เหตุผลของคนตามหา เทวดาของตน

เหตุผลของคนตามหา

#เทวดาของตน

⭐️?#งานของคุรุ (หรือครูจิตวิญญาณ)

หากครูเจอนักเรียนที่ต้องการฝึกจริงๆ
ผู้ที่มีการคืนชีพอย่างแท้จริง
คุรุไม่ควรซับซ้อนเกินไปกับทุกประเภทของคําและวลีและภาษา เขาหรือเธอควรจะเป็น
“เหมือนเป็ดแยกนม ”
(เชื่อกันว่าถ้าผสมน้ํากับนม เป็ดจะกินแต่นมเท่านั้น )อีกนัยหนึ่ง
#งานสอนของครูควรชี้ตรงควรเข้าประเด็น

ควรจะมีบรรยากาศที่สร้างแรงบันดาลใจสําหรับการสอน การจัดเครื่องบูชาที่สวยงาม บางทีแม้กระทั่งบัลลังก์

?️?#แต่คุณไม่ควรจะจุกจิกเกี่ยวกับเรื่องพิธีกรรมนี้ ไม่งั้นทั้งนักเรียนและครูจะเสียเวลาในการจัดระเบียบอุปกรณ์มากเกินไป

ทัศนคตินี้ของครูสมัยใหม่หลายคน ทําเหมือนกับว่าพวกเขาคิดค้นความจริงต้องหยุดลง ความจองหองนี้ทําให้เกิดความจองหองมากขึ้น

⭐️???#และสร้างโลกที่เต็มไปด้วยคนที่ไม่เคยเคารพหรือแสดงความกตัญญูต่อแหล่งกําเนิดปัญญา

#ที่ใดมีความเย่อหยิ่งที่นั้นไม่มีความนอบน้อม และไม่มีโอกาสที่จะตรัสรู้

Similar Posts

  • ฉันได้เกิดใหม่บนโลกมนุษย์

    ฉันได้เกิดใหม่บนโลกมนุษย์ด้วย ความรัก ความอบอุ่นการถนุถนอมอุ้มชู จาก แม่ ฉันพบความประหลาดใจความผันแปรของโลกย์ที่ไร้จุดจบทั้ง สุข ทุกข์เสียงหัวเราะ ความปวดร้าวด้วยจิต ที่ยึดมั่นไร้ความสงบ สุดท้ายฉันก็ต้องเข้าสู่ความแตกสลายสิ้นสุดนี่คือธรรมชาติแห่งโลกย์ของสังสารวัฏ – องค์กรรมาปะ ลามะ –

  • คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์

    คบเพื่อนแต่อย่าหวังผลประโยชน์ให้ตัวเอง มิตรภาพที่เห็นแก่ตัวเองเท่านั้นที่ทำลายความไว้วางใจ “จงมีมิตรภาพที่ยั่งยืนด้วยใจที่บริสุทธิ์” อย่าแสวงหาผลกำไรเกินกว่ามูลค่างานของเรา การได้มาซึ่งกำไรปลอมทำให้เราเป็นคนโง่งม คนโบราณเคยกล่าวไว้ว่า “จงมั่งคั่งในความซื่อสัตย์”

  • สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล

    #ธรรมจากประตู๗/๑/๖๙#บันทึกโดยแม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว สภาวะ “ใจสว่าง” คือกุญแจสำคัญที่สุดในการก้าวเข้าสู่ ภพที่สูง และยุคศรีวิไล เมื่อใจสว่าง สนามพลังงานของเราจะเปลี่ยนจากแรงต้านกลาย #เป็นแรงดึงดูดสิ่งดีๆ ทันที นี่คือความหมายและวิธีรักษา ความสว่างของใจในยุคนี้ 1. ใจสว่าง คือใจที่ “#ไร้ขยะพลังงาน” ใจที่สว่างไม่ใช่ใจที่พยายามคิดบวก แต่คือใจที่ผ่านการ Detox จิต ล้างเอา Toxic คลื่น เช่น ความขี้น้อยใจ ความโกรธแค้น หรือการเพ่งโทษผู้อื่นออกไป เมื่อขยะใน บันทึกจิต หมดไป แสงสว่างจากดวงธรรมภายในจะปรากฏขึ้นเองโดยธรรมชาติ 2. อานิสงส์ของใจสว่างเงินวิ่งหา: เมื่อใจสว่าง คลื่นความถี่ของเราจะตรงกับ กระแสจิตพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นกระแสแห่งความมั่งคั่งและเมตตาอารี ท่อพลังงาน บุญกับเงิน จะเปิดกว้าง ทำให้ชีวิตมีความคล่องตัวอย่างอัศจรรย์ #ญาณหยั่งรู้เปิด: สภาวะ ญาณบอด จะหายไป เราจะมีความคิดที่เฉียบแหลม เห็นช่องทางรอดและโอกาสในวิกฤต เพราะเทวดาประจำตัวสามารถสื่อสารสัญญาณเตือนหรือไอเดียดีๆ ให้เราได้ชัดเจน คลื่นดึงดูด: ใจที่สว่างจะเป็นแม่เหล็กดึงดูด กระแสบุญสัมพันธ์ นำพาคนดีๆ และเหตุการณ์ที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต 3….

  • #ผู้หยั่งรู้

    #ผู้หยั่งรู้ ตามหลักจิตวิทยา… Empathy(การหยั่งรู้วาระจิต)แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ…คือ 1. ‘#การหยั่งรู้ที่มีความเข้าใจในด้านของปัญญา และองค์ความรู้ ‘ซึ่งมีขีดความสามารถในการเข้าใจว่าผู้คนรู้สึกอย่างไร และกำลังคิดอะไรอยู่ และการหยั่งรู้ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสื่อสารได้ดียิ่งขึ้น และช่วยให้เกิดการถ่ายทอดข้อมูลที่สามารถเข้าถึงผู้อื่นได้อย่างตรงประเด็นที่สุด 2. ‘#การหยังรู้วาระจิตในด้านอารมณ์’(หรือที่เรียกว่า รับอารมณ์ผู้อื่น) จะมีขีดความสามารถในการแบ่งปันความรู้สึกของบุคคลอื่น ซึ่งบางคนได้เปรียบเทียบไว้คล้ายประโยคที่ว่า…. “ความเจ็บปวดของคุณมันอยู่ในหัวใจของฉัน” …..ซึ่ง การหยั่งรู้ ฯ ในลักษณะนี้ จะทำให้เกิดการสร้างอารมณ์ร่วมในการเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน 3. ‘#การหยั่งรู้ที่เป็นไปด้วยความเมตตา-กรุณา’ (หรือที่เรียกว่า เอื้ออาทร ) ซึ่งมีลักษณะของการแสดงออกที่มากกว่าแค่การทำความเข้าใจผู้อื่นหรือแค่แบ่งปันความรู้สึกให้กับพวกเขา: แต่การหยั่งรู้ในลักษณะนี้…มันกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำจริง ๆ… #แต่สำหรับ Empathy …จะทำมากกว่าแค่แสดงความเสียใจหรือส่งการ์ด.. แต่จะเริ่มให้เวลาไปกับความพยายามในการใช้การหยั่งรู้ในระดับปัญญา ฯ  (ลักษณะที่ 1)เพื่อค้นหาว่า– พวกเขาสูญเสียใคร ?– พวกเขาใกล้ชิดกับคนนี้มากแค่ไหน?– และนอกจากพวกเขาจะได้รับความรู้สึกเจ็บปวดและสูญเสียแล้ว ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ? ฯ #ตามต่อด้วยการหยั่งรู้ด้านอารมณ์ (ลักษณะที่ 2)ซึ่งจะทำให้ไม่เพียงแค่เข้าใจความรู้สึกของเพื่อน และแบ่งปันให้พวกเขาเท่านั้น แต่จะพยายามเชื่อมต่อกับพวกเขาด้วยความรู้สึกเศร้าโศกอย่างลึกซึ้งและความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่มาจากภายในตัวคุณ ซึ่งคุณยังคงจดจำได้เมื่อคราวที่คุณได้สูญเสียใครบางคนไป หรือหากคุณไม่เคยมีประสบการณ์ในการสูญเสียเช่นพวกเขา ก็อาจเกิดจินตภาพขึ้นว่าคุณรู้สึกอย่างไรหากคุณต้องสูญเสียใครบางคน #ท้ายที่สุด (ลักษณะที่ 3)การหยั่งรู้ที่ทำให้คุณต้องลงมือปฏิบัติที่ทำให้คุณอาจเข้าไปช่วยให้คำแนะนำ ปรึกษาในเรื่องนั้นๆ เพื่อที่เพื่อนของคุณจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหา…

  • นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ

    ?️? #นี่คือสัญญาณบางอย่างที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นคนลึกลับ 1) #การเชื่อมต่อส่วนบุคคลมากกว่าข้อความและหลักคำสอนนักเวทย์ต้องการเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณ เป็นการส่วนตัว แทนที่จะพึ่งพาประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของคนอื่น พวกเขาชอบที่จะได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์ของผู้อื่น แต่ไม่ได้ผูกติดอยู่กับพวกเขา 2) #ตั้งคำถามเสมอ โดยธรรมชาติแล้ว ผู้วิเศษคือพวกนอกรีต พวกเขาถามคำถามที่บางคนคิดว่าไม่ควรถาม พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของการดำรงอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบความเชื่อทางศาสนา ไม่ยึดติดกับกระบวนทัศน์แบบเก่า 3) #อาศัยสัญชาตญาณ มีความสามารถในการพึ่งพาความเข้าใจอย่างถ่องแท้และการรับรู้โดยสัญชาตญาณ สิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้แสวงหาทางจิตวิญญาณ 4) #มองเห็นความจริงภายใน วัดความสำเร็จบนเส้นทางจิตวิญญาณตามการนำทางภายในของตนเอง มากกว่ารูปแบบและพิธีกรรมภายนอกบางอย่าง จุดประสงค์เดียวของพิธีกรรมคือการกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจบางอย่างภายใน 5) #มองขึ้นไปบนดวงดาวด้วยความประหลาดใจ เวลามองขึ้นไปบนฟ้า ทำให้คุณหลุดพ้นจากความเป็นตัวเองหรือไม่? แม้ว่าคุณจะไม่ได้คิดถึงความเวิ้งว้างของจักรวาล แต่สิ่งนี้ก็ยังเป็นสัญญาณของการมองโลกที่ลึกลับ ซึ่งหมายความว่าคุณกำลังเชื่อมต่อกับความจริงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในจักรวาล 6) #รู้สึกเห็นอกเห็นใจกันมาก บ่อยครั้งมากเกินไป มีแนวโน้มที่จะอยู่เหนืออัตตา ดังนั้นขอบเขตระหว่างตนเองกับผู้อื่น #จึงไม่ถือตน 7) #การเชื่อมต่อกับธรรมชาติ ความรู้สึกผ่อนคลายเมื่อคุณอยู่ห่างจากอารยธรรมเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ลึกลับ ไม่เพียงเพราะความโดดเดี่ยว แต่ยังเพราะความมหัศจรรย์ของโลกธรรมชาติปรากฏขึ้นต่อหน้าเราเมื่อเราไม่ถูกรบกวนจากเมือง 8. #การอุทิศตนเพื่อความจริง รักในข้อเท็จจริงและความรู้ ตรงข้ามกับความคิดเห็นและการคาดเดา ผู้แสวงหาความจริงที่แท้จริงนั้นหายาก

  • มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิต

    มนุษย์ อมนุษย์ เทวดา หรือดวงจิตใดๆและสัตว์ทั้งหลาย ประกอบด้วย #วิญญาณเรียนตัวเอง ก็ต้องเรียน จิต+วิญญาณ= #ตัวสร้างเงื่อนสร้างปมคุยกันก็ต้องคุยเรื่องที่มันถูกจุดอย่านำเรื่อง จิต+วิญญาณ ไปหาช่องทางรวยเราขยันไหมล่ะ ?มีปัญญาหาเงินไหมละ?พูดมากกว่าทำไหมล่ะ?อาศัยจักรวาลเสกรวยอย่างเดียวไหมล่ะ?ประการสำคัญ #กลัว มากไปหรือเปล่าล่ะ?แรงบันดาลใจ กำลังใจ #มีพอไหมล่ะ?คบกับคนแบบไหนล่ะ?แต่ละวันคุยเรื่องอะไรกันบ้างล่ะ? ฝึกตัวเองให้คล่องก่อนจึงจะอาศัย (จิต) ม้าเร็วขี่ได้ถ้าเรียนตัวเอง #ยังไม่รอดอย่าเพิ่งไปรู้อะไรมากมันจะ งงเงินทอง ก็บอกเป็นของนอกกายใครที่เก่งก็หาได้ ไม่มีก็ยืมได้#แต่เรื่องจิตใจให้ยืมกันไม่ได้บอกได้อย่างเดียวเอาไม่เอา ขึ้น อยู่ที่เราเอง