ดอกไม้แห่งปัญญา

ข้อเ

#ดอกไม้แห่งปัญญาว่ากันว่า ต้นไม้ย้ายที่ปลูกมักไม่โตแต่ในทางกลับกันหากเราได้ลงมือปลูกมันด้วยมือของเราเอง เราจะเข้าใจว่าดอกไม้ที่เขาว่ากันว่าออกได้เฉพาะช่วงฤดูหนาวและต้องปลูกในพื้นที่ร่ม จึงจะออกดอกเมื่อเราได้ลงมือพิสูจน์ด้วยความจริงเราจะพบว่า #อันที่จริงดอกไม้ที่เขาว่า?สามารถออกดอกได้เฉพาะที่ร่ม ?กลับดอกออกได้ดีกว่าในที่ที่มีแสงแดดเมื่อเราลองปรับเปลี่ยนมันและย้ายพื้นที่ปลูกจากร่มเงาสู่แสงแดด⭐️และต้นไม้ชนิดเดียวกัน⭐️ปลูกบนพื้นดินเดียวกัน⭐️#ก็ใช่ว่าจะออกดอกพร้อมกันต้นไม้ที่พร้อมแล้วทุกฤดูจะออกดอกแห่งการตรัสรู้เมื่อถึงเวลาคำสอนอันลึกซึ้งจากอาจารย์คนเดียวกันก็ใช่จะถึงเวลาตรัสรู้ได้ในใจของทุกคนดวงวิญญาณต้องผ่านการบ่มเพาะ เมื่อถึงเวลา #ก็ตรัสรู้ชอบได้ ด้วยดอกไม้แห่งปัญญา เอง

Similar Posts

  • คำสาบานแห่งการสำแดงผล

    #คำสาบานแห่งการสำแดงผลฉันยอมรับและรับสิ่งดีๆ ที่คาดไม่ถึงเงินที่คาดไม่ถึงความรักที่คาดไม่ถึงความเมตตาที่ไม่คาดคิดความเอื้ออาทรที่คาดไม่ถึงข้อเสนอดีๆที่ไม่คาดคิด ฉันได้รับคำแนะนำจากครูของฉันอย่างต่อเนื่องและได้รับอำนาจอย่างกล้าหาญเพื่อรับความอุดมสมบูรณ์ของจักรวาล! #ข้าพเจ้ายอมรับในหลักการที่ว่าความอุดมสมบรูณ์และมั่งคั่งมีให้แก่ข้าพเจ้าแล้วการยอมรับของฉันทำให้มันเป็นจริงและเปิดพื้นที่สำหรับการสำแดงให้รีบเร่ง! ฉันเปิดประตูแห่งจิตสำนึกของฉันให้กว้างเพื่อรับ ความรู้ในการแก้ไขในแต่ละวันและให้! มัน สำเร็จ เสร็จแล้ว! เกิดขึ้นแล้วเดี๋ยวนี้ในใจฉัน จงสาบานใจ

  • #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า

    #เมื่อเรามีปัญหาแสดงว่า#เรามิได้มีปัญญามากพอ #อย่าโทษคนอื่นเพราะขาดศรัทธา หากเราไม่รู้สึกถึงการอุทิศตนมากนัก#นั่นไม่ใช่เพราะครูของเรามีบางอย่างผิดปกติหรือเพราะว่าเพื่อนของเราส่งผลในทางลบ #เป็นเพราะข้อบกพร่องของเราเองและวิธีรับรู้สิ่งต่างๆ #ที่ผิด ครูกำลังวางทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุการตรัสรู้ดังนั้นเราควรเห็นความสมบูรณ์แบบในทุกสิ่งที่เขาทำและพูด #หากเราคิดว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง สิ่งใดที่พระองค์ทรงทำก็สมบูรณ์แบบ การอุทิศตนในลักษณะนี้จะทำให้การรับรู้ที่ไม่บริสุทธิ์ของเรา #ซึ่งเราเห็นข้อบกพร่องในตัวครู#หลีกทางให้การรับรู้ที่บริสุทธิ์ซึ่งเราเห็นกิจกรรมที่ตรัสรู้ของพระองค์ตามที่เป็นอยู่จริง #ถ้าเราไม่มีศรัทธาเราจะเห็นข้อบกพร่องในตัวครูเช่นเดียวกับสุนักษัตที่ประกาศว่า #คำสอนของพระพุทธเจ้ามีไว้เพื่อหลอกมนุษย์ และพระเทวทัตซึ่งแม้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องของพระพุทธเจ้าก็พยายามทำร้ายเขาทั้งชีวิต #ดังนั้นให้ตรวจสอบข้อผิดพลาดและข้อบกพร่องของคุณเอง

  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก

    ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตใต้สำนึก: บันทึกทุกอย่าง ตื่นตัวและตื่นตัวอยู่เสมอ มันควบคุม 95% ของชีวิตของเรา มันถูกสร้างขึ้นบนความเคยชิน มันพูดกับคุณในความฝัน มันไม่มีภาษาพูดมันโต้ตอบด้วยภาษาของจิตใช้ทุกอย่างตามตัวอักษร สามารถทำสิ่งต่างๆ ได้หลายล้านล้านอย่างพร้อมกัน มันโต้ตอบผ่านความรู้สึกจิตใจ มีพลังมากกว่าจิตสำนึกหนึ่งล้านเท่า แต่คุณต้องปลุกมันด้วยจิตสำนึกของคุณ7% ของจิตสำนึก คุณจะทำอย่างไร กับเครื่องมือนี้เพื่อจะปลุก พลังจิตใต้สำนึกของคุณ 93%ครูมีคำตอบ

  • ภาษาเทพแต่ละประเภท

    #ภาษาเทพแต่ละประเภท 1.ภาษา กรูรู#จะเป็นภาษาที่ใช้สื่อสารกับจิตวิญญาณทั่วไปจนถึงระดับเทวดาได้ ภาษานี้ก็เป็นภาษาโบราณ การออกเสียงจะคล้ายๆ กับมีสระอู เยอะๆ ฟังแล้วก็ไพเราะดี แต่ก็ยังฟังไม่ออก 2 ภาษากูโบต เป็น ภาษาที่เหล่าพระฤาษี หรือ เหล่าพญานาคใช้สื่อสารกัน บางอันก็ไปเรียกว่า ภาษา เทวนาคี ก็เป็นได้ 3 ภาษากูตาฟ เป็นภาษาที่เทพชั้นสูงใช้สื่อสารกัน ไม่ว่าจะเทพเจ้าสายฮินดู หรือสายธิเบต ลักษณะฟังแล้วคล้ายกับ บาลีสันสกฤต 4 ภาษาพรหม อันนี้เป็นภาษาที่เหล่าพรหมใช้กัน จะแตกต่างกับที่กล่าวมาเบื้องต้นมาก เพราะเป็นภาษาชั้นสูง ***5***** ภาษามรรค อันนี้เป็นภาษาสูงสุด คือสามารสื่อสารกับ ภพภูมิต่างๆ รวมไปถึงสื่อสารกับเหล่าสัตว์ สิ่งมีชีวิตได้หมดเลย #รู้เรื่องได้เลยได้จากการเกิดอภิญญา#และการปฏิบัติขั้นสูงจริงๆ#ถือเป็นภาษาที่ละเอียดอ่อน และหาการเทียบเคียงด้านตัวหนังสื่อได้ยากมาก บางครั้งเข้าใจได้ทางจิตล้วนๆ #ซึ่งภาษาเทพที่กล่าวมาเบื้องต้นขอเน้นย้ำว่า มีจริง แต่จะสามารถเข้าใจและพูดสื่อสารได้ #เฉพาะบุคคลผู้มีหน้าที่มาด้านนี้เท่านั้น #บางคนถูกกำหนดมาให้พูดได้ แต่ฟังไม่ออก บางคนฟังออก แต่พูดไม่ได้หรือบางคนพูดได้ ฟังออกและสามารถสื่อสารโต้ตอบกันอย่างเข้าใจเลยทีเดียว  แต่ไม่ได้เหมารวมว่า ร่างทรงคนมีองค์จะต้องมีหน้าที่เหมือนกันหมดทุกคน และพูดได้ ฟังออกสื่อสารเป็นกันได้ทุกคนอยู่ที่ภาระหน้าที่ที่เบื้องบนมอบหมายองค์การมาอีกที #แต่กระนั้นก็อยากจะฝากเตือนสำหรับผู้ที่ชื่นชอบและฝักใฝ่ด้านนี้ว่า มิใช่ไปหลงมัวเมาเห็นร่างทรงคนนี้พูดภาษาเทพได้ก็ยึดมั่นว่า เขาผู้นี้เป็นเทพจริงๆ คงต้องใช้ปัญญาพิจารณากันอีกทีนะ ควรจะพิจารณาพื้นฐานสำคัญๆคือ ภาษาก็คือสื่อในการสื่อสารจากเบื้องบนมาสู่มนุษย์…

  • แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ

    #แรงสั่นสะเทือนของการเป็นตัวคุณ#และทำในสิ่งที่คุณรักนั้นเป็นแม่เหล็ก#คุณจะจัดทุกสิ่งที่คุณต้องการ#ในชีวิตด้วยพลังงานนั้น  สั่นสะเทือนด้วยความโกรธจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความรัก  สั่นสะเทือนด้วยความอิจฉาริษยาจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของการตรัสรู้  สั่นสะเทือนด้วยความกลัวจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความมีเหตุผล  สั่นสะเทือนด้วยความขาดแคนจะไม่มีวันอยู่ในคลื่นของความอุดมสมบูรณ์  แรงสั่นสะเทือนของกฎจักรวาลแยกมนุษย์และบางสิ่งบางอย่างให้แตกต่างกันวันนี้คุณเป็นเช่นไรนั่นคือระดับการสั่นสะเทือนในตัวคุณ แรงสั่นสะเทือนคือความรู้สึกที่คุณรู้สึกกับตัวคุณเองมิใช่คำพูดที่คุณพูดออกมา

  • การเปิดญาณบารมี

    #การเปิดญาณบารมี#และการเพิ่มและการรับพลังจิตบุคคลที่มีสมาธิดีจะมีคลื่นความถี่ และความรุนแรงของพลังงานความคิดสูง สามารถที่จะส่งพลังงานนั้น ไปยังบุคคลที่ตั้งเป้าหมาย ไว้ได้แน่ชัดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวผู้รับได้ตามความปราถนานั้น #เรียกว่าการเพิ่มและการรับพลังจิต การเพิ่มแต่ละครั้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน เพิ่มพลังจิต แต่ละครั้งนาน เท่าใด ผู้เพิ่มพลังจิตจะทราบได้ในสมาธิจิตนั้น หากผู้รับยังรับได้ ก็เพิ่มให้ต่อไป หากเห็นว่า พลังจิต #ที่ส่งไปนั้นหยุดลงก็หยุดเพิ่มพลังจิตในครั้งนั้น และต้องเพิ่มพลังจิตกี่ครั้งจึงจะได้ผล สิ่งนี้ไม่มีกำหนด แน่นอนขึ้นอยู่กับผู้รับ หากผู้รับสามารถรับพลังจิตได้มาก และเห็นว่าอวัยวะที่ผิดปกตินั้น เปลี่ยนเป็น ปกติเร็ว พลังจิตที่ส่งไปจะหยุดลง ควรหยุดเพิ่มพลังจิตให้ผู้รับพลังกลับไปทำสมาธิภาวนาด้วยตนเอง ผู้รับพลังจะสร้างพลังจิตที่ดีขึ้นมาได้ พลังจิตนั้นๆ จะบำบัดทุกข์ให้ได้ในที่สุด#การเพิ่มพลังจิตกระทำได้ 3 ทาง คือ 1. เพิ่มที่อวัยวะนั้นโดยตรง 2. เพิ่มที่จุดกำเนิดของพลังจิต คือที่ต่อมไพเนียล 3. เพิ่มพลังจิตให้ครอบคลุมทั้งตัวผู้รับ จะเพิ่มให้ใครที่อวัยวะใดนั้นจะทราบและเห็นได้ในสมาธินั้นๆ#ผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีผู้เพิ่มพลังจิตที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ เป็นผู้ที่ตั้งอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา และเมื่อเพิ่มพลังจิตให้กับใครก็ตามต้องรู้ทุกข์ รู้สาเหตุแห่งทุกข์ รู้หนทางดับทุกข์ และรู้วิธีการดับทุกข์นั้นๆโดยชัดแจ้งพร้อมตั้งตนอยู่ในพรหมวิหารธรรม และหิริโอตัปปธรรม#ผู้รับพลังจิตที่ดี คือ เป็นผู้ที่มี 1. ศรัทธา ผู้รับต้องมีศรัทธาที่จะรับพลังจิต 2. สมาธิ…