ทันทีที่คุณตระหนักว่า

ทันทีที่คุณตระหนักว่า
คุณได้เกิดมาเป็นมนุษย์
#คุณก็มีทุกสิ่งที่ต้องกลัว

⭐️ ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางหนี ไม่ว่าคุณจะใช้ข้อควรระวังใด ๆ มันมักจะมีความผิดพลาดอยู่สักที่เสมอ

⭐️?#ความปลอดภัยเพียงอย่างเดียวของคุณอยู่ในพระเจ้าในตัวคุณ

? ไม่ว่าคุณจะอยู่ในป่าแอฟริกาหรือ
?ในสงคราม
?หรือถูกข่มขู่โดยโรค
?และความยากจน

⭐️⭐️#เพียงแค่พูดกับ
#เทวดาประจำตัวของคุณและเชื่อ
“ฉันอยู่ในรถหุ้มเกราะของการปรากฏตัวของคุณ ย้ายข้ามฟิลล์ของชีวิต คุณจะได้รับการปกป้อง “

#ไม่มีทางอื่นที่จะปลอดภัย

❌?#มีหลายคนตกอยู่ในโรคและนิสัยที่ไม่ถูกต้องและไม่ได้ดึงตัวเองออกมา
❌อย่าบอกว่าคุณหนีไม่พ้น

โชคร้ายของคุณแค่ชั่วครู่เท่านั้น ความล้มเหลวของชีวิตเรา #ไม่ใช่ตัววัดว่าคุณจะประสบความสําเร็จหรือไม่

⭐️⭐️⭐️ ทัศนคติของคนที่เอาชนะไม่กลัว
“คุณเป็นลูกของพระเจ้า
คุณไม่มีอะไรต้องกลัว

“ดังนั้นไม่กลัวอะไรเลย ชีวิตและความตายเป็นเพียงกระบวนการที่แตกต่างกันของสติของคุณเท่านั้น

#ข้าพเจ้าแม่ครูน้อย
#เทวดาประจำตัว

Similar Posts

  • ราคาแห่งการตื่น

    “#ราคาแห่งการตื่น“ของดวงวิญญาณที่รู้ตัวเพื่อจะพัฒนาไปสู่ #จิตวิญญาณ * คุณจะรู้สึกเจ็บปวด* คุณจะสงสัยตัวเองเป็นพันครั้ง* พวกเขาจะบอกคุณว่าคุณกำลังจะบ้า* คุณจะสูญเสียเพื่อน*บางครั้งครอบครัวของคุณก็ไม่เข้าใจคุณ* ผู้คนจะเกลียดคุณโดยไม่มีเหตุผล* คุณจะพัฒนานิสัยแปลก ๆ* คุณจะต่อสู้กับสัตว์ประหลาดของคุณ(กลัวอัตตา) และความไม่รู้* คุณจะไม่สนใจว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับคุณ* คุณจะรู้สึกไม่เหมาะกับโลกนี้* คุณจะเลือก* และคุณจะค่อยๆถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง #แต่ทุกอย่างจะคุ้มค่า…ไม่มีใครส่องสว่างตัวเองด้วยการจินตนาการถึงร่างของแสง แต่ด้วยการตระหนักถึงความมืดรอบตัวเราและที่สถิตอยู่ในตัวเรา” #การปลุกจิตวิญญาณที่แท้จริงไม่ใช่การกอดรัด แต่เป็นถังน้ำเย็น สิ่งที่จะให้บริการคุณที่ลูบไล้อัตตาของคุณด้วยเสียงกระซิบจินตนาการหรือความโหยหา เมื่อคุณต้องการเพียงแค่การเขย่าแรงๆ #เพื่อให้คุณได้สมมติอย่างแท้จริงว่าชีวิตคืออะไร การตื่นขึ้นทางวิญญาณที่แท้จริงคือกระบวนการแห่งการทำลายล้าง เป็นการพังทลายสิ่งลวงตาของทุกสิ่งที่คุณไม่ใช่ 

  • ศูรังคมมนตร์

    #ศูรังคมมนตร์ หากเจ้ายืนกรานที่จะพยายามควบคุมภูตผีและสั่งให้ผู้พิทักษ์ธรรมให้ทำตามความปรารถนา เจ้าก็จะเพิ่มกรรมไม่ดีของเจ้าเอง เจ้าจะนำความหายนะมาสู่ตัวเจ้าเอง ดังนั้น หลักเกณฑ์ประการแรกสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม คือ ถือศีลและเน้นการพัฒนาความประพฤติดี เจ้าต้องไม่ทะเลาะต่อตี ไม่โลภ ไม่แสวงหา ไม่เห็นแก่ตัว ไม่แสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง หรือโกหก หากคุณธรรมในทางธรรมไม่เพียงพอ แต่เจ้าแสร้งทำเป็นเป็นนักปราชญ์ที่สามารถถ่ายทอดคำสอน หรือพยายามทำประหนึ่งว่าตนอยู่ในฐานะผู้นำของประเทศ พฤติกรรมของเจ้าก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ทุกวันนี้ ทุกคนสนใจที่จะดึงเอามนตร์วิเศษออกมาให้ได้มากที่สุด แต่พวกเขากลับไม่ใส่ใจในศีลธรรมอันดีของตนเอง และตามจริงแล้ว การสวดมนตร์ของพวกเขาจะไม่เป็นผล” “เพราะฉะนั้น ผู้ที่ศึกษาพระธรรมศูรังคมมนตร์ต้องมีความประพฤติเหมาะสม มีเจตนาของตนที่เหมาะสม จะต้องไม่มีความคิดเป็นมลทิน และต้องไม่ทำกรรมอันเป็นมลทิน พวกเขาควรเอาใจใส่ปลูกฝังความบริสุทธิ์ให้มาก หากในด้านหนึ่งพวกเขาปฏิบัติศูรังคมมนตร์ และในอีกทางหนึ่งพวกเขาไม่ปฏิบัติตามกฎ พวกเขาก็จะพบปัญหาอย่างหนัก ทุกคนควรใส่ใจกับประเด็นนี้อย่างใกล้ชิด หากเจตนาของเจ้าไม่เหมาะสมและความประพฤติของเจ้าไม่เหมาะสม พระวัชรครรภโพธิสัตว์ จะหมดความเคารพต่อเจ้าและจะไม่ปกป้องเจ้า” “พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์มีเมตตากรุณาไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตหรือทำร้ายสิ่งมีชีวิตด้วยความโกรธ แต่บริวารของพวกท่าน ทั้งผู้รักษาธรรม เทวดา นาคมังกร ภูติผี และวิญญาณ จะโกรธเคือง วิญญาณชั่วร้ายและผีร้ายเหล่านั้น เมื่อเห็นเจ้าสวดมนต์ในขณะที่กระทำความผิด จะนำภัยพิบัติและอันตรายมาสู่เจ้า จะทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดมาก จะทำให้เจ้าเดือดร้อน หรือทำให้เจ้าต้องประสบกับความโชคร้ายหรือผลกรรมนานาต่อเนื่อง”

  • บุคคลที่มารจะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก

    #ธรรมจากประตู๑๒/๑๑/๖๙ ตามแนวทางของ แม่ครูน้อยประตูธรรม ๕ หนเหนือ (#ท่านแม่ครูน้อยลองมาแล้ว) มีบุคคลประเภทที่ “มาร” (พลังงานลบหรือบททดสอบทางจิต)#จะไม่เสียเวลาเข้าไปวุ่นวายหรือสอบผ่านได้ยาก#จนในที่สุดมารก็ต้องล่าถอยไปเอง ซึ่งมีลักษณะดังนี้ #คนที่ไม่มี “เหยื่อล่อ” (ไร้อัตตา) มารมักใช้ความโกรธ ความโลภ หรือความหลงตัวตนเป็นเหยื่อล่อ #แต่สำหรับบุคคลที่วางเฉย ไม่ยินดียินร้ายกับคำชมหรือคำด่า มีสภาวะ ใจเบา ใจสบาย เป็นปกติ #มารจะหาจุดเกาะเกี่ยวในใจไม่ได้ เมื่อไม่มี “เชื้อไฟ” มารก็จุดไฟไม่ติด คนที่ “รักษาสัจจะ” ดุจชีวิต บุคคลที่มี สัจจะบารมี แก่กล้า พูดคำไหนทำคำนั้นอย่างเด็ดขาด พลังงานของสัจจะเป็นคลื่นที่ “คม” และ “หนักแน่น” มากจนมารเกรงกลัว #มารจะรู้ว่าสอบไปก็เสียเวลา เพราะคนกลุ่มนี้จะไม่ยอมผิดคำพูดหรือผิดศีลไม่ว่าจะถูกบีบคั้นเพียงใด คนที่มี “#กำแพงความกตัญญู” หนาแน่น บุคคลที่บันทึกจิตด้วยความกตัญญูต่อพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และเทวดาประจำตัวอยู่ทุกลมหายใจ จะมีสนามพลังงาน (Aura) ที่สว่างไสวมาก #แสงสว่างนี้เป็นพิษต่อมารที่มีคลื่นความถี่ต่ำ มารจะไม่กล้าเข้าใกล้เพราะจะถูกแผดเผาด้วยพลังงานบริสุทธิ์ คนที่ไม่เปิด “รอยรั่วทางบุญ” (ไม่นินทา ไม่เพ่งโทษ)…

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…

  • อย่าปล่อยให้วันเวลาและค่ามนุษย์

    อย่าปล่อยให้วันเวลาและค่ามนุษย์ลดคุณค่าในตัวคุณ #ให้สูญเปล่า ปิยะมิตรการคบกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั้นไม่#อาจจะจัดเป็นเพื่อนที่แท้จริงได้ คำว่าเพื่อนนั้นมีความหมายมากจริงๆและถ้าเราไม่เคยเพ่งพินิจในเรื่องนี้เราจะไม่ทราบเลยว่าตามความเป็นจริงแล้วในชีวิตของเรานี้เพื่อนเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงยิ่งต่อวิถีชีวิตของเราอย่างชนิดที่เราคาดไม่ถึงเลยทีเดียว #น่าเสียดายที่พวกเราในสังคมไม่ค่อยจะมีเพื่อน #เพื่อนให้ความหมายของมิตรไมตรีที่แท้ไม่ใช่เพื่อนเทียมหรือเพื่อนกิน ส่วนใหญ่เรามีคนรู้จักกันเยอะแยะแต่ไม่ค่อยมีเพื่อนพระพุทธเจ้าทรงทราบข้อเท็จจริงเหล่านี้ดี ครั้งหนึ่งพระอานนท์กราบทูลขึ้นว่า #เพื่อนนี้เป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ทีเดียว  แต่พระพุทธองค์ไม่เห็นด้วยพระองค์ท่านตรัสว่าอย่าพูดเช่นนั้นอานนท์ #เพื่อนเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์ทีเดียวหมายความว่าการประพฤติปฏิบัติเพื่อความสิ้นทุกข์เพื่อการบรรลุธรรม ขึ้นอยู่กับเพื่อนด้วย 100% จะบรรลุหรือไม่ก็อยู่ที่เพื่อนของแต่ละคนนั่นแหละไม่ใช่ว่าเพื่อนจะอุ้มไปส่งที่ นิพพานอะไรทำนองนั้นเพียงแต่ว่าการปฎิบัติธรรมของเราจะไม่สามารถเป็นไปได้โดยราบรื่นหากเพื่อนไม่เกื้อหนุน จากคำตรัสของพระพุทธองค์เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทั่วไปในเรื่องอื่นๆได้ด้วย  ไมตรี มิตร เพื่อน สหายรักคำเหล่านี้เล็งไปที่สิ่งเดียวกันคือความสัมพันธ์อันงดงามของบุคคลสองคนหรือหลายคนและจะต้องมุ่งไปที่ความสัมพันธ์ด้านบวกเท่านั้นทั้งนี้เพราะการคบกันเพียงเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันนั้นไม่อาจจะจัดเป็นเพื่อนที่แท้จริงได้จะเป็นได้ก็แต่ผู้ร่วมหุ้นส่วนผลประโยชน์กันในเชิงการค้าหากำไรจากคนอื่นเท่านั้นและ #คนพวกนี้สามารถที่จะเลิกคบกันได้อย่างเลือดเย็น หากเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งขวางทางเข้าไม่ว่าผลประโยชน์นั้นๆจะเป็นวัตถุทรัพย์สินอำนาจชื่อเสียงหรือเกียรติยศก็ตาม #ดังนั้นขอให้เรายินดีและชื่นชมกับไมตรีสองคน#หรือหลายหลายคนซึ่งนับวันจะหาได้ยากยิ่งในสังคมเมืองในปัจจุบันนี้ นานมาแล้วมีมิตรรักคู่หนึ่งคนหนึ่งมีความชำนาญในการเล่นพิณเป็นอย่างมากและอีกคนหนึ่งก็มีความชำนาญในการฟังอย่างมากเมื่อคนหนึ่งบรรเลงหรือขับร้องถึงขุนเขาอีกคนหนึ่งจะกล่าวว่า …ฉันเห็นขุนเขาตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราทีเดียวล่ะ เมื่อคนหนึ่งบรรเลงถึงสายน้ำอีกคนหนึ่งฟังอยู่ก็อุทานออกมาว่า …..นี่ไงสายธารที่กำลังเลื่อนไหลแต่เมื่อมิตรซึ่งเป็นผู้ฟังได้ล้มเจ็บและสิ้นชีวิตลง มิตรคนแรกผู้ชำนาญในการบรรเลงพิณก็ได้ตัดสายพิณของเค้าเสียและไม่ยอมเล่นมันอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมาการตัดสายพิณจึงกายเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและแนบแน่นของมิตรรักทั้งหลายตลอดมา #ธรรมนั้นอยู่เหนือเกินกว่าความสามารถของภาษาที่พูดถึง #?????????วิทยฐานะ #อัครบุคคลแห่งชาติ(พรหมนาคา) ประจำปี 2564สาขา ผู้ส่งเสริมเผยแผ่ศาสนาดีเด่น #ทูตวัฒนธรรม(ต้นแบบสังคมบุคคลของชาติ)ประจำปี 2564โครงการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสืบสานสู่ประชาคมอาเซียนสาขา ด้าน ส่งเสริมศาสนาดีเด่น

  • ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์

    #ความศักดิ์สิทธิ์ของอักขระนาครีย์#และอักขระกูโบ๊ส “เทวดาพูดภาษาอะไร?”มาทำความรู้จัก ภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ”เทพยาดาท่านใช้สื่อสารกันภาษา “กูโบ๊ส – กูต๊าบ” #ภาษาของพรหมใช้ คือ กูโบ๊สส่วนภาษาของวิญญาณในภพสัมภเวสี และวิญญาณชั้นต่ำใช้ คือ กูต๊าบ  ในการติดต่อและกระทำพิธีกรรมพวกพรหมชั้นสูงจะใช้ภาษา “กูโบ๊สขั้นสูง” เรียกว่า “ปุริสคาเบ๊ส” พรพรหมชั้นกลางใช้กูโบ๊สแบบ “รอเฟน”พวกพรหมชั้นต่ำและเทพชั้นสูงให้กูโบ๊สแบบ “มินกะเอน” ในการติดต่อสื่อสารและกระทำพิธีพวกวิญญาณเทพชั้นกลางและเทพเจ้าโดยทั่วไป ใช้ภาษา “เช็คราวาตี” ในการติดต่อและกระทำพิธีคัมภีร์ศาสนาพราหมณ์ยุคดึกดำบรรพ์ใช้อักขระกูโบ๊สจารึกและปราชญ์ทางนิรุกติศาสตร์ลงความเห็นว่า “ภาษากูโบ๊ส คือ ต้นกำเนิดของอักขระเทวนาครีย์” #ในประเทศไทย ยังมีผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในภาษากูโบ๊ส – กูต๊าบ นั่นคือ ดร.พระธรรมโมลี (ทองอยู่ ญาณวิสุทฺโธ) หลวงพ่อทองอยู่ไปศึกษาสันสกฤตระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมัทราส เมืองมัสราส รัฐทมิฬนาดู ประเทศอินเดียในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง “ASHVAGHOSA’S WORK” (งานของท่านอัศวโฆษ) ท่านอัศวโฆษ นี่แหละคือเสาเอกของบวรพุทธศาสนานิกายมหายาน โดยลูกศิษย์ท่านนามว่า นาคารชุน นำมาปฏิบัติและเผยแพร่ จนกลายเป็นนิกายที่สำคัญไป ซึ่งยึดเอา อวตังสกสูตร เป็นแม่บทของนิกาย คามแตกฉานอย่างกว้างไกลและลุ่มลึกในภาษาสันสกฤตของหลวงพ่อเจ้าคุณ…