“ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่

#ธรรมชั้นครู🚩🚩🚩
๒๗/๑/๖๙

ดูแลจิตของตัวเองให้ผ่องใส” ในยุคพลังงานใหม่ปี 2026

#ไม่ใช่เรื่องของการหนีจากโลกความจริง แต่คือการสร้าง “ระบบป้องกันทางจิต” ให้แข็งแกร่งท่ามกลางความวุ่นวาย
นี่คือวิธีปฏิบัติที่ได้ผลจริง

1. การทำ “Digital & Emotion Detox”
จิตที่ใสเริ่มจากการรับสิ่งที่ใส
เลือกรับสื่อ: หลีกเลี่ยงข่าวสารที่ใช้ความรุนแรง การด่าทอ หรือการสร้างความขัดแย้ง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเข้าไปฝังในจิตใต้สำนึกเป็นพลังงานลบ
สังเกตอารมณ์: เมื่อมีความโกรธหรือความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้ “รู้เท่าทัน” เหมือนดูฝนที่กำลังตก ไม่ต้องกระโดดลงไปเล่นน้ำฝน แค่มองเห็นว่า “อ้อ…ความโกรธกำลังผ่านมา” แล้วมันจะผ่านไปเอง

2. ฝึกภาวะ “Mindfulness in Flow”
ไม่ต้องนั่งหลับตาเป็นชั่วโมง แต่ให้มีสติในทุกกิจกรรม: ขณะกินข้าว ให้รู้รสชาติ, ขณะเดิน ให้รู้สัมผัสเท้า, ขณะทำงาน ให้จดจ่อทีละอย่าง เมื่อจิตอยู่กับปัจจุบัน (Present Moment) พลังงานจะไม่รั่วไหลไปหาอดีตที่แก้ไขไม่ได้ หรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง #จิตจะสะสมพลังงานความสงบไว้ได้เอง

3. เชื่อมต่อกับพลังงานธรรมชาติ (Earthing)
ร่างกายและจิตใจเราเชื่อมโยงกับโลก: พาตัวเองไปอยู่ในพื้นที่สีเขียว หรือเดินเท้าเปล่าบนหญ้า/ทราย เพื่อระบายประจุลบออกจากร่างกายและรับพลังงานจากธรรมชาติ การอยู่ใกล้ต้นไม้หรือแหล่งน้ำจะช่วยปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะ Alpha Wave ซึ่งเป็นสภาวะที่จิตผ่องใสและเกิดปัญญาได้ง่ายที่สุด

4. ใช้กฎแห่ง “ความกตัญญู” (Gratitude)
ความผ่องใสเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อความรู้สึกขาดหายไปในแต่ละวัน ให้ลองนึกถึง 3 สิ่งที่รู้สึก ขอบคุณ (แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ เช่น กาแฟอร่อย หรือการจราจรที่ไม่ติดขัด) #พลังงานของความกตัญญูมีแรงสั่นสะเทือนสูงมาก (High Vibration) ซึ่งจะช่วยสลายความหม่นหมองในใจได้รวดเร็วที่สุด

5. การอโหสิกรรมเป็นนิสัย (Living in Forgiveness)
จิตที่ขุ่นมัวมักเกิดจากการ “ถือ” ของหนัก: การไม่ให้อภัยคือการดื่มยาพิษแล้วหวังให้คนอื่นตาย ฝึกแผ่เมตตาและให้อภัยทั้งตนเองและผู้อื่นในทุกค่ำคืนก่อนนอน เพื่อ “Reset” พลังงานจิตให้บริสุทธิ์ก่อนเริ่มต้นวันใหม่

6. ตรวจสอบ “ศีล” หรือความสุจริตใจ
จิตจะผ่องใสได้ยากหากมีความลับหรือความรู้สึกผิดเกาะกินใจ การรักษาความสัตย์และการไม่เบียดเบียนผู้อื่น คือการสร้าง “เกราะป้องกันพลังงาน” ที่หนาแน่นที่สุด ทำให้เราไม่ต้องระแวงหรือกังวล ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเศร้าหมอง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • ขอแว็บขึ้นดอยไปหาเด็กน้อยผู้อารี

    #ขอแว็บขึ้นดอย#ไปหาเด็กน้อยผู้อารีเราไม่ควรปรารถนาให้ทุกคนคิดเห็นสอดคล้องกับเราตลอดเวลา จะนำไปสู่ความหยิ่งจองหองและเห็นเฉพาะด้านของเราเองในทุกประเด็นเราไม่ควรปรารถนาที่จะให้คนอื่นตอบแทนความดีของเรา หาไม่แล้วเราจะทำให้จิตติดกับการคิดคำนวณ (ผลได้ผลเสีย) จะนำไปสู่ความโลภในชื่อเสียงและโชคลาภเราไม่ควรปรารถนาให้การฝึกฝนของเราปราศจากสิ่งกีดขวางจากมาร เพราะคำปฏิญาณของเราจะไม่มีวันมั่นคงและยั่งยืน จะนำไปสู่การหลงผิดคิดว่าตัวเองรู้แจ้งแล้ว ทั้งที่จริงแล้วเราไม่ได้รู้แจ้ง

  • แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)

    แคมป์นักเรียนประจำ (15-16 ม.ค.2022)#จากรุ่นสู่รุ่น#คุณควรจะเป็นคนหงุดหงิด การปฏิบัติธรรมเป็นธุรกิจที่น่าหงุดหงิด สิ่งที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เริ่มต้น #มักจะล้มเหลวในการตระหนักคือความไม่พอใจ#เป็นสัญญาณของความสําเร็จของเรา การขาดสมาธิ ความทุ่มเทหรือแรงบันดาลใจที่มากเกินไปอาจเป็นเพียงสิ่งที่คุณจําเป็นต้องใช้ความพยายามพิเศษในการปรับแต่งการฝึกฝนของคุณอย่างเต็มที่อีกทางเลือกหนึ่ง แน่นอนมันอาจทําให้คุณล้มไปในทิศทางอื่น ๆ และหยุดคุณฝึกฝนทั้งหมด#สิ่งล่อใจที่คุณต้องต่อต้านทุกค่าใช้จ่ายจําไว้เสมอว่า #ความไม่พอใจกับเส้นทางจิตวิญญาณและความเครียดในระหว่างการฝึกฝนของคุณ#มักเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณกําลังเป็นผู้ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริง

  • สภาวะ “จิตหยาบสูง”

    #ถึงประตูธรรม ๑๗/๑/๖๙ สภาวะ “#จิตหยาบสูง” หรือดวงจิตที่มีพลังงานความถี่ต่ำและหนาแน่น (Low Vibration) #ถือเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดในการก้าวเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ (มิติที่ 5) โดยมีลักษณะและผลกระทบดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหยาบเพ่งโทษเป็นนิสัย: จิตจะคอยจ้องจับผิดผู้อื่นตลอดเวลา เห็นใครได้ดีแล้วรู้สึกขัดใจ หรือชอบวิพากษ์วิจารณ์ด้วยอารมณ์รุนแรง การเพ่งโทษคือการสะสม “ขยะทิพย์” ที่ทำให้จิตหนาและมืดบอด ขาดสัจจะวาจา: พูดโกหกเป็นปกติ หรือรับปากแล้วไม่ทำ (บิดเบือนสัจจะ) จิตที่หยาบจะมองว่าการผิดคำพูดเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในมิติทิพย์ นี่คือการทำลาย “เสาสัญญาณ” ของตนเอง มีความโลภและอัตตาสูง: ต้องการได้มาโดยไม่สนวิธีการ หรือเชื่อว่าตนเองเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ฟังคำชี้แนะจากครูบาอาจารย์ พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ผลักโชคลาภออกไป 2. ผลกระทบเมื่อจิตหยาบสูง สภาวะ “ญาณบอด”: #จิตที่หยาบจะรับสัญญาณจากเทวดาประจำตัวไม่ได้ ทำให้ตัดสินใจพลาดบ่อยครั้ง มองไม่เห็นโอกาส และมักจะเดินย่ำอยู่กับที่ในปัญหาเดิมๆ เงินหนี/บารมีรั่ว: จิตหยาบมักจะมาคู่กับการนินทา ซึ่งเป็น รอยรั่วทางบุญ ที่ใหญ่ที่สุด ทำมาหากินเท่าไหร่เงินก็ไหลออกหมด เพราะภาชนะใจไม่สามารถเก็บกักพลังงานบุญได้ ธาตุในกายปั่นป่วน: จิตที่ร้อนและหยาบจะส่งผลให้ธาตุไฟในกายสูง ทำให้นอนไม่หลับ เครียดง่าย และเจ็บป่วยโดยหาสาเหตุไม่ได้ 3. วิธีขัดเกลาจิตหยาบให้ “เบาและละเอียด” ในปี 2026…

  • #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้?

    #ผมไม่สงสัยว่าทำไมคนจึงก้มกราบแม่ครูคนนี้? #เมื่อพระบารมีในตัวเรากดวิญญาณเราให้รู้ตนและก้มกราบให้วิญญาณเรายอมรับความจริงในสิ่งที่ถูกรู้  วันนี้ผมพบคำตอบแล้ว  ผมนั่งดูท่านสื่อสอนแต่ละครั้งและท่านก็บอกว่าท่านไม่มีลูกศิษย์ ผมก็ตั้งคำถามมาตลอดว่าท่านสอนปัญญาตื่นรู้ขนาดนี้นำพาให้ดวงวิญญาณทั้งหลายได้เจอเทวดาได้ขนาดนี้เพราะอะไรคนเหล่านั้นจึงไม่ศึกษาตนเองในทางนี้ผมเห็นการสอนออนไลน์ของท่านกับการพบพานท่าน ….#ห่างไกลกันเหลือเกิน ท่านสามารถแสดงของยากให้เป็นของง่ายได้และสามารถเล่นกับทุกคนได้โดยไม่ถือตนของตนเอง #วันนี้ผมพบคำตอบแล้วหากคุรุเจอนักเรียนที่ต้องการฝึกจริงๆ ผู้ที่มีการคืนชีพอย่างแท้จริง คุรุไม่ควรซับซ้อนเกินไปกับทุกประเภทของคําและวลีและภาษา เขาหรือเธอควรจะเป็น อย่างที่ชาวทิเบตกล่าวว่า“เหมือนเป็ดแยกนม ”(เชื่อกันว่าถ้าผสมน้ํากับนม เป็ดจะกินแต่นมเท่านั้น ) อีกนัยหนึ่ง #คุรุควรเข้าประเด็น  เพราะการเข้าประเด็นของแม่ครูชี้ตรงลงจิตนี้เองจึงทำให้หลายคนไม่ยอมรับความเป็นจริงของตนเอง #และที่ผมได้พบเห็น  แม่ครูท่านนี้ไม่สอนนักเรียนที่ขี้เกียจและไม่ฝึกฝนนักเรียนที่ไม่สนใจคำสอนและนักเรียนที่พูดเรื่องไร้สาระมากท่านไม่ได้รับงานสอนนักเรียนประจำทุกคน สิ่งที่ผมพบเงินซื้อท่านไม่ได้ #วันนี้ผมเข้าใจแล้วว่าผมเป็นอีกหนึ่งคนที่เจอครูเพชรน้ำเอกแห่งสยามประเทศ #แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว

  • ผลกรรมดีจะทำให้เราเห็นทุกอย่าง

    ผลกรรมดีจะทำให้เราเห็นทุกอย่างแต่ต้องอาศัยเวลา #ให้มันออกดอกดอกผล #ช่วยเหลือสรรพสัตว์ต้องชำระสรรพสัตว์ในใจตัวเองบ้าง#เรียกหาพระโพธิสัตว์ต้องค้นหาพระโพธิสัตว์ในตัวเองบ้าง#เมื่อชำระข้างนอกเข้าข้างในเรียกวิถีโพธิสัตว์#เมื่อชำระข้างในออกข้างนอกเรียกวิธีบรรลุมรรคผลของพุทธเจ้าทั้งปวงในตรีกาล

  • สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม”

    สภาวะ “#จิตหลงตน” หรือ “อัตตาธรรม” ถือเป็นกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มปฏิบัติธรรมหรือเริ่มมีบุญบารมีเพราะเป็นสภาวะที่ทำให้ดวงจิต #ปิดตายจากการรับพลังงานชั้นสูง โดยมีลักษณะดังนี้ 1. ลักษณะของสภาวะจิตหลงตน เชื่อว่าตนเอง “เหนือ” กว่าผู้อื่นมักมีความคิดว่าตนเองปฏิบัติมาดีแล้ว มีบุญมากแล้ว หรือเก่งกว่าคนอื่น #จนเริ่มนำธรรมะไปใช้ข่มผู้อื่นแทนการขัดเกลาตนเอง เพ่งโทษครูบาอาจารย์หรือคนรอบข้าง เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หรือเมื่อถูกตำหนิชี้แนะ จิตจะสร้างเกราะป้องกันโดยการจับผิดผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความบกพร่องของตนเอง #ใช้บุญบังหน้าแต่ซ่อนความโลภ ทำบุญใหญ่เพื่อให้คนชื่นชม หรือหวังปาฏิหาริย์โดยไม่ยอมเปลี่ยนสันดานเดิม พลังงานนี้จะเป็น “พลังงานยัน” ที่ทำให้เทวดาประจำตัวเข้าใกล้ไม่ได้ 2. #ผลกระทบที่น่ากลัว สภาวะ “ญาณบอด” สนิท จิตที่หลงตนจะมืดบอดต่อความจริง เราจะมองไม่เห็น “รอยรั่วทางบุญ” ของตนเอง ทำให้ตัดสินใจพลาดและสูญเสียทรัพย์ใหญ่ที่ควรจะได้เทวดาถอยห่าง: เทวดาชั้นสูง (โดยเฉพาะชั้นดุสิต) จะไม่หนุนนำคนที่มีอัตตาสูง เพราะจิตที่หนักและพองโตนั้นมีคลื่นความถี่ที่ไม่ตรงกับมิติทิพย์เจอ “มารสอบ” หนัก: เมื่อหลงตน มักจะโดนดึงเข้าสู่ดราม่าหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ซึ่งเป็นแผนของมารที่ทำให้บุญบารมีที่สะสมมา “รั่วไหล” อย่างรวดเร็ว 3. วิธีละลายจิตหลงตน เพื่อเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์ ฝึก “ยอมรับและปรับปรุง” ทันทีที่มีคนเตือน หรือเกิดอุปสรรค ให้หยุดเถียงในใจ แล้วก้มหน้าสำรวจตนเองว่า…