้ ฉะนั้นหน้าที่ที่มนุษย์จะต้องทำให้ถูกต้องนี่เขาเรียกว่า ธรรม เรียกว่าพระธรรมในเวลาที่เราทำงานเรามีความสุข เราไม่ต้องไปอาบอบนวดเหมือนเขาอื่น ไม่ต้องหาความสุขจากอบายมุขคือดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน ดูการละเล่น เล่นการพนัน คบคนชั่วเป็นมิตร เกียจคร้านทำการงาน ซึ่งเป็นปากทางแห่งอบายเป็นประตูแห่งอบายคือ ความพินาศ ความฉิบหายทั้งทางร่างกายและทางจิตใจการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างไร เขามีความรักการงานเป็นสุขอยู่ในการงาน มีการงานเป็นที่เคารพ ระวัง ทำให้ดีที่สุด ถ้าทุกคนทำอย่างนี้แล้วโลกนี้มันจะเป็นอย่างไร โลกนี้จะไม่มีคนจนแม้แต่คนเดียว ไม่มีคนยากจนแม้แต่คนเดียว มีใครเจ็บไข้ลงสักคนมีคนมาช่วยเหลืออาสาเยียวยารักษาตั้งร้อยคนนะคิดดูเถอะว่า ถ้าว่ามันมีการงานเป็นพระธรรม ก็ไม่มีใครเป็นคนยากจนมีแต่คนร่ำรวย รวยด้วยเงินรวยด้วยน้ำใจนี่ล่ะลักษณะของโลกของพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งเธอทั้งหลายสามารถจะสร้างมันขึ้นมาได้ในอนาคต เมื่อมีการศึกษาดี ถูกต้อง เพียงพอแล้ว สรุปความว่าสร้างโลกพระศรีอริยเมตไตรยได้ด้วยการกระทำเพียง ๓ อย่างเท่านั้น ไม่ใช่มากมายเป็นภูเขาเลากาท่วมหูท่วมหัว ๑.ทุกคนรักผู้อื่น๒.ทุกคนบังคับกิเลสของตนเอง๓.ทุกคนรักและบูชาการงานเห็นหน้าที่ของมนุษย์เป็นสิ่งสูงสุด มีความสุขจากการทำงานได้ความสุขชนิดที่ไม่ต้องจ่ายเงิน มันเป็นความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินอย่างที่เธอไปขโมยของพ่อแม่มาซื้อหาความสนุกสนาน เอร็ดอร่อย ความสุขหลอกลวง ความสุขโง่เขลา ความสุขที่ต้มให้สุก เผาให้สุก กี่ให้สุก เราจะต้องมีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับได้เงินมามีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที นี่คือความสุขที่ได้มาจากการไหว้ตัวเอง เคารพตัวเองเมื่อทำการงาน มีความสุขที่ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วกลับมีเงินเหลือเฟือมากขึ้นทุกที ไม่มีใครขาดแคลนอะไรตนเองก็เป็นสุขแล้วก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้เป็นสุขข้อนี้ระวังไว้ดีๆ ว่าเราอยู่ในโลกคนเดียวไม่ได้ เราต้องมีเพื่อนร่วมโลก เราจะเป็นผู้มีความสุขคนเดียวไม่ได้เมื่อคนอื่นทุกคนไม่มีความสุข จึงต้องทำพร้อมๆ กันไป ตัวเองก็เป็นสุขผู้อื่นก็เป็นสุขจึงจะเป็นโลกที่มีแต่สันติสุขเรียกว่าโลกของพระศรีอริยเมตไตรยถ้าเธอจะเห็นว่ามันเป็นชื่อที่ยืดยาวโก้หรูเกินไปจะไม่เรียกอย่างนั้นก็ได้แต่เรียกว่าโลกที่เธอต้องช่วยกันสร้างมันขึ้นมา เพราะว่าเด็กๆ คือผู้สร้างโลกดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มันเป็นโลกที่พวกเธอต้องช่วยกันสร้างขึ้นมาในที่สุดนี้ฉันจะขอให้เด็กๆ ทุกคนรู้จักตนเองให้ถูกต้องตามที่เป็นจริงว่า เด็กๆ คือผู้สร้างโลก มีหน้าที่สร้างโลกในอนาคตโดยเฉพาะอย่างถูกต้อง เธอทั้งหลายเตรียมตัวเสียแต่วันนี้เพื่อทำหน้าที่อันแท้จริงของตน วันนี้เป็นวันเด็กเป็นวันที่มีเกียรติที่สุดสำหรับเด็กพุทธทาสภิกขุ

Similar Posts

  • อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล

    #อย่าดูถูกคนอื่นเมื่อเห็นคนอื่นละเมิดศีล อย่าดูหมิ่นติเตียน อย่าโอ้อวดเย่อหยิ่งและอย่าอ้างว่าฉันเป็นผู้ถือศีลหรือผู้ปฏิบัติธรรม เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่จะหวงการรักษาศีลให้บริสุทธิ์ไว้ที่ตัวเองคนเดียว จงรักษาศีลแต่ไม่ทำลายผู้อื่น เมื่อเห็นคนอื่นผิดศีลแล้วเราอวดตัวเอง นี่เป็นความผิด ผู้ที่มีอาการกำเริบควรคิดอย่างนี้อย่าดูถูกคนเขาผิดศีล#อาจเป็นพระโพธิสัตว์แสดงเป็นอุทาหรณ์เตือนใจเราและในอนาคตข้างหน้าอาจได้เป็นพระพุทธเจ้า ดังนั้นจงเคารพเขา #ให้เขากลับใจให้เขาชำระมลทินอีกครั้ง

  • มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้าง

    มาร แปลว่า ผู้ฆ่า ผู้ทำลายล้างมารข้างนอกคือผู้มุ่งทำลายล้างข้างนอกมารข้างใน คือกิเลสในใจของตนเองเป็นต้นว่าความรัก ความชัง ความหลงซึ่งบังใจเราไม่ให้เกิดปัญญาในเหตุผลเมื่อชนะมารในใจของตนได้แล้วมารข้างนอกก็ทำอะไรไม่ได้ #แกนบัลลังก์ทองสุดยอดพญามารที่ปลอมเหมือนเทวดา  จุดสกัดของลักษณะมารตัวนี้คือจะแฝงลึกที่สุดในจิตของมนุษย์จากนั้นสิ่งใดที่มนุษย์คนนั้นชอบไม่ว่าจะเป็นกิเลสตันหาต่างๆทางโลกหรือความสุขมารตัวนี้จะเข้าไปปิดบังความรู้ที่มาจากพระธรรมหรือเทวดาประจำตัวและจะทำให้ดวงวิญญาณนั้นเพลิดเพลินกับแหล่งทางโลกอะไรที่เป็นความสุขทางโลกมารตัวนี้จะสนับสนุนให้วิญญาณดวงนั้นเกิดมีความสุขและเมื่อวิญญาณดวงนี้เกิดมีความสุขและหลงละเลิงว่าเป็นความจริงแกนบัลลังก์ทองก็จะปิดพระบารมีทำให้เราเหมือนเป็นคนมีเทวดาประจำตัวเหมือนเป็นผู้ที่มี ของรักษา #แต่ปัญญาวิญญาณไม่เกิด รางวัล 1 ปณิธานความดีใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์สาขา เกียรติคุณครูผู้ทำคุณประโยชน์ด้านเผยแผ่ส่งเสริม อนุรักษ์สืบทอดพุทธศาสนาดีเด่น

  • ธรรมชาติของบรมวิญญาณและบรมวิญญาณของธรรมชาติ

    ธรรมชาติของบรมวิญญาณและบรมวิญญาณของธรรมชาติ#จงฟังว่าเจ้าจะหยั่งรู้ เราได้อย่างไรเมื่อจิตเอิบอาบอยู่ในเรามีเราเป็นที่พึ่งฟังไว้เถิดว่าเจ้าจะหยั่งรู้เราได้บริบูรณ์อย่างไม่ต้องสงสัยอยากรู้เราด้วยคุณลักษณะและอำนาจทั้งหมดของเราได้อย่างไรเราจะบอกเจ้าให้หมดสิ้นทางปัญญาตามทฤษฎีและปัญญาญาณที่อาจ รู้ได้ด้วยสหัชญาณหยั่งรู้ เมื่อเจ้าเข้าถึงปัญญานี้แล้วไม่มีสิ่งใดในโลกที่เจ้าจะไม่รู้ในหมู่ผู้คนนับล้านอาจมีเพียงคนเดียวที่ขวนขวายไปสู่จิตวิญญาณ แต่ในบรรดาผู้แสวงหาแท้จริงที่พยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อถึงเราบางทีอาจมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เห็นเราตามที่เราเป็น เพราะบรมวิญญาณอยู่ในธาตุดินน้ำลมและไฟเมื่อเจ้าเข้าไม่ถึงเจ้าก็ไม่มีทางพบ บรมวิญญาณหลังจากเวียนเกิดเวียนตายมาหลายภพชาติผู้มีปัญญาย่อมเข้าถึงเราและหยั่งรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ทั่วแต่ผู้รู้แจ้งเช่นนี้หาได้ยากนักCamp 45/2021#MAEKHUNOY

  • คุณรู้หรือไม่ว่าโลกที่คุณคิดว่ามันสมบูรณ์แบบ

    คุณรู้หรือไม่ว่าโลกที่คุณคิดว่ามันสมบูรณ์แบบอันที่จริงแล้วมันไม่ได้สร้างความสมบูรณ์ให้กับคุณได้ตลอดชีวิตอย่างที่คุณเข้าใจเพียงลำพังหรอกยังมีอีกฟากฝั่งหนึ่งเสมอที่เค้ารอคอยความหวังและกำลังใจจากคุณเมื่อคุณหันหลังกลับคุณจะเห็นเรื่องราวบางอย่างที่สะท้อนความมั่นคงในชีวิตและจิตใจของตัวเองคุณจะมีความหวังในการเริ่มต้นที่จะมีชีวิตที่เข้าใจและมีความหมายต่อตนเองมากยิ่งขึ้นคุณจะเห็นคุณค่าในความที่คุณได้มีโอกาสได้เกิดมาเป็นคนและคุณจะยิ่งมีคุณค่าถ้าหากชีวิตของคุณที่มีอยู่นี้เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินและผู้อื่น

  • ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น

    ความเป็นคู่รู้ดีว่าเมื่อใดที่ความไม่สมดุลเกิดขึ้น และความสัมพันธ์ของความมืดและความสว่างกำลังได้รับการปรับเทียบใหม่ มันจะเกิดขึ้นแม้กระทั่งในฝันของคุณ มันจะพยายามทุกครั้งที่ทำได้เพื่อทำให้คุณสงสัยในพลังงานใหม่ #ชนะไม่ได้เพราะแพ้ไปแล้ว มันยังไม่รู้เลย แต่จะพยายาม…#ยากมากที่จะทำให้คุณคิดว่ามีโอกาส#ความมืดอยู่ไม่ได้เมื่อมีแสงสว่าง มีอยู่ได้ก็ต่อเมื่อแสงจางลงเท่านั้น แสงจางลงได้อย่างไร? ความโกรธ ความเกลียดชัง ความเกลียดชัง ความกลัว ฯลฯ #ฝ่ายมืดชอบสติระดับล่าง มันเติบโตที่นั่น ดังนั้นจงแสดงพลังของคุณ ยืนหยัดในพลังและแสงสว่างของคุณ

  • ประติศรณะ 4

    ประติศรณะ 4″ ได้แก่ 1) พึ่งธรรม ไม่พึ่งบุคคล2) พึ่งความหมาย ไม่พึ่งถ้อยคำ(พึ่งอรรถ ไม่พึ่งพยัญชนะ)3) พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก(พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณ)4) พึ่งพระสูตรที่มีเนื้อหาตรงตัว ไม่พึ่งพระสูตรที่มีนัยต้องตีความ #พึ่งญาณรู้แจ้ง ไม่พึ่งสำนึกรู้อันแบ่งแยก” พึ่งญาณ ไม่พึ่งวิญญาณคือความรู้อันเกิดจากการภาวนาและมองตรงเข้าไปในสิ่งนั้นๆ ด้วยจิตที่สงบและเห็นตามเป็นจริง เรียกว่า “ญาณ” จึงจะเป็นความรู้ที่สามารถพึ่งพิงเอาได้ในการมองเห็นความจริง แต่ความรู้ตามสามัญสำนึกที่เจือปนด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) และการแบ่งแยกด้วยความหลงซึ่งทำให้มุมมองนั้นถูกเบี่ยงเบน เรียกว่า “วิญญาณ” ไม่อาจใช้เพื่อตัดสินความจริงได้เลย  ผู้พบเจอเทวดาประจำตัวทุกท่านโดยเฉพาะนักเรียนประจำ ต้องมีการสอบญาณจากครูผู้สอน เพื่อประเมินผลความก้าวหน้าบางคนต้องใช้เวลานับปีจึงได้คำตอบว่า#มุสา สิ่งเหล่านี้ปรากฏมาจากจิตใต้สำนึกของผู้ฝึกฝนและครูผู้สอนพยายามชี้ให้เห็นในจิตสำนึกปัจจุบันและใช้เวลาในการปรับปรุงตนหากไม่มีโอกาสปรับปรุงตนและไม่รู้ตนดวงวิญญาณดวงนี้ก็จะอยู่ในพันธสัญญาดวงเดิมเป็นเหตุผลถึงความไม่ก้าวหน้าในการฝึกดวงวิญญาณทุกภพชาติทำให้สูญเปล่ากับเส้นทางการฝึกฝนและการเกิด #เทวดาประจำตัว