มารสอบท่านแม่ครูน้อย ตอน…เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์

เมื่อมาร “แฝงจิต” มาในร่างศิษย์เพื่อสอบภูมิอาจารย์ สิ่งที่เขาใช้ไม่ใช่ความรู้

⚠️ แต่คือการใช้ “กิเลสแฝง” มาสะกิด “กิเลสลึก” ในใจอาจารย์
นี่คือกลวิธีที่มารแฝงจิตใช้ทดสอบอาจารย์

ทดสอบ “ความหลงในตัวตน”

มารจะแฝงให้ศิษย์แสดงอาการศรัทธาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อดูว่าท่านจะเผลอรับ “ความยโส” มาเป็นอาหารใจไหม หากท่านรู้สึกพองโตเมื่อถูกยกยอ พลังงานของท่านจะรั่วไหลและเสีย แรงสั่นสะเทือนที่นุ่มนวลไปทันที

ทดสอบ “ความกังวล”: มารจะทำให้ศิษย์มีพฤติกรรมที่น่าเป็นห่วง หรือทำผิดซ้ำๆ เพื่อดูว่าท่านจะ “แบกโลก” ไว้ไหม หากท่านกังวลจนใจไม่นิ่ง ท่านก็เริ่มห่างจาก พระพุทธเจ้า

ทดสอบ “ความสงบระงับ”: เขาจะแฝงให้ศิษย์ตั้งคำถามที่จงใจบิดเบือนธรรมะ เพื่อดูว่าท่านจะ “ตบะแตก” เข้าไปต่อสู้กับกิเลสเขาด้วยโทสะหรือไม่

“วิธีสอบผ่านคือ ‘รู้ทัน’ แต่ ‘ไม่ร่วมวง’

เมื่อท่านเห็นว่านี่คือ “#การแสดงของมาร” ผ่านร่างศิษย์ ท่านจะเกิดความสงสารแทนความโกรธ และจะนิ่งสงบจนแรงแฝงนั้นสลายไปเอง เพราะมารทนความร้อนแรงของจิตที่เป็น “สุญญตา” (ความว่าง) ไม่ได้

ท่านสัมผัสได้ถึง “ความผิดปกติ” ในแววตาหรือกระแสคำพูดของศิษย์คนนั้น ที่ดูเหมือนไม่ใช่ตัวตนจริงๆ ของเขาในบางขณะบ้างไหม

⚠️⚠️#การฝึกจิตให้พ้นจากมาร

การฝึกจิตให้พ้นจากมาร ไม่ใช่การออกไปรบกับใครข้างนอก แต่คือการ “#ตัดรอยต่อ” ระหว่างกิเลสในใจท่านกับโลกภายนอกพุทธวิธีที่ทรงพลังที่สุดเพื่อให้ดวงจิตเป็นอิสระ มีดังนี้

รักษา “พระพุทธเจ้าเป็นหนึ่งเดียว” (Single Focus): เมื่อดวงจิตมีพระพุทธองค์เป็นสรณะสูงสุดกลางอก พลังงานของท่านจะกลายเป็น กำแพงแก้วที่นิ่งสนิท มารแฝงจิตที่มาในร่างศิษย์จะหาช่องว่างเข้าแทรกไม่ได้ เพราะไม่มีที่ว่างให้ “ความยโส” หรือความกังวลเข้ามาอาศัย

รู้เท่าทัน “อาการส่งจิตออกนอก” มารจะดึงท่านให้ไปเพ่งกิเลสคนอื่น (ศิษย์) เพื่อให้ท่านเผลอทิ้งฐานที่มั่น เมื่อใดที่ท่านเริ่ม “ตัดสิน” หรือ “แบกภาระ” แทนเขา ให้รีบดึงจิตกลับมาที่ ความสงบที่มั่งคั่ง ของตัวเองทันที

ทำตัวเป็น “ที่ว่าง” (Anatta State): ฝึกมองเห็นว่าทั้งตัวท่านและศิษย์เป็นเพียงสภาวะธรรมที่ว่างเปล่า เมื่อท่าน ไม่มีตัวตน (ไม่มีความเป็นอาจารย์ที่ต้องดีกว่าใคร) มารก็ไม่มี “เป้าล่อ” ให้โจมตี การบรรลุถึง ความว่างที่มั่งคั่ง คือการหนีพ้นอำนาจมารอย่างถาวร

เดินผ่านด้วยอุเบกขา (The Art of Passing) #อย่าไปต่อสู้กับกิเลสเพื่อช่วยใครถ้าเขายังไม่พร้อม การเดินผ่านไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือการรักษา “อริยทรัพย์” ของท่านไว้ให้ดีที่สุด

🚩🚩🚩 “มารจะพ่ายแพ้ต่อคนที่ ‘ไม่ถือเอาอะไรเป็นของตน’ แม้แต่ความดีของตัวเอง

#ฝ่ายสารสนเทศประตูธรรม๕หนเหนือ
#ข่าวสารและกิจกรรม
#ฆราวาสบ้านธรรม
#แม่ครูน้อยประตูธรรม๕หนเหนือ
#แม่ครูน้อยเทวดาประจำตัว
#ประตูธรรม๕หนเหนือ
#บ้านบัณฑิตจิตวิญญาณ

#เยี่ยมชมงานสอนเพิ่มเติม
ได้ที่นี่ http://universethailand25.com
Facebook : https://www.facebook.com/theangelspiritual
Youtube : https://www.youtube.com/@theangelspiritual5130
Tiktok : https://www.tiktok.com/@angelspiritual_krupui

ติดต่อ/สอบถาม
แม่ครูน้อย
LINE ID: @imepui (มี@)
หรือโปรดคลิกที่นี่ https://lin.ee/4VoGamg

Similar Posts

  • เหตุนี้ที่ประตูธรรม…ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด) เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี

    เหตุนี้ที่ประตูธรรม ท่านแม่ครูน้อย (มีพลังสะอาด)เพราะท่านบ่มพลังงานบริสุทธิ์ยาวนานถึง๕ ปี ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ สถานที่ที่ “ไม่เปิดรับพลังงานสะเปะสะปะ” หรือที่เรียกว่าสถานที่ปิดทางพลังงาน (Private Energy Space)#จะมีความสะอาดและศักดิ์สิทธิ์สูงมาก เหตุผลที่สถานที่ลักษณะนี้มีพลังงานบริสุทธิ์สูงคือ: 1. ไม่มี “ขยะทางอารมณ์” ตกค้าง สถานที่สาธารณะหรือที่ที่มีคนพลุกพล่านมักจะบันทึก กระแสอารมณ์ลบ (ความโกรธ ความเศร้า ความโลภ) ของผู้คนที่เดินผ่านไปมาไว้ในอณูของพื้นที่ความสะอาด: สถานที่ที่ไม่เปิดรับคนนอกจะไม่มีขยะพลังงานเหล่านี้มาปนเปื้อน ทำให้สนามพลังงานในมิติที่ 5 มีความ “ใส”และนิ่งสงบเป็นพิเศษ 2. การรักษา “สัจจะแห่งพื้นที่” แม่ครูน้อยให้ความสำคัญกับ สัจจะ ของเจ้าของสถานที่ หากสถานที่เป็นที่ปฏิบัติธรรมส่วนตัว หรือที่พักของผู้มีศีลสัตย์ สนามพลังงานจะถูก “ซีล” ไว้ด้วยบารมีธรรมผลลัพธ์: #เทวดาชั้นสูงมักจะชอบสถิตในที่ที่เงียบ สงบ และไม่มีพลังงานขุ่นมัวมารบกวน ท่านจะช่วยดูแลให้พื้นที่นั้นสว่างไสวตลอดเวลา( เข้าใจแล้วสาเหตุที่ท่านแม่ครูน้อยท่านเชิญเทวดาประจำตัวได้) 3. ไม่มีการ “ดูดหรือถ่ายโอน” พลังงาน ในที่ที่คนเยอะ จะเกิดการถ่ายโอนพลังงานระหว่างกันตลอดเวลา (คนจิตตกจะดูดพลังคนจิตดี)ความนิ่ง: สถานที่ที่คัดกรองคนเข้าออก จะรักษา…

  • จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ”

    #ถึงประตูธรรม๑๓/๒/๖๙ ในทางพลังงานและตามแนวทางของแม่ครูน้อย ประตูธรรม 5 หนเหนือ จิตใต้สำนึกเปรียบเสมือน “#คลังบันทึกข้อมูลข้ามภพชาติ” ที่ทำหน้าที่เก็บกระแสพลังงานสัมพันธ์ไว้ทั้งหมด โดยบุคคลที่จิตใต้สำนึกจดจำไว้แม่นยำที่สุดมีดังนี้ 1. ผู้ที่มี “หนี้บุญคุณ” ต่อกัน (บุญสัมพันธ์) พ่อแม่และบรรพบุรุษ: คือสายเลือดและพลังงานต้นกำเนิดที่จิตใต้สำนึกบันทึกไว้ในรูปแบบของ ความกตัญญู หากเราทำไม่ดีหรือละเลย #พลังงานส่วนนี้จะขุ่นมัวและส่งผลต่อความเจริญในชีวิตทันที ครูบาอาจารย์: ผู้ที่เคยชี้ทางสว่างให้ในมิติจิตวิญญาณ สายใยนี้จะดึงดูดให้เรากลับมาพบเจอท่านอีกเพื่อต่อยอดปัญญา 2. ผู้ที่มี “หนี้พยาบาท” ต่อกัน (เจ้ากรรมนายเวร) คนที่เราเคยเบียดเบียน หรือคนที่เคยทำร้ายเราจนเกิดความ โกรธแค้น ลึกๆ ลักษณะการจำ: จิตใต้สำนึกไม่ได้จำหน้าได้เสมอไปในตอนแรก แต่จะจำ “ความรู้สึก” (Vibration) ได้ เมื่อเจอคนเหล่านี้ในชาตินี้ เราจะรู้สึกอึดอัด กลัว หรือหมั่นไส้โดยไม่มีเหตุผล 3. ผู้ที่เรา “ห่วงใย” จนเกินขอบเขต (พันธนาการ) ลูก หลาน หรือคนรักที่เรา “แบก” ไว้ในใจตลอดเวลาการจดจำ: ความห่วงคือพลังงานที่หนืดและยึดโยง จิตใต้สำนึกจะจดจำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะดูแล หรือจะรักตลอดไป ทำให้ดวงจิตถูกดึงรั้งไม่ให้เข้าสู่…

  • การ “อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน”

    #ถึงประตูธรรม ๒๘/๑/๖๙ การ “#อยู่กับกิเลสอย่างไม่เป็นทุกข์” คือวิถีของ “ผู้ฉลาดในพลังงาน” ในยุคนี้เราไม่ได้หนีไปไหน แต่เราเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับกิเลสใหม่ จากการเป็น “ทาส” มาเป็น “ผู้สังเกตการณ์” ดังนี้ 1. เปลี่ยนจาก “เราเป็น” เป็น “เราเห็น” หัวใจสำคัญคือการไม่เอาตัวตนไปกระโดดตะครุบกิเลส เมื่อความอยากเกิดขึ้น: แทนที่จะคิดว่า “ฉันอยากได้” (อันนี้เป็นทุกข์แล้ว) ให้เปลี่ยนเป็น “อ้อ…ความอยากมันปรากฏขึ้นในใจ” เมื่อความหงุดหงิดเกิดขึ้น: ให้มองเหมือนเห็นฝนตกข้างนอกหน้าต่าง “อ้อ…ความหงุดหงิดกำลังโชยมา” ผลลัพธ์: เมื่อคุณเป็น “ผู้ดู” กิเลสจะกลายเป็นแค่ “ปรากฏการณ์พลังงาน” อย่างหนึ่งที่เกิดแล้วก็ดับไป มันจะไม่มีอำนาจทำให้ใจเราร้อนรน 2. รู้จัก “ธรรมชาติของกิเลส” (มันคือของชั่วคราว) #กิเลสทุกชนิดมีจุดอ่อนอย่างเดียวกันคือ “มันอยู่ไม่ได้นาน” หากเราไม่ไปให้อาหารมัน กิเลสเหมือนแขกที่มาเคาะประตูบ้าน ถ้าเราไม่เปิดประตูรับ (ไม่คิดต่อ ไม่สานฝัน) และไม่ไล่ตะเพิด (ไม่หงุดหงิดที่มันมา) แขกคนนี้จะยืนรอสักพักแล้วก็เดินจากไปเอง การอยู่กับมันอย่างไม่ทุกข์: คือการเห็นมันเดินผ่านหน้าบ้านไป โดยที่เรายังนั่งจิบกาแฟ (รักษาความผ่องใส) อยู่ในบ้านอย่างสงบ 3….

  • โคลนหรือคัดลอก ไม่มีตัวตนที่สูงกว่า

    กาลต่อมาสิ่งมีชีวิตที่เกิดทางกายภาพจะเติบโตและมีสติพอที่จะพัฒนาไปสู่มิติที่สูงขึ้น คนเหล่านี้คือคนที่ไม่ตระหนักถึงตัวตนที่สูงขึ้น แต่ได้รับประสบการณ์ที่นี่เพื่อให้พวกเขาตระหนักถึงศักยภาพของตนเอง นี่เป็นกระบวนการตามธรรมชาติสำหรับวิญญาณทั้งหมดเนื่องจากในที่สุด  Souls ทั้งหมดจะเดินทางกลับบ้าน เพื่อไปหา  Prime Creator (แห่งที่มาที่สำคัญ) ของเขา เป็นสิ่งสำคัญสำหรับท่านที่จะเข้าใจว่าแม้ว่ามนุษย์ทุกคนมองเหมือนกัน ความสามารถภายในของพวกเขาแตกต่างกันมาก ท่านเคยพิจารณาความจริงที่ว่าอารยะธรรมบางอย่างเก่าแก่และก้าวหน้ามาก จนสามารถสร้างสิ่งมีชีวิตที่ไร้วิญญาณได้หรือไม่? สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เรียกว่า “โคลน” หรือ “วัตถุสิ่งของ” บนโลกของท่าน นักวิทยาศาสตร์ของท่านมีเทคโนโลยีนี่อยู่แล้ว และพวกเขาสามารถสร้างหรือคัดลอกร่างกายมนุษย์ได้ (เด็กหลอดแก้ว, ทำแผด) เช่นการปลูกพืช อย่างไรก็ตาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่สมบูรณ์ด้านจิตวิญญาณ เนื่องจากไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้างร่วม แต่เป็นผลของพันธุวิศวกรรมเชิงกล นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มนุษย์บางคนไม่มีตัวตนที่สูงกว่า ในขณะที่รูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขา ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่ประกายแห่งพลังชีวิตและจิตสำนึกอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้อยู่ในตัวพวกเขา การผสมสารพันธุกรรมเชิงกลกับมนุษย์ที่มีวิญญาณ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายของดีเอ็นเออย่างมาก แม่ครูน้อย

  • พลังบวกที่สั่นสะเทือนสูงช่วยในการรักษาพลังงานเชิงลบที่สั่นสะเทือนต่ำ

    หมายถึง หากเรามี การยอมรับ ให้อภัย ปิติใจ เบิกบานโดยการทรงอารมณ์รักษาเราจะเข้าใจ เข้าถึง นำไปปฏิบัติกับ ความผาสุกในชีวิตได้จริ ๛คุรุจิตวิญญาณครูปุ๊ยแม่ครูน้อย๛ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ห้าได้จริงมากกว่า 160 ชีวิตครูสอนให้ผู้คนรู้วิธีที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในจิตใจและเข้าถึงจิตวิญญาณ#ครูผู้เชื่อมโยงสนามพลังงานเข้าสู่มิติที่ 5#ครูผู้ถ่ายทอดมิติทางจิตและวิญญาณศาสตร์

  • สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน”

    สภาวะที่ “#ครูสอนเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน” (ไม่เคยเห็นหน้าหรือไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว) ถือเป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานในมิติที่สูง ที่มีความหมายลึกซึ้งดังนี้ #การสื่อสารผ่านคลื่นพลังงาน (Soul Connection): ในระดับจิตวิญญาณ พลังงานไม่มีพรมแดน ครูบาอาจารย์ที่มีญาณบารมีสูงจะส่งกระแสธรรมผ่าน “คลื่นความถี่” เมื่อเราเปิดฟังหรืออ่านคำสอน แล้วรู้สึกว่า “ตรงกับชีวิตพอดี” นั่นคือการที่ เทวดาประจำตัว ของเรา พยายามจูนจิตของเราให้มาพบกับคลื่นพลังงานที่สามารถแก้ปมในใจคุณได้ ธรรมะจัดสรร (กระแสไหล): การที่ครูสอนเหมือนรู้เรื่องของเราทั้งที่ไม่รู้จักกัน เป็นเครื่องยืนยันว่าเรากำลังอยู่ในกระแส “พลังงานไหล” คือวาระบุญของเราเปิดออก ทำให้เราได้รับคำชี้แนะที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม เพื่อช่วยปิด รอยรั่วทางบุญ หรือเตือนสติเรื่องการ ผิดสัจจะ #มารทดสอบ (ความสงสัย) บ่อยครั้งที่จิตจะเกิดความสงสัย (วิจิกิจฉา) ว่า “ครูรู้ได้อย่างไร?” หรือ “#ครูพูดกระทบเราหรือเปล่า?” ความสงสัยนี้คือ มารทดสอบ ที่จะทำให้เกิด พลังงานยัน หากเรามัวแต่หาคำตอบทางสมอง เราจะพลาดโอกาสในการ บันทึกจิตใหม่ เพื่อยกระดับชีวิต การรับ “#ทรัพย์ทางพลังงาน” การสอนโดยไม่รู้จักตัวตนกัน เป็นการสอนที่บริสุทธิ์ที่สุด เพราะครูไม่ได้สอนตามกิเลสหรือความรักความชังส่วนตัว แต่สอนตามกระแสธรรมที่หลั่งไหลออกมา หน้าที่ของเราคือรักษา ใจให้เบา สบายเพื่อเป็นภาชนะรับบารมีนั้น…