บุญสัมพันธ์

บุญสัมพันธ์ ในมุมมองของ แม่ครูน้อย ประตูธรรม ๕ หนเหนือ

หมายถึง “แรงดึงดูดทางพลังงาน”
ที่นำพาให้คน สัตว์ หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเจอกันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

มีรายละเอียดดังนี้

1.กฎแห่งการดึงดูด (Vibration) ในยุคศิวิไลซ์ พลังงานจะคัดกรองคน
“บุญสัมพันธ์” คือการที่คนสองคนหรือกลุ่มคนมี “คลื่นความถี่ของจิต” ที่เสมอกันมาเจอกัน เช่นมีศีลเสมอกัน (คิดดี ทำดีเหมือนกัน) มีเป้าหมายในการสร้างบารมีเหมือนกัน

มีเทวดาประจำตัวในระดับเดียวกันที่เกื้อกูลกัน

2.รูปแบบของบุญสัมพันธ์
ครูบาอาจารย์กับลูกศิษย์: เช่น การที่หลายคนได้มารู้จักและร่วมปฏิบัติธรรมกับแม่ครูน้อย ถือเป็นบุญสัมพันธ์จากอดีตชาติที่เคยสัญญากันไว้ว่าจะมาเกื้อกูลกันในทางธรรม

✅กัลยาณมิตร: เพื่อนหรือคู่ครองที่เข้ามาในช่วงเวลาที่พอดีเพื่อช่วยเหลือ หรือชักชวนกันไปในทางที่เจริญ

⚠️เจ้ากรรมนายเวรในคราบมิตร: บางครั้งมาในรูปแบบความสัมพันธ์ที่ยากลำบากเพื่อให้เราได้ “เรียนรู้” และ “ชดใช้” เพื่อให้จบสิ้นกรรมต่อกัน

3. วิธีสังเกตว่าเรามี “บุญสัมพันธ์” กับใคร
รู้สึกคุ้นเคย: เจอหน้ากันครั้งแรกแต่รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน (บุญเก่า)
คุยกันรู้เรื่อง: สื่อสารกันได้ง่าย เข้าใจเจตนารมณ์ของกันและกันโดยไม่ต้องอธิบายมาก
ดึงกันไปทางสูง: เมื่ออยู่ด้วยกันแล้วอยากทำความดี อยากปฏิบัติธรรม หรือชีวิตการงานเจริญขึ้น

4. การสร้างบุญสัมพันธ์ใหม่
แม่ครูน้อยมักสอนว่า หากอยากเจอคนดีๆ หรือครูบาอาจารย์ที่ดี เราต้อง
“#ปรับค่าพลังงานในตัวเราก่อน”

หมั่นทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้ เทวดาประจำตัว และ เจ้ากรรมนายเวร

รักษาจิตใจให้มีความสุข (High Vibration) เพื่อดึงดูดคนที่มีบุญสัมพันธ์ระดับสูงเข้ามาในชีวิต

🚩🚩 #บุญสัมพันธ์คือ “สายใยทางจิต”
ที่เชื่อมโยงเราไว้กับคนที่จะมาเปลี่ยนชีวิตเรา หากเราได้เจอทางธรรมหรือครูที่ใช่ นั่นคือสัญญาณว่าบุญสัมพันธ์ของเรา
เริ่มทำงานเพื่อนำพาคุณไปสู่ยุคศรีวิไลแล้ว

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • สิ่งสุดท้ายที่ดวงวิญญาณจะจำได้

    คือเราเลือกสิ่งใดไว้ในจิตใต้สำนึกของเรา#จงปล่อยสิ่งที่คุณได้พยายามแล้วอย่างเต็มที่ เต็มใจ เต็มกำลัง แล้วสักวันคุณจะพบเจอสิ่งที่คู่ควรเราต้องขอบคุณคนที่ให้โอกาสเราและไม่กระทำความผิดอีก หาโอกาสที่จะตอบแทนบุญคุณเพราะพวกเขาให้โอกาสเริ่มต้นใหม่กับเรา ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • บารมีเต็ม

    #ธรรมชั้นครู ๑๖/๑/๖๙ “บารมีเต็ม” ไม่ได้หมายถึงการต้องไปทำบุญด้วยเงินจำนวนมหาศาล แต่หมายถึงสภาวะที่ดวงจิตของคุณมี “กำลังภายใน” บริสุทธิ์จนถึงขีดสุดที่จะดึงดูดปาฏิหาริย์และทรัพย์ใหญ่ได้ #โดยมีเครื่องหมายยืนยันดังนี้ 1. ภาชนะใจ “ไม่มีรอยรั่ว” บารมีจะเต็มได้ ต้องเริ่มจากการ “หยุดทำให้พร่อง” คนที่บารมีเต็มคือคนที่อุดรอยรั่วจากการนินทา การเพ่งโทษ และการปากไม่ตรงกับใจได้สนิท เมื่อไม่มีรอยรั่ว บุญเพียงเล็กน้อยที่เราทำจะสะสมจนเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ชีวิตที่เคย “ทำเท่าไหร่ก็ไม่เหลือ” กลายเป็น “ทำนิดเดียวแต่ได้มหาศาล” 2. “สัจจะบารมี” เป็นตัวขับเคลื่อน เครื่องหมายของคนที่บารมีเต็ม คือ การมีวาจาสิทธิ์ เมื่อเรารักษาสัจจะจนเป็นนิสัย พลังงานในตัวคุณจะมีกำลังสูงมาก (High Frequency) #จนเทวดาประจำตัวสามารถรับคำสั่งและหนุนนำเราได้ทันทีที่อธิษฐาน นี่คือการมี “บารมีสั่งการ” ในมิติทิพย์ 3. สภาวะ “ใจเบา ใจสบาย” เป็นปกติคนบารมีเต็มจะมีจิตที่อยู่เหนือมารทดสอบ แม้เจออุปสรรคใจก็ยัง เบา สบาย ไม่ฟูไม่แฟบ เพราะเขารู้ว่าทุกอย่างคือบททดสอบบารมี เมื่อใจนิ่งและสว่างบารมีจะยิ่งควบแน่น #กลายเป็นคลื่นแม่เหล็กดึงดูดกัลยาณมิตรและโอกาสทองเข้ามาเองโดยไม่ต้องวิ่งหา 4. พลังความ “กตัญญู” ที่ใสสะอาด บารมีจะเต็มบริบูรณ์ได้ต้องมี “สายใยพลังงาน”…

  • คุณกำลังสร้างอนาคตของคุณทุกขณะด้วย

    #คุณกำลังสร้างอนาคตของคุณทุกขณะด้วย พลังแห่งความคิดความตั้งใจ คำพูดและการกระทำของคุณ ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ถูกต้องในโลกของคุณเสมอ – #คุณป้อนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าให้กับสิ่งที่คุณกำลังคิด #ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบ#ซึ่งจะทำให้ชีวิตของคุณมีความเหมือนกันมากขึ้น S – แสวงหาความชัดเจนของความคิดA – ซื่อสัตย์ต่อคำแนะนำจากภายในของคุณเสมอC – สร้างเฉพาะสิ่งที่ทำให้คุณมีความสุขR – ไปให้ถึงดวงดาวและศักยภาพสูงสุดของคุณE – เพลิดเพลินและเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้เต็มที่D – แสดงให้เห็นและใช้ชีวิตของคุณ #ความเชี่ยวชาญเมื่อคุณเชื่อในความขาดแคลนการจำกัด การเสียสละและการเสียสละ คุณกำลังปฏิเสธตัวตนของพระเจ้าและมรดกอันศักดิ์สิทธิ์ของคุณ

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…

  • Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต)

    Empathy ( #การหยั่งรู้วาระจิต) #แตกต่างจาก Sympathy (ความสงสาร)Sympathy จะเป็นความรู้สึกของความเศร้าโศกหรือเวทนาไปกับผู้ที่ประสบกับความทุกข์ยากลำบากในบางเรื่องราว…..แต่ Empathy คือการเสียสละ และแสดงออกด้วยการกระทำที่เปี่ยมด้วยความเมตตา ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นซึ่งในขณะที่ Empathy จะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปด้านบวก และมีจริยธรรมอันสูงส่ง ทั้งยังมีหลักการในการปฏิบัติที่ดีก็ตามที แต่ก็มีบางคนเชื่อว่า การหยั่งรู้วาระจิตผู้อื่นมากเกินไป ก็อาจเป็นอันตรายต่อความผาสุกของตัว Empath (ผู้หยั่งรู้วาระจิต) เอง และอันตรายนั้นอาจลามไปถึงระดับโลกอีกด้วยเพราะพฤติกรรมของการหยั่งรู้วาระจิต (Empathy) ที่มากเกินไปนั้น จะไปรบกวนต่อการตัดสินใจที่ควรจะเป็นไปตามเหตุผล ซึ่งสืบเนื่องจากการที่พวก Empath ชอบที่จะใช้หัวใจนำทางมากกว่าสมอง ซึ่งอาจทำให้พวกเขาสูญเสียภาพที่กว้างขึ้นของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวก็เป็นได้ตามหลักจิตวิทยา… Empathy (การหยั่งรู้วาระจิต) แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ1. ‘การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด2. ‘การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’ (หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน3. ‘การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร…

  • #มนุษย์สามารถดูดซับพลังงานของผู้อื่นได้

    #มนุษย์สามารถดูดซับพลังงานของผู้อื่นได้ พลังงานเป็นสิ่งที่ผู้คนตระหนักดีหรือหลงลืมไปโดยสิ้นเชิงเช่นกัน เราทุกคนมีพลังงานบางอย่าง และพลังงานนั้นเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราในขณะนี้ #คุณเคยอยู่กับคนที่เพิ่งลดการสั่นสะเทือนที่ไม่ดีหรือไม่? คุณไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าบุคคลนี้ทำผิดต่อคุณหรือทำอะไรที่ทำให้คุณขุ่นเคือง #แต่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่เป็นพิษของพวกเขา คุณไม่ได้โดดเดี่ยว อันที่จริง คนส่วนใหญ่มักเข้าใจความรู้สึกเหล่านี้บ่อยครั้ง#แต่ไม่เคยเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไม พืชมักจะดูดซับพลังงานของพืชชนิดอื่นแม้ว่าแหล่งพลังงานหลักของพืชจะผ่านการสังเคราะห์ด้วยแสง แต่ก็พบว่าพวกมันใช้แหล่งพลังงานเพิ่มเติม #นั่นคือพืชชนิดอื่น #ร่างกายมนุษย์เป็นเหมือนฟองน้ำดูดซับพลังงานต่างๆ รอบตัวเรา #นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีคนรู้สึกไม่สบายใจเมื่ออยู่ในกลุ่มบางกลุ่มที่มีพลังและอารมณ์ผสมกัน” “ร่างกายมนุษย์มีความคล้ายคลึงกับพืชที่ดูดกินมาก ดูดซับพลังงานที่จำเป็นในการเลี้ยงสภาวะอารมณ์ของคุณ และสามารถให้พลังงานแก่เซลล์ และเพิ่มปริมาณของคอร์ติซอลและ catabolize ให้อาหารเซลล์ขึ้นอยู่กับความต้องการทางอารมณ์” #วิธีการและเหตุผลที่ผู้คนสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของพวกเขาได้ทุกเมื่อ #มนุษยชาติส่วนใหญ่สูญเสียความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ทำให้มนุษยชาติไม่ได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนพลังงานใดๆ อย่างไรก็ตาม บางครั้งลิงก์นั้นถูกสร้างขึ้นใหม่ เหตุการณ์ที่มักปรากฏเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “อาถรรพณ์” หรือ “เหนือธรรมชาติ”วัฒนธรรมโบราณจำนวนมากตระหนักดีถึงเหตุการณ์ที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้อันเป็นผลมาจาก พลังงานต่างๆ #ที่มาถึงจุดสูงสุด#และปรากฏขึ้นในเวลาที่ต่างกัน ดูน้อยลง