นาทีที่คุณตัดสินใจ

นาทีที่คุณตัดสินใจว่าคุณต้องการสิ่งที่ดีกว่าสำหรับตัวคุณเองคือนาทีที่จักรวาลทั้งจักรวาลเริ่มเปลี่ยนตามความชอบของคุณ

Similar Posts

  • “ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#โดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว “#ดวงบุญหมด” หรือ “บุญเกลี้ยงถัง”ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีบุญเหลืออยู่เลย แต่หมายถึง “#กระแสบุญถูกปิดกั้น” จนไม่สามารถส่งผลถึงชีวิตในปัจจุบันได้นี่คือสัญญาณเตือนและวิธี “เปลี่ยนเส้นทางพลังงานใหม่ ให้ดวงบุญกลับมาสว่างไสวในปี 2026 นี้ 1. สัญญาณเตือนเมื่อดวงบุญเหลือน้อย (หรือถูกปิดกั้น) เงินหนี: หยิบจับอะไรก็ติดขัด รายได้ที่เคยได้กลับหายไป โชคลาภอุดตันอย่างหนักสภาวะญาณบอด: มืดแปดด้าน คิดอะไรไม่ออก ตัดสินใจผิดพลาดซ้ำๆ จนนำไปสู่ความสูญเสีย#เทวดาประจำตัวถอยห่าง: รู้สึกโดดเดี่ยว ไม่มีสังหรณ์ใจเตือนภัย และมักจะพบเจอแต่ Toxic คลื่น หรือคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตร่างกายหนักอึ้ง: รู้สึกเพลียโดยไม่มีสาเหตุ อึดอัดแน่นหน้าอก เพราะสนามพลังงานรอบตัวมีแต่ พลังยัน 2. สาเหตุที่ทำให้บุญหมด (รอยรั่วพลังงาน) การอกตัญญูและดูถูกครูบาอาจารย์ นี่คือการ ตัดกระแส บุญที่แรงที่สุด การผิดสัจจะ: เมื่อเสียสัจจะ พลังจิตจะเสื่อม ทำให้ท่อพลังงาน บุญกับเงิน อุดตัน จิตพยาบาทและเพ่งโทษ: การนินทาหรือแช่งด่าผู้อื่น คือการเอาขยะมา ทับถมดวงบุญของตัวเอง 3. วิธีการ “#ต่อยอดดวงบุญ” แบบเร่งด่วน หากเรารู้สึกว่าบุญกำลังจะหมด ให้รีบทำกระบวนการปรับจูนจิตดังนี้…

  • เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่า

    เป็นเรื่องง่ายที่เราจะตกอยู่ในระดับความเครียดด้วยพลังงานเก่าที่ติดอยู่ในอดีตและพลังงานใหม่ที่เข้ามา แต่เราต้องรักษาสมดุลและทำตามเป้าหมาย อย่าลืมเข้าสู่โหมดการดูแลตนเองขั้นสูงและหยุดพักจาก…..คนที่ไม่มีใจที่จริง(ไร้สัจจะ)เลือกว่าใครที่คุณจะคบและสิ่งที่คุณจะฟังหรืออ่าน ระวังสิ่งที่คุณปล่อยเข้าสู่จิตสำนึกของคุณ ให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นเป็นไปในเชิงบวกและเป็นแสงสว่าง #วาระมืดเป็นอดีตและไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไปคนที่ผ่านไปแล้วจะไม่มีวันหันกลับมาบอกเขาไป…..บ๊ายๆ บ่าย ลาก่อน ทุกคนจะต้องอัปเกรดใน Ascension ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังใช้เวลาในช่วงเวลาปัจจุบันของคุณชื่นชมสิ่งที่คุณมี จำไว้ว่าความตั้งใจและความกตัญญูเป็นเครื่องมือสำแดงที่แท้จริงที่จะนำมาซึ่งความปรารถนาอันแท้จริงของหัวใจคุณอีกครั้ง คำตอบเหล่านี้อยู่ในตัวคุณแล้ว เป้าหมายที่นี่ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาทั้งหมดของโลกในหนึ่งวัน แต่เพื่อเชื่อมต่อและรักตัวเอง สิ่งนี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนและสำคัญที่สุดคุณจะไม่สามารถได้ยินสัญชาตญาณของหัวใจและจิตวิญญาณของคุณหากคุณมีข้อสงสัยหรือความไม่มั่นคงใดๆ ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นและพร้อมให้คุณผ่านสถานการณ์ สถานการณ์ เหตุการณ์ ผู้คน และความสัมพันธ์ ทุกความท้าทายในชีวิตพร้อมให้คุณเรียนรู้และเติบโต ไม่มีอะไรเป็นโทษ ประสบการณ์คือทุกสิ่ง ยิ่งคุณวนเวียนผ่านความทุกข์ยากซ้ำแล้วซ้ำเล่า คุณก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นนี่เป็นเหตุผล คุณจะแข็งแกร่งขึ้นและฉลาดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นความจริงสำหรับคุณที่สถานการณ์ที่ดูเหมือนเลวร้ายที่สุดได้ทำให้คุณกลายเป็นนักรบวิญญาณ (ชาย/หญิง) ที่คุณเป็นมาจนถึงทุกวันนี้

  • หลักของอารยธรรมสมัยใหม่

    #ความทุกข์ยากหลักของอารยธรรมสมัยใหม่คือการที่เราไม่รู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์ทรมานในตัวเรา และเราพยายามปกปิดมันด้วยการบริโภคทุกประเภท ผู้ค้าปลีกขายอุปกรณ์มากมายเพื่อช่วยเราปกปิดความทุกข์ที่อยู่ภายใน เว้นแต่และจนกว่าเราจะสามารถเผชิญกับความทุกข์ของเรา เราไม่สามารถอยู่และพร้อมสำหรับชีวิต และความสุขจะหลบหลีกเราต่อไป#มีคนจำนวนมากที่มีความทุกข์มหาศาลและไม่รู้ว่าจะจัดการกับมันอย่างไร สำหรับหลายๆ คน มันเริ่มต้นตั้งแต่อายุยังน้อย แล้วทำไมโรงเรียนไม่สอนให้เยาวชนรู้จักวิธีจัดการกับความทุกข์? ถ้านักเรียนไม่มีความสุข เขาไม่มีสมาธิและเรียนรู้ไม่ได้ ความทุกข์ของเราแต่ละคนส่งผลต่อผู้อื่น ยิ่งเราเรียนรู้ศิลปะแห่งความทุกข์ได้ดีเท่าไร ความทุกข์ในโลกก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น#สติเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะอยู่กับความทุกข์ของเราโดยไม่ถูกครอบงำ สติคือความสามารถที่จะอยู่กับปัจจุบันขณะ รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นที่นี่และตอนนี้ ตัวอย่างเช่น เมื่อเรายกแขนทั้งสองขึ้น เราตระหนักดีว่าเรากำลังยกแขนขึ้น จิตใจของเราอยู่ที่การยกแขนขึ้น และเราไม่ได้คิดถึงอดีตหรืออนาคต เพราะการยกแขนของเราเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ#มีสติ ความหมายคือ มีสติ เป็นพลังงานที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาปัจจุบัน ยกแขนขึ้นและรู้ว่าเรากำลังยกแขนขึ้น นั่นคือสติ การมีสติในการกระทำของเรา เมื่อเราหายใจเข้าและรู้ว่าเราหายใจเข้า นั่นคือสติ เมื่อเราก้าวและรู้ว่าขั้นตอนต่างๆ กำลังเกิดขึ้น เราก็นึกถึงขั้นตอนต่างๆ สติคือการมีสติในบางสิ่งเสมอ เป็นพลังงานที่ช่วยให้เราตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้และที่นี่ในร่างกายของเรา ในความรู้สึกของเรา ในการรับรู้ของเรา และรอบตัวเรา

  • “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ”

    ในยุคพลังงานใหม่ที่ผู้คนเชื่อมต่อกันทางอารมณ์และข้อมูลอย่างรวดเร็ว “เกราะ” ของจิตไม่ใช่กำแพงที่ปิดกั้นตัวเองจากโลก แต่คือ “สนามพลังงานอัจฉริยะ” #ที่คัดกรองสิ่งที่จะเข้ามากระทบจิตใจ นี่คือ 4 ชั้นของเกราะที่จะช่วยให้จิตของเราผ่องใสและไม่ร่วมกรรมกับใคร 1. เกราะชั้นที่ 1: “ศีล” (Integrity Shield) – เกราะกันแรงปะทะศีลคือเกราะชั้นนอกสุดที่แข็งแกร่ง ที่สุดในทางพลังงาน เมื่อเรามีศีล เราจะ ไม่มี “ช่องโหว่” ของความรู้สึกผิดหรือความหวาดระแวงคนที่ชอบมาขอ หรือคนที่จะมาเอาเปรียบ จะ “เกรงใจ” หรือ “แพ้ทาง” พลังความบริสุทธิ์ของเราไปเองโดยธรรมชาติ วิธีสร้าง: ตั้งมั่นว่าจะไม่เบียดเบียนใครทั้งกายและวาจา เกราะนี้จะทำให้ใจเรา หนักแน่นเหมือนภูเขา 2. เกราะชั้นที่ 2: “สติ” (Awareness Shield) – เกราะคัดกรองสติคือเซนเซอร์ที่คอยบอกว่าอะไรกำลังจะเข้ามาในใจ เมื่อมีคนเอาเรื่องลบๆ มาให้ หรือมาขอในสิ่งที่ไม่ควร สติจะทำงานทันทีว่า “นี่คือเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา” สติจะช่วยให้เราหยุดชะงักก่อนที่จะ “รับ” อารมณ์คนอื่นมาเป็นของตนเองวิธีสร้าง: ฝึกรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นในกาย เช่น เมื่อรู้สึกอึดอัดใจเวลาถูกขอ ให้รู้ว่า “ความอึดอัดเกิดขึ้นแล้ว”…

  • กระบวนการสื่อสาร

    กระบวนการสื่อสารทางจิตของมนุษย์ที่เรียกว่าโทรจิตนี้เป็นการสื่อภาษาจิตที่เกิดขึ้นพร้อมพร้อมกันกับการเกิดกระบวนการสร้างพลังงานใหม่ของจิตเมื่อมีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้นให้รับรู้ด้วยตนเองได้ว่ามีอารมณ์รู้สึกเกิดขึ้นอยู่ในขณะนั้นซึ่งตลอดทั้งวันมนุษย์จะมีอารมณ์แปลกๆใหม่ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นเท่ากับว่ามนุษย์ได้สร้างพลังงานใหม่ด้วย #แก่นแท้คือจิตตนเองอยู่ตลอดทั้งวัน เช่นเดียวกันและถ้าในแต่ละครั้งที่มนุษย์มีการสั่นสะเทือนเป็นอารมณ์รู้สึกมนุษย์ก็จะได้ใส่รหัสทางจิตของตนด้วยการคิดนึกหรือต้องการผสมผสานคลื่นอารมณ์เข้าไปด้วย #แทนที่มนุษย์จะสร้างพลังงานใหม่ด้วยจิตตนเองอย่างเดียว ในขณะนั้นคลื่นพลังงานใหม่ของจิตยังจะทำหน้าที่เป็น #พาหนะหรือพาหะ ที่จะนำเอารหัสการคิดต้องการคิดไปกับคลื่นความถี่ทางอารมณ์ซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นความถี่ทางไฟฟ้าแม่เหล็กด้านบวกด้วยเพื่อส่งตรงไปยังจิต ซึ่งเป็นแก่นแท้ของอีกรูปธรรมหนึ่งหรืออีกสรรพสิ่งหนึ่งที่เขามีคุณสมบัติในการรับรู้ได้และยังคิดรู้ได้อีกต่างหากด้วยจึงถือได้ว่าการโทรจิตจากจิตสู่จิตกับกระบวนการสร้างใหม่นั้นเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…